φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวสิงคโปร์ ๕ วัน.. วันที่ ๓: ศูนย์วิทยาศาสตร์และสวนจีน
เขียนเมื่อ 2017/09/07 08:31
# พฤหัส 31 ส.ค. 2017

ต่อจาก https://phyblas.hinaboshi.com/20170906



ตอนเช้าตื่นมายังเหนื่อยกันอยู่จึงเรื่อยเปื่อยในโรงแรม ได้ลองขึ้นไปชมทิวทัศน์บนดาดฟ้า



เห็นบริเวณรอบข้างสวยงาม วันนี้ท้องฟ้าก็ดูดี



โดมกลมๆที่เห็นโดนยังอยู่เล็กน้อยคือสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ (新加坡国家体育场) ซึ่งเพิ่งเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 2010 เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2014



จากนั้นก็ไปกินข้าวที่ศูนย์อาหารที่เดิม คราวนี้ได้ทานบะหมี่แต้จิ๋ว ชิ่งซิงหวงผู่เฉาโจวหลู่เมี่ยน (庆兴黃埔潮洲卤面)




จากนั้นก็ไปขึ้นรถไฟฟ้า พบว่าเวลานี้คนโล่งมาก





เป้าหมายแรกของวันนี้คือศูนย์ค้นพบสิงคโปร์ (新加坡知新馆) ซึ่งอยู่ไปไกลจนเกือบสุดขอบทางตะวันตกของเกาะสิงคโปร์



ที่นี่เป็นศูนย์การศึกษาในรูปแบบหนึ่ง ใช้สื่อต่างๆในการเล่าเรื่องราวทำความรู้จักสิ่งต่างๆของสิงคโปร์ ทั้งประวัติศาสตร์และอนาคต

การไปนั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปลงสถานีรถไฟฟ้า EW29 เมื่อก่อนสถานีนี้เป็นสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าเส้นนี้ แต่เพิ่งมีเปิดลากยาวต่ออีก ๔​ สถานี แล้วเดินต่อไปทางเหนือก็จะเจอตัวพิพิธภัณฑ์

หลังจากชมข้างในเสร็จแล้วก็นั่งรถไฟฟ้าย้อนกลับมายังสถานที่เที่ยวอีกแห่งที่ใกล้ใจกลางเมืองเข้ามาหน่อย คือศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ (新加坡科学馆)

ศูนย์วิทยาศาสตร์ตั้งอยู่ข้างสวนยวี่หัว (裕华园) ซึ่งเป็นสวนจีน เวลาเดินทางมาก็นั่งรถไฟฟ้ามายังสถานีสวยยวี่หัวนี้เอง

สถานีนี้พอมาถึงก็พบว่ามีการสร้างบรรยากาศให้ดูเป็นจีน เช่นที่ใต้บันไดเลื่อนและหลังคาเองก็ดูเป็นแบบจีน



สวนข้างๆก็คือสวนยวี่หัว แต่ตอนนี้ยังไม่แวะเพราะจะเข้าศูนย์วิทยาศาสตร์ก่อน

อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์



หน้าอาคารมีนาฬิกาแดดอยู่ด้วย ซึ่งจะเห็นว่าแท่งสร้างเงาแทบจะขนานกับพื้น เป็นเพราะสิงคโปร์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมาก



ที่นี่มีส่วนของหอดูดาวอยู่ด้วย ซึ่งปกติจะเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมทุกคืนวันศุกร์ แต่ว่าวันศุกร์ที่อยุ่ในช่วงเวลาเที่ยวนี้เป็นวันหยุดราชการ ซึ่งเขาจะยกเว้น จึงไม่เปิด ดังนั้นก็เลยตัดสินใจมาวันพฤหัสซึ่งเป็นวันธรรมดาแทน

แล้วก็มีเมืองหิมะด้วย แต่ไม่ได้เข้า

เป็นความโชคดีที่รู้จักคนที่ทำงานอยู่ที่นั่น เขาก็เลยพาชมด้านใน ซึ่งรวมถึงส่วนที่ปกติไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมด้วย อีกทั้งยังให้บัตรเข้าชมฟรีทำให้ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มแรกมาถึงเขาพาพวกเราไปชมส่วนที่เป็นที่เล่นของเด็ก ซึ่งปกติแล้วมักจะต้องเป็นเด็กหรือผู้ปกครองเท่านั้นที่เข้ามา แต่เราแค่เข้ามาดูบรรยากาศเฉยๆ



แล้วเขาก็พามาชมห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้น ๔ ปกติชั้นนี้นักท่องเที่ยวทั่วไปจะไม่เข้ามา



เขามีพาเข้าชมห้องทำงานหลายห้อง ซึ่งทำให้เราได้เห็นการทำงานของคนที่นี่

ส่วนภาพนี้เป็นห้องทำงานส่วนหนึ่งที่ชั้น ๓



เขาพาเดินชมนานพอสมควร และบวกกับการที่เดินมาไกลจากสถานีรถไฟฟ้า และความเหนื่อยสะสมจาก ๒ วันแรก ทำให้เมื่อยสุดๆจนต้องหาที่นั่งพัก ที่นี่มีโรงอาหารอยู่สามารถมาซื้ออะไรกินได้



อาหารที่นี่จะค่อนข้างแพง และตอนนั้นหิวน้ำมากกว่า เลยซื้อแค่น้ำเก๊กฮวยมาดื่มแก้ขัด เห็นขวดแค่นี้แต่ราคาแพงถึง ๓ เหรียญ



จากนั้นก็เข้าไปเดินจนถึงประมาณห้าโมงครึ่ง





หลังเที่ยวศูนย์วิทยาศาสตร์เสร็จก็ไปเดินที่สวนยวี่หัวซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เดินผ่านมา ด้านติดทางรถไฟฟ้าเป็นทุ่งโล่ง



เข้ามาส่วนด้านในเป็นสวนจีน มีหอคอยอยู่ตรงกลาง



ตรงส่วนนี้ปิดเร็ว ตอนไปถึงก็เย็นแล้วเลยไม่ได้เข้าไป



เดินเข้าไปด้านในลึกหน่อยยังมีสวนญี่ปุ่นอยู่ด้วย ต้องข้ามสะพานนี้ไป



สวนญี่ปุ่น



นั่งเล่นเรื่อยเปื่อยริมน้ำ เอากาชาปงที่หยอดเล่นจากในศูนย์วิทยาศาสตร์มาเปิดเล่น ราคาหยอดครั้งละ ๑ เหรียญเท่านั้น เป็นรูปมอนสเตอร์บอลที่ข้างในมีโปเกมอน ตัวที่สุ่มได้คือมิวทู




ระหว่างเดินอยู่ในนี้ก็เริ่มค่ำ




เดินเสร็จก็ออกไปทางประตูทางตะวันตก ซึ่งตรงกันข้ามกับทางที่เข้ามา





จากนั้นก็ขึ้นรถเมล์เพื่อกลับย่านในกลางเมือง โดยแวะย่านถนนออร์ชาร์ด (乌节路) ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยห้างร้านเต็มข้างทาง เป็นแหล่งการค้าที่สำคัญของสิงคโปร์

ที่แวะมานี่จริงๆมีจุดประสงค์เดียว คือเพื่อไปดูหนังสือที่ร้านคิโนะคุนิยะ (紀伊国屋) ซึ่งอยู่ชั้น ๔ ในห้างทากาชิมายะ (髙島屋) ตึก หงี่อังเซี้ย (义安城) ชื่อนี้มาจากสำเนียงแต้จิ๋ว แต่จีนกลางจะอ่านว่า "อี้อานเฉิง"




ที่นี่เป็นคิโนะคุนิยะสาขาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่าคิโนะสาขาไหนๆที่เคยไปมาจริงๆ



ในนี้มีหนังสือภาษาจีนมากมาย



พวกมังงะแปลจะเป็นของนำเข้าจากไต้หวันซะมาก



ที่กำลังสนใจคือหนังสือเรียนภาษาไต้หวัน (ฮกเกี้ยน) แต่เห็นว่าดูแล้วแพง แล้วก็เป็นหนังสือของไต้หวันเลยคิดว่ากลับไปซื้อที่ไต้หวันน่าจะดีกว่า ถ้าถึงตอนนั้นยังต้องการอยู่



จากนั้นพอ 3 ทุ่มครึ่งร้านก็ปิด ตั้งใจจะไปหาอะไรทานแถวนั้นแต่ร้านก็ปิดไปหมดแล้ว สุดท้ายก็เลยได้แต่แวะ 7-11 เพื่อซื้อเสบียงไปทานที่ห้อง ที่นี่มีขายแฮมเบอร์เกอร์ของ CP เหมือนที่มีในไทย

แล้วก็นั่งรถเมล์จากตรงนั้นกลับมายังโรงแรม จบการเที่ยวในวันที่เหนื่อยสาหัส พักผ่อนเอาแรงสำหรับวันถัดไป



ตอนต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20170908


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> สิงคโปร์

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文