φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวสิงคโปร์ ๕ วัน.. วันที่ ๒: ชมพิพิธภัณฑ์และโบสถ์ย่านใจกลางเมือง
เขียนเมื่อ 2017/09/06 08:20
# พุธ 30 ส.ค. 2017

ต่อจาก https://phyblas.hinaboshi.com/20170905



หลังจากที่เมื่อวานเที่ยวมาจนเหนื่อยมากวันนี้จึงตื่นมาสายๆแล้วนั่งสบายๆในห้องสักพัก


แผนวันนี้ถือว่าค่อนข้างหนักทีเดียว คือจะเป็นการชมพิพิธภัณฑ์ในย่านใจกลางเมืองเป็นหลัก ดังนั้นจึงต้องเดินทั้งวัน แต่เนื่องจากขายังไม่หายเจ็บจึงทำให้ต้องเดินไปพักไป มีความลำบากอยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าเที่ยวสนุก

ออกจากห้องไปตอนประมาณ 9 โมง แล้วก็ไปกินข้าวก่อน ที่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมมีโรงอาหารอยู่ อาหารที่นี่ค่อนข้างถูก แถมยังอร่อยด้วย พอมากินที่นี่จะทำให้ประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย



ตอนเช้าร้านเปิดน้อย แต่ก็มีมากพอที่จะหาของที่ถูกใจได้ มื้อนี้ลองข้าวไก่มายองเนส ๔.๕ เหรียญ อร่อยดี



พอจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าจึงพบว่าลืมเอาบัตรเติมตังค์มา แต่จะอุตส่าห์กลับไปก็เสียเวลาเปล่า จึงตัดสินใจซื้อใหม่ตรงนั้นเลย

เป้าหมายในวันนี้อยู่ในย่านบรัส บาซะห์ (百胜) เป็นย่านเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีรถไฟฟ้าไปถึง เป็นสายสีเหลือง



สถานที่เที่ยวซึ่งอยู่ใกล้สถานีที่สุดก็เลยเป็นเป้าหมายแรกคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (新加坡艺术博物馆) แต่แค่ไปดูด้านหน้าเฉยๆไม่ได้เข้าไป



ด้านหลังมีโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ & พอล (圣伯多禄圣保禄堂) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างในปี 1869-1870



แล้วข้างๆกันก็มีโบสถ์ยิว Maghain Aboth (马海阿贝犹太庙, מגן אבות) เป็นโบสถ์ยิวที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างขึ้นเมื่อปี 1878



ต่อมาเดินต่ออีกนิดก็ถึงเป้าหมายสำคัญสุดในวันนี้ นั่นคือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ (新加坡国家博物院)



ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์และสมบัติเก่าๆต่างๆ ถือเป็นโบราณสถานค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 1849

ค่าเข้าชม ๑๕ เหรียญ แต่ว่าที่นี่ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาสามารถลดราคาได้ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยประเทศไหนก็ตามแค่แสดงบัตรนักศึกษาก็พอ เลยได้ส่วนลดไปด้วย เหลือ ๑๐ เหรียญ




เสร็จแล้วเดินต่อมายังพิพิธภัณฑ์เปอรานากันสิงคโปร์ (新加坡土生华人博物馆) ค่าเข้าชม ๑๐ เหรียญ สำหรับนักศึกษาเป็น ๕ หยวน



ชาวเปอรานากัน (Peranakan) บางทีก็ถูกเรียกว่าบาบา Baba-Nyonya โดยที่ Baba เป็นคำที่ใช้เรียกชาวเปอรานากันผู้ชาย ส่วน Nyonya คือผู้หญิง

คำนี้ถูกทับศัพท์เป็นอักษรจีนโดยใช้เสียงตามสำเนียงฮกเกี้ยนเป็น 峇峇娘惹 อ่านว่า "บ่าบาเนียเยี่ย" แต่พอเป็นจีนกลางจะอ่านเป็น "ปาปาเหนียงเหร่อ" กลายเป็นชื่อที่ใช้ในภาษาจีน แต่ก็ยังมีอีกชื่อคือ ถู่เซิงหัวเหริน (土生华人)

ชาวเปอรานากันหมายถึงกลุ่มคนที่มีเชื้อสายผสมระหย่างชาวจีนและชนพื้นเมืองในแถบภาคใต้ของไทยไปจนถึงคาบสมุทรมลายู ที่สิงคโปร์เองก็มีคนกลุ่มนี้อยู่ พวกเขามีวัฒนธรรมในแบบของตัวเองที่เกิดจากการผสมผสาน มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยทั่วไปจะเป็นจีนฮกเกี้ยนกับแต้จิ๋ว





ตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนอาร์เมเนีย ที่มาของชื่อถนนนี้ก็คือการที่แถวนี้เคยเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวอาร์เมเนียซึ่งเมื่อก่อนเคยมีอยู่จำนวนเล็กน้อยในสิงคโปร์

เดินต่อมาอีกนิดก็ถึงโบสถ์อาร์เมเนีย (亚米尼亚教堂) อยู่ตรงนั้นด้วย




ตรงข้ามโบสถ์อาร์เมเนียมีพิพิธภัณฑ์ดวงตราไปรษณียากร (集邮博物馆)



เดินต่อมาก็เจอโบสถ์โบสถ์เซนต์แอนดริว (圣安德烈座堂) เป็นโบสถ์คริสต์เก่าแก่สร้างเมื่อปี 1835-1836



เข้ามาภายในโบสถ์ได้



ถัดไปเป็นหอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (新加坡国家美术馆) ซึ่งขณะนี้มีจัดงานแสดงศิลปะของคุซามะ ยาโยอิ (草間 彌生) ศิลปินชาวญี่ปุ่น



ที่นี่เมื่อก่อนเป็นอาคารศาลากลาง (政府大厦) สร้างเมื่อปี 1926-1929 แต่ตั้งแต่ปี 2015 ได้เอามาทำเป็นหอศิลป์

ส่วนใจกลางของอาคารนี้จริงๆแล้วเป็นส่วนนอกอาคารที่ถูกนำกระจกมาปิดทับด้านบน กลายเป็นด้านในซึ่งเปิดแอร์ได้




พอขึ้นมาที่ดาดฟ้าก็สามารถเห็นส่วนพื้นกระจกที่ปิดใจกลางนี้ได้



ที่ชั้นดาดฟ้าของที่นี่เป็นชุดชมทิวทัศน์อย่างดี สามารถเห็นบริเวณรอบๆได้สวยงาม



ทางตะวันออกของหอศิลป์เป็นสนามที่เรียกว่า สนามหญ้าขนาดใหญ่หน้าศาลากลาง (政府大厦大草场) ชื่อปาดัง (Padang)



โรงละครและคอนเสิร์ตวิกตอเรีย (维多利亚剧院及音乐会堂) เป็นกลุ่มอาคาร เริ่มสร้างเมื่อปี 1906



ด้านใน




เดินต่อมาจนถึงริมแม่น้ำตรงนี้เป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมเอเชีย (亚洲文明博物馆)



ที่นี่มีส่วนหนึ่งยังไม่สร้างเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ชมได้ประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น ค่าเข้าชมคือ ๘ เหรียญ แต่สำหรับนักศึกษาลดเหลือ ๔ เหรียญ

ของจัดแสดงภายใน ตอนนี้ยังเปิดไม่เต็มที่ทำให้เดินลำบาก แต่ก็มีอะไรอยู่มากพอสมควรแล้ว





จากตรงนี้มองข้ามน้ำไปก็จะเห็นพวกอาคารรอบอ่าวมารีนาซึ่งไปมาเมื่อวานแล้ว



หากข้ามสะพานตรงนี้แล้วย้อนไปหน่อยก็จะไปถึงสิงโตหางปลาพ่นน้ำ จึงตัดสินใจไปเพื่อถ่ายภาพตอนกลางวันด้วย



พอได้มาถ่ายตอนกลางวันก็สวยไปอีกแบบ



ส่วนทางอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะและห้างทางโน้นก็สวยงามเช่นกัน



เสร็จแล้วนั่งรถเมล์กลับ จากตรงนั้นกลับไปยังโรงแรมสามารถนั่งสาย 100 กลับได้



กลับมาถึงก็มาทานที่ศูนย์อาหารแห่งเดิม



คราวนี้ทานหลู่โร่วฟ่าน (卤肉饭) อาหารไต้หวัน ราคา ๓ เหรียญ



พอทานเสร็จก็แวะ 7-11 ซื้อเสบียงเผื่อมื้อดึกสักหน่อย แล้ว 6 โมงเย็นกว่าก็กลับมาถึงโรงแรม แล้วก็พักผ่อนกัน เตรียมแรงสำหรับวันต่อไป



ตอนต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20170907


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> โบสถ์
-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> สิงคโปร์
-- ท่องเที่ยว >> พิพิธภัณฑ์

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文