φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวสิงคโปร์ ๕ วัน.. วันที่ ๑: เดินเล่นย่านใจกลางเมือง
เขียนเมื่อ 2017/09/05 08:10
# อังคาร 29 ส.ค. 2017

มีโอกาสได้ไปเที่ยวสิงคโปร์อีกครั้ง หลังจากที่ครั้งก่อนเคยไปครั้งหนึ่งปี 2009

ครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวจริงๆจังๆต่อเนื่อง ๕ วัน ต่างจากครั้งก่อนที่แค่แวะไปทำธุระแค่ ๓ วัน



ครั้งนี้ไปกัน ๓ คน แต่ละคนมีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกันคืออยากเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในประเทศเล็กๆแห่งนี้ และชมบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีที่เที่ยวอะไรโดดเด่น นี่เป็นเรื่องที่รู้ตั้งแต่การไปครั้งก่อนแล่้ว แต่ถึงอย่างนั้นวิถีชีวิตของคนที่นี่ก็มีความน่าสนใจน่าลองไปสัมผัสดูเหมือนกัน

การที่สังคมที่นั่นประกอบขึ้นจากกลุ่มชน ๓ เชื้อชาติที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง จีน+มลายู+ทมิฬ แต่ละชาติมีทั้งภาษาและศาสนาและรูปร่างภายนอกที่ต่างกันจนแยกชัดเจน เขาสามารถอยู่มาได้ยังไงโดยไม่เกิดปัญหา อีกทั้งยังสร้างชาติให้เจริญยิ่งกว่าที่ไหนในภูมิภาคได้ นี่คือสีสันของสิงคโปร์ที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหนในภูมิภาคนี้ เป็นกรณีศึกษาที่น่าเรียนรู้

ระยะเวลาเที่ยว ๕ วันนั้นแม้จะไม่เพียงพอสำหรับการเที่ยวแบบละเอียด แต่สำหรับการทำความรู้จักภาพรวมของสิง่คโปร์แล้วถือว่าเพียงพออยู่

การเที่ยวสิงคโปร์เมื่อปี 2009 ก็เคยเขียนบันทึกไว้ พออ่านแล้วเทียบดูก็พบว่าอะไรๆดูเปลี่ยนไปเยอะ อะไรหลายอย่างที่เคยเข้าใจในตอนนั้น พอมาถึงตอนนี้กลับรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว



เครื่องบินออกจากสุวรรณภูมิเวลา 10:25 แล้วเวลา 13:55 ก็มาถึงสนามบินจางอี๋ (樟宜机场) ของสิงคโปร์

ภาพแรกที่ถ่ายที่ระหว่างทางเดินในสนามบิน



มาถึงสนามบินก็ซื้อบัตรสำหรับขึ้นขนส่งมวลชนแบบเติมเงิน ซึ่งใช้ได้ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า ใช้งานได้สะดวก คล้ายของที่จีน และในอนาคตไทยเองก็น่าจะมีแบบนั้นบ้างเหมือนกัน

บัตรเติมเงินราคา ๑๒ เหรียญ ซื้อมาจะมีเงินอยู่ ๗ ส่วนที่เหลือเป็นค่าบัตร ถ้าใช้เสร็จจะเอาบัตรไปคืนก็ได้ เงินที่เหลืออยู่ในบัตรจะได้คืน แต่เงิน ๕ เหรียญค่าบัตรจะไม่ได้คืน

จากนั้นก็เริ่มใช้บัตรนี้เพื่อนั่งรถไฟฟ้าเพื่อไปโรงแรม

โรงแรมที่พักชื่อ Destination Singapore ตั้งอยู่บนถนนบีช มีห้างคนไทยตั้งอยู่ข้างๆ และศูนย์อาหารถูกๆอยู่ฝั่งตรงข้าม สะดวกกับการมาพักมาก

สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีทางหลวงนิโคล (尼诰大道) ซึ่งอยู่สายสีเหลือง (สายวงแหวน, 环线)

แต่ก็ใกล้กับสถานีลาเวนเดอร์ (劳明达) ซึ่งอยู่สายสีเขียว (สายตะวันออกตก, 东西线) ด้วย

เนื่องจากเดินทางจากสนามบินซึ่งอยู่สายสีเขียว ดังนั้นตอนแรกจึงตัดสินใจลงสถานีนี้กัน แต่ผลปรากฏว่าต้องเดินไกลมากอยู่เหมือนกัน

เข้าโรงแรมเสร็จก็เดินออกมาที่สถานีทางหลวงนิโคล เพื่อเดินทางไปยังสถานที่เที่ยวแรก

ที่เที่ยวแรกก็คือย่าน หนิวเชอสุ่ย (牛车水) หรือเรียกตามสำเนียงฮกเกี้ยนว่า "งูเจียจุ้ย" ซึ่งอยู่สายสีน้ำเงิน (สายใจกลางเมือง, 滨海市区线)



ย่านนี้เป็นย่านคนจีนเก่าแก่ของสิงคโปร์ หรือคล้ายๆกับเยาวราช จึงถูกเรียกว่าเป็นย่านคนจีน

ย่านคนจีนนั้นในภาษาจีนเรียกว่า "ถางเหรินเจีย" (唐人街táng rén jiā) แต้จิ๋วเรียก "ตึ่งหนั่งโกย" ฮกเกี้ยนเรียก "ตึงลังก๊วย"

ปกติถางเหรินเจียตามประเทศต่างๆจะหมายถึงย่านที่คนจีนอยู่เยอะ แต่กรณีของสิงคโปร์ เนื่องจากสังคมประกอบด้วยคนจีนเป็นหลักอยู่แล้ว ย่านนี้จึงมีความหมายในเชิงประวัติศาสตร์มากกว่า คือเป็นบริเวณที่คนจีนเริ่มตั้งรกรากกันตั้งแต่ช่วงแรกๆ มีโบราณสถานอยู่

เพียงแต่ว่าพอลองมาดูจริงๆแล้วจะพบว่าบรรยากาศกลับคล้ายถนนข้าวสารมากกว่า คือเต็มไปด้วยร้านต่างๆด้านหน้าตึก ทำเป็นบรรยากาศการท่องเที่ยวเต็มที่เกินไป จึงไม่อาจได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านจริงๆ เป็นสถานที่ที่ออกจะน่าผิดหวังสักหน่อย



เดินจากสถานีรถไฟฟ้าไปไม่ไกลก็เจอกับหอประวัติหนิวเชอสุ่ย (牛车水原貌馆) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวของคนจีนสมัยก่อนที่อพยพเข้ามา

เนื่องจากตอนที่พวกเรามาถึงกันนั้นค่อนข้างเย็นมากแล้ว ค่าเข้าชมค่อนข้างแพงคือ ๑๕ เหรียญ และยังมีเป้าหมายอื่นต่อจึงตัดสินใจไม่เข้าไปชมในนั้น

ที่นี่มีวัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ วัดศรีมารียัมมัน (马里安曼庙, ஸ்ரீ மாரியம்மன் கோவில்)



ในนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปได้แต่ก็เข้าไปในสุดไม่ได้ แล้วก็ถ้าจะถ่ายรูปภายในจะต้องจ่ายเงินด้วย

จากนั้นจึงเดินต่อไปจนเจอวัดพระเขี้ยวแก้ว (佛牙寺) เป็นวัดใหม่ เพิ่งถูกสร้างเมื่อปี 2002 นี้เอง



เป็นวัดจีนแต่มีประดับโคมแบบญี่ปุ่น



ข้างในวัด



ฝั่งตรงข้ามวัดเป็นเขตก่อสร้าง มองไปก็เห็นว่ากำลังสร้างอะไรใหม่ๆอีกมากมาย ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆอย่างเร็วมากตลอดเวลาจริงๆ



ต่อมาขึ้นรถไฟฟ้ามาที่สถานีเบย์ฟรอนต์หรือชื่อภาษาจีนคือไห่วานฝ่าง (海湾舫)

ขึ้นมาจะเจอกับบริเวณที่เรียกว่าอ่าวมารีนาหรือชื่อภาษาจีนเรียกว่าปินไห่วาน (滨海湾) เป็นอ่าวที่ล้อมรอบไปด้วยตึกสูงย่านในกลางเมือง




อาคารที่เห็นเป็นรูปดอกบัวตรงนี้คืออาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะ (艺术科学博物馆)



รอบๆตึกก็เต็มไปด้วยดอกบัวจริงๆ



ทิวทัศน์ที่มองจากตรงนี้ไปยังปากอ่าวสวยงามมาก



ที่เห็นเป็นรูปเรือดูโดดเด่นอยู่ด้านบนคืออาคารชื่อจินซาอ่าวมารีนา (滨海湾金沙) สูง ๒๐๖.๙ เมตร มี ๕๗ ชั้น เป็น ๓ ตึกต่อเชื่อมกันด้วยเรือ



ส่วนอาคารยาวใหญ่ที่ดูหรูหราตรงหน้านี้คือห้างสรรพสินค้า The Shoppes เราเข้าไปหาอะไรกินกันในนี้

สภาพภายในดูแล้วหรูหราโอ่อ่าสวยงามมากนัก



พวกเราลองเดินหาร้านอาหารกัน แล้วก็มาเจอศูนย์อาหารจึงกินกันตรงนี้ ที่เลือกกินมื้อนี้คือมีเรอบุส (马来卤面, Mi rebus) ราคา ๔.๘ เหรียญ เป็นอาหารมลายู รสชาติน่าผิดหวัง... 哭



กินเสร็จก็ฟ้ามืดแล้ว ทิวทัศน์กลางคืนตรงนี้ก็สวยงามไปอีกแบบ




สะพานนี้เดินชมทิวทัศน์ได้



จากสะพานมองลงไปเห็นอาคารพิพิธภัณฑ์มีเปิดไฟสี



ตรงนี้มีการเปิดแสดงน้ำพุสวยงาม แต่รอบๆมีเปิดเพลงไปด้วยเสียงดังจนหนวกหูทำให้ไม่ประทับใจเท่าที่ควร



ทางเดินที่มีต้นไม้เรียงรายนี้ทำออกมาได้ดีมาก



เสร็จแล้วก็เดินเลียบชาวฝั่งอ่าวมาเรื่อยๆ เพื่อมาชมสิงโตหางปลา (鱼尾狮, Merlion) สัญลักษณ์ที่สำคัญของสิงคโปร์



ด้านหลังมีอันเล็กๆอีกตัว



จากตรงนี้มองย้อนกลับไปทางโน้นเห็นตึกเรือและตึกอื่นๆทางนั้นเปิดไฟสีกลมกลืนสวยงาม



ที่ใกล้ๆตรงนั้นมีสถานีรถไฟฟ้าชื่อสถานีราฟเฟิลส์เพลซ ชื่อภาษาจีนคือไหลฝัวซื่อฝาง (莱佛士坊) ซึ่งเป็นจุดตัดของสายสีเขียวกับสีแดง จากตรงนั้นนั่งสายสีเขียวกลับไปยังสถานีลาเวนเดอร์เพื่อเดินกลับโรงแรม

ก่อนกลับก็แวะ 7-11 ซื้อซิมโทรศัพท์สำหรับใช้ต่อเน็ต ที่นี่ซิมราคา ๑๕ เหรียญ ใช้ได้นาน ๕ วัน สามารถทำได้ทั้งโทรและต่อเน็ต ถือว่าพอดี คุ้มดี สามารถใช้ GPS นำทางสำหรับการเที่ยวในวันต่อๆไปได้

กลับไปถึงก็พักผ่อน พอดึกก็นอน เป็นอันสิ้นสุดการเที่ยวในวันแรก



ตอนต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20170906


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> สิงคโปร์

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文