φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



อูชิว ดินแดนห่างไกล ด้านมืดของไต้หวันที่หลายคนไม่รู้
เขียนเมื่อ 2017/08/18 10:17
ไต้หวันถูกแบ่งแยกการปกครองออกจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งแต่ปี 1949 แล้ว ไม่ว่าปัจจุบันคนจะยอมรับว่าไต้หวันเป็นประเทศหรือเปล่าก็ตาม แต่ที่แน่นอนอย่างหนึ่งก็คือไต้หวันมีการปกครองที่แบ่งแยกจากแผ่นดินส่วนอื่นของจีนอย่างเด็ดขาด

ในอดีตตอนที่เพิ่งแบ่งการปกครองใหม่ๆนั้นการไปมาระหว่างแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันเป็นเรื่องยาก เราจึงอาจได้ฟังเรื่องราวของการพรากจากในสมัยนั้นมากมาย เช่นเดียวกับกรณีเกาหลีเหนือและใต้

แต่ในปี 1987 สถานการณ์ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น สองฝ่ายเริ่มกลับมาเจรจาติดต่อกัน ตั้งแต่นั้นมาก็มีคนจากแผ่นดินใหญ่ที่ติดอยู่ไต้หวันมากมายได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด รวมทั้งยังมีคนไต้หวันบางส่วนที่ไปติดอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนส่วนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และบ้านก็ยังไม่ได้หายไปไหน

เช่น ชาวเกาะอูชิว เป็นต้น




อูชิวอยู่ที่ไหน?

เวลาพูดถึงไต้หวันคนส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงแต่เกาะไต้หวัน แต่ความจริงแล้วยังมีเกาะริมชายฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ในการปกครองของไต้หวันด้วย

เรื่องนี้ได้มีกล่าวถึงโดยย่อไปบ้างแล้วใน https://phyblas.hinaboshi.com/20170808

ย้อนไปเมื่อปี 1949 ผลของสงครามกลางเมืองคือรัฐบาลสาธารณรัฐจีนพ่ายแพ้ต่อกองทัพปลดแอกของพรรคคอมมิวนิสต์แล้วหนีไปตั้งหลักที่ไต้หวัน

1 ตุลาคม ปีนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ได้ประกาศก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นเรียบร้อย แต่ถึงอย่างนั้นสงครามก็ยังไม่จบ นอกจากเกาะไต้หวันแล้วยังมีหมู่เกาะต่างๆตามชายฝั่งอีกจำนวนหนึ่งที่ยังยึดไม่ได้

ทางสาธารณรัฐจีนพยายามปกป้องหมู่เกาะเหล่านั้นอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังค่อยๆสูญเสียเกาะไปเรื่อยๆ เกาะเซี่ยเหมินถูกตีได้วันที่ 17 ตุลาคม แต่พอพยายามบุกเกาะจินเหมินที่อยู่ข้างๆกันต่อในวันที่ 25 ตุลาคมกลับไม่สำเร็จ

หลังจากนั้นสุดท้ายแล้วหมู่เกาะใกล้แผ่นดินใหญ่จึงเหลืออยู่แค่ ๓ ส่วนที่รักษาไว้ได้แล้วอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

- จินเหมิน (金门, 金門) ประกอบด้วยเกาะจินเหมินขนาด 134 ตร.กม. อยู่ใกล้กับเมืองเซี่ยเหมิน
- หมาจู่ (马祖, 馬祖) เป็นหมู่เกาะ พื้นที่รวม 28.8 ตร.กม. อยู่ใกล้กับเมืองฝูโจว
- อูชิว (乌丘, 烏坵) ประกอบด้วยเกาะต้าชิว (大坵) ขนาด 0.71 ตร.กม. และเสี่ยวชิว (小坵) 0.4 ตร.กม. อยู่ใกล้กับเมืองผูเถียน

ทั้ง ๓ อยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน พื้นที่นี้มักถูกเรียกรวมๆว่าจินหม่าตี้ชวี (金马地区, 金馬地區) เมื่อก่อนเป็นพื้นที่ที่มีทหารคุมอย่างเข้มงวด การเดินทางไปไหนมาไหนลำบาก

แผนที่แสดงตำแหน่ง เส้นประแสดงเขตทั้ง ๓ ซึ่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปกครอง



หลังจากที่ปี 1987 ความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ฝั่งเริ่มดีขึ้น ความเข้มงวดทางการทหารก็ลดลง ในที่สุดปี 1992 จินเหมินและหมาจู่ก็ได้ถูกประกาศยกเลิกการควบคุม ค่อยๆเปิดให้คนภายนอกเข้ามาง่ายขึ้น มีเที่ยวบินไปกลับสม่ำเสมอ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้ทั้งคนไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเที่ยวได้ แม้จะยังมีการตั้งค่ายทหารอยู่เยอะก็ตาม

แต่ว่าสำหรับกรณีของอูชิวนั้นต่างออกไป อูชิวนั้นยังไม่เคยได้รับการปลดปล่อย

อูชิวเป็นเกาะเล็กๆที่เมื่อสมัยก่อนถูกใช้เป็นแค่ที่พักพึงสำหรับเรือประมง ไม่มีคนอาศัยอยู่ถาวรจริงๆ

แต่ในปี 1842 เกิดสงครามฝิ่นครั้งแรกซึ่งจีนแพ้ให้กับชาติตะวันตกจนทำให้ต้องเปิดท่าเรือเพื่อทำการค้า ๕ แห่ง เมืองเซี่ยเหมินและฝูโจวได้ถูกเลือกเป็นท่าการค้าที่สำคัญ

เกี่ยวกับเรื่องนี้เคยมีเขียนไว้ในนี้ https://phyblas.hinaboshi.com/20150531

เนื่องจากอูชิวตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างฝูโจวและเซี่ยเหมิน เป็นทางผ่านสำคัญ จึงมีคำสั่งให่้สร้างประภาคารขึ้น ปี 1874 ประภาคารอูชิว (乌丘屿灯塔, 烏坵嶼燈塔) จึงได้ถูกสร้างขึ้น พร้อมกันนั้นจึงได้สั่งให้ประชาชนจำนวนหนึ่งไปอาศัยอยู่เพื่อเฝ้าประภาคาร

ดังนั้นเกาะเล็กๆอย่างอูชิวจึงเริ่มมีคนไปอาศัยอยู่ ชาวเกาะอูชิวก็คือลูกหลานของชาวบ้านที่ย้ายไปตอนนั้น

สมัยนั้นชาวเกาะอูชิวจะไปๆมาๆระหว่างเกาะเหมย์โจว (湄洲) ซึ่งอยู่ห่างออกไปแค่ ๒๐ ไมล์ทะเล มีเรือไปมาหากันได้สะดวก

เกาะเหมย์โจวเป็นเกาะสำคัญที่เป็นบ้านเกิดของพระแม่มาจู่ (马祖) เทพธิดาแห่งท้องทะเลที่ชาวฮกเกี้ยนและชาวไต้หวันเคารพนับถือ

ภาพเกาะเหมย์โจว (ปี 2012) เป็นสถานที่เที่ยวขึ้นชื่อที่ชาวจีนโพ้นทะเลและชาวไต้หวันนิยมมา



แผนที่แสดงตำแหน่งอูชิวและเกาะเหมย์โจว รวมถึงเกาะต่างๆมากมายใกล้ชายฝั่งผูเถียน แสดงให้เห็นว่าอูชิวก็เป็นแค่เกาะหนึ่งที่แทบไม่ต่างอะไรกับเกาะต่างๆเหล่านั้น



พอปี 1949 กองทัพปลดแอกได้เข้ามายึดเกาะเหมย์โจวและเกาะอื่นๆ แต่กลับยึดอูชิวไม่สำเร็จ ทำให้ถูกแยกจากกัน ชาวอูชิวที่บังเอิญข้ามไปยังเกาะอื่นในขณะนั้นพอดีจึงไม่อาจกลับบ้านได้

ตั้งแต่นั้นมา อูชิวก็กลายเป็นฐานทัพทหาร เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สาธารณรัฐจีนต้องปกป้องไว้อย่างเต็มที่ ดังนั้นนอกจากชาวบ้านดั้งเดิม บนเกาะจึงเต็มไปด้วยทหาร

ในระยะแรกที่นั่นมีการตั้งโรงเรียนประถมเพื่อให้เด็กที่เกิดที่นั่นได้เรียนกัน แต่พอจะเรียนสูงขึ้นทุกคนก็ต้องข้ามไปยังจินเหมินหรือไต้หวันเพื่อเรียนต่อ

แต่พอเวลาผ่านไปไม่มีเด็กรุ่นใหม่เกิดขึ้นที่นั่นแล้ว โรงเรียนประถมเองก็ปิดไป ในที่สุดตอนนี้จึงแทบจะเหลือแต่คนแก่ๆ กับพวกทหารเท่านั้น

การเดินทางไปมาระหว่างอูชิวกับไต้หวันนั้นลำบาก เพราะต้องนั่งเรือเป็นเวลาหลายชั่วโมง แล้วเรือก็มีแต่เรือทหารเท่านั้น อาหารเสบียงต่างๆก็ต้องให้เรือทหารเป็นคนนำมา เพราะบนเกาะเล็กๆนั้นไม่สามารถผลิตอะไรได้

จากเดิมทีที่อูชิวเป็นแค่เกาะใกล้ชายฝั่งที่นั่งเรือจากแผ่นดินใหญ่มาได้อย่างรวดเร็ว เที่ยวเรือจากเกาะเหมย์โจวมีเรื่อยๆ

แต่พอถูกตัดการเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เลยกลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวห่างไกลไปทั้งที่อยู่แค่ใกล้ชายฝั่งแค่นี้ ถูกตั้งฉายาว่าเกาะห่างไกลในหมู่เกาะห่างไกล (离岛中的离岛, 離島中的離島)

ภาษาที่ใช้ในอูชิวเองก็ต่างจากที่คนไต้หวันและจินเหมินใช้ คนไต้หวันและจินเหมินใช้ภาษาหมิ่นหนาน (闽南语, 閩南語) หรือก็คือฮกเกี้ยน แต่ที่อูชิวใช้ภาษาผูเซียน (莆仙语) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในเมืองผูเถียนและบริเวณรอบๆ ทั้ง ๒ ภาษาแม้มีความใกล้เคียงกันมากเพราะเป็นภาษาในตระกูลหมิ่น (闽语, 閩語) เหมือนกัน แต่ก็ไม่อาจสื่อสารกันรู้เรื่องได้



เรื่องราวของชาวอูชิวที่ไม่สามารถกลับบ้านได้

รายการนี้เล่าเรื่องราวของ เกาย่าเหม่ย์ (高亚美, 高亞美, ที่ไต้หวันอ่านเป็น "เกาหยาเหม่ย์") และเกาตานหัว (高丹华, 高丹華) ลุงกับหลานคู่หนึ่งซึ่งเป็นชาวอูชิว




เกาย่าเหม่ย์ เป็นชาวอูชิวโดยกำเนิด ตระกูลของเขามีประวัติที่ผูกพันกันอูชิวมายาวนาน ปู่ของเขาชื่อเกาเจิน (高珍) เป็นชาวเกาะเหมย์โจว แต่ปี 1974 ได้ย้ายมาอยู่ที่อูชิวเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลประภาคาร

ต่อมาปี 1904 เขาได้มอบหมายงานให้ผู้สืบทอดคือลูกชาย ชื่อเการุ่ยเวิง (高瑞翁, ที่ไต้หวันอ่านเป็น "เการุ่ยอง") ซึ่งก็คือพ่อของเกาย่าเหม่ย์

ช่วงวัยเด็กเกาย่าเหม่ย์ข้ามไปยังเกาะเหมย์โจวเพื่อเรียนหนังสือ แต่ในปี 1949 เกิดการแบ่งแยกขึ้น ทำให้ไม่สามารถกลับไปยังอูชิวได้ แต่ทั้งพ่อแม่และน้องชายของเขาต่างก็ยังอยู่ที่อูชิว ทำให้เขาต้องพรากจากกันกลายเป็นเด็กกำพร้า พอโตขึ้นมาก็ต้องแต่งงานเข้าบ้านฝ่ายหญิง

เขาไม่มีโอกาสได้เจอกับคนในครอบครัวอีกเลยเป็นเวลานาน จนในที่สุดปี 1995 เขาจึงได้มีโอกาสพบกับน้องชายของเขา คือ เกาจินเจิ้น (高金振)

ก่อนหน้านั้นพ่อของพวกเขาก็ได้ตายไปแล้ว งานดูแลประภาคารก็มีเกาจินเจิ้นเป็นผู้สืบทอดต่อ แต่เขาก็เกษียณไปในปี 2001 แล้วก็เสียชีวิตในปี 2007 เหลือไว้เพียงลูกสาว คือเกาตานหัว

เกาตานหัวเกิดและโตที่อูชิว แต่ต้องไปเรียนหนังสือที่จินเหมินตั้งแต่เด็ก พอจบก็ทำงานในไต้หวัน นานๆได้กลับอูชิวที แต่ก็ผูกพันกับอูชิวที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก บอกว่าหากเกษียณแล้วจะกลับไปอยู่อูชิว

ในรายการตอนนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องราวที่เล่าผ่านเกาตานหัว ซึ่งในครั้งนี้ได้มาเยี่ยมเกาย่าเหม่ย์พร้อมญาติๆที่เหลืออยู่ที่เกาะเหมย์โจวในปี 2014 ได้เล่าอะไรต่างๆให้ได้รู้มากมาย

ตอนนี้ญาติที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังน่าเสียดายที่เกาย่าเหม่ย์ยังคงไม่มีทางได้กลับไปเยี่ยมบบ้านเกิด เพราะอูชิวเป็นเกาะปิด นอกจากคนในพื้นที่และทหารยังไงก็เข้าไปไม่ได้ ยิ่งเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ยิ่งแล้วใหญ่

ปัจจุบันเขาอายุ ๘๐ กว่าปีแล้ว ไม่รู้จะมีโอกาสได้อยู่ถึงวันที่สามารถข้ามไปอูชิวได้หรือเปล่า

เขาเปรียบเทียบระยะห่างระหว่างเกาะเหมย์โจวกับอูชิวว่า "ระยะทางที่ทั้งใกล้และไกล" (又近又远的距离, 又近又遠的距離) คือระยะทางจริงๆใกล้กันแค่นี้ แต่กลับไม่สามารถไปได้ เลยดูเหมือนห่างไกลกันเหลือเกิน

อูชิวเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ หากสักวันได้รับการปลดปล่อยก็สามารถเปิดเป็นสถานที่เที่ยวได้เช่นเดียวกับจินเหมินและหมาจู่

ประภาคารอูชิวเอง ตั้งแต่ปี 2006 ก็ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญ



การที่ไต้หวันแยกจากแผ่นดินใหญ่ทำให้เกิดเรื่องราวพรากจากมากมาย แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มดีขึ้นจนถึงขั้นที่มีการติดต่อกันอย่างอิสระแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด

หากวันหนึ่งยุติความขัดแย้ง ปัญหามากมายอาจคลี่คลายลงได้ดีกว่านี้ก็เป็นได้



อ้างอิง
http://uegu.blogspot.tw/2016/09/blog-post.html
http://www.kmdn.gov.tw/1117/1271/4189/273877/?cprint=pt
https://www.peopo.org/news/45126
http://www.storm.mg/article/157819
https://zh.wikipedia.org/wiki/烏坵鄉
https://zh.wikipedia.org/wiki/烏坵嶼燈塔
https://zh.wikipedia.org/wiki/福建省_(中華民國)


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> ไต้หวัน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

บทความแต่ละเดือน

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2015年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文