# เสาร์ 27 ธ.ค. 2025หลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ที่เมืองอุตสึโนมิยะดังที่ได้เล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20251226แต่บ้านใหม่ที่เข้ามาอยู่ตอนนี้ยังมีอะไรไม่พร้อมหลายอย่าง ที่สำคัญคือเรื่องเครื่องทำน้ำอุ่น ดังที่เล่าไว้ในบันทึกตอนที่ขนของเข้าห้องรอบแรก
https://phyblas.hinaboshi.com/20251224เจ้าหน้าที่ได้นัดว่าจะมาเปลี่ยนเครื่องทำน้ำอุ่นให้ตอนวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม ซึ่งก็ยังดีที่มาก่อนปีใหม่ได้ แต่นั่นหมายความว่าก่อนจะถึงวันนั้นต้องอยู่โดยไม่มีน้ำอุ่นใช้ ให้อาบน้ำในฤดูหนาวโดยไม่มีน้ำอุ่นแบบนี้ยังไงก็ไม่ไหว
ที่จริงในฤดูหนาวคนญี่ปุ่นอาจจะไม่อาบน้ำหลายวันก็อยู่ได้ แต่เราคนไทยติดนิสัยอาบน้ำทุกวัน ถ้าไม่ได้ลำบากเกินไปจริงๆก็อยากจะอาบอยู่ดี
ในเมื่อที่บ้านอาบไม่ได้ก็ต้องไปหาอาบข้างนอก ก็เลยคิดว่าไหนๆก็ต้องไปอาบน้ำข้างนอกแล้ว จะให้ไปอาบที่ร้านธรรมดาก็ยังไงอยู่ เลยตัดสินใจไปแช่อนเซงซะเลย
พอลองค้นดูก็พบแหล่งอนเซงที่สามารถไปโดยรถไฟและไม่ไกลเกินไป นั่นคือที่
โทจิงิเทนเนงอนเซงอิกิอิกิยุเมะโรมัน (
栃木天然温泉いきいき
夢ロマン) ซึ่งอยู่ในย่าน
คานาซากิ (
金崎) ทางตอนเหนือของเมืองโทจิงิ
เมืองโทจิงิ (
栃木市) เป็นเมืองที่ใช้ชื่อเดียวกับจังหวัดโทจิงิ แต่ว่าไม่ใช่เมืองใหญ่สุด เพราะว่าเมืองใหญ่สุดที่เป็นศูนย์กลางของจังหวัดคือเมืองอุตสึโนมิยะที่เราอยู่นี้ ส่วนเมืองโทจิงินั้นเล็กกว่ามาก มีประชากรเป็นอันดับ ๓ ของจังหวัด และค่อนไปทางตอนใต้ของจังหวัด ฉะนั้นแม้จะมีชื่อเดียวกับจังหวัด แต่เมืองนี้ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักนัก แม้คนจะรู้จักชื่อจังหวัดโทจิงิก็อาจไม่รู้ว่ามีเมืองชื่อโทจิงิอยู่ด้วย
ตำแหน่งเมืองโทจิงิในจังหวัดโทจิงิ แสดงเป็นสีชมพูเข้ม อยู่ทางใต้สุดของจังหวัด


ที่จริงแล้วเมืองโทจิงิก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีที่เที่ยวน่าสนใจ ถ้ามีโอกาสก็อยากแวะไปเหมือนกัน แต่ว่าครั้งนี้ไม่ได้มีเวลาไปเที่ยว ไว้ค่อยไปโอกาสหน้า แต่เป้าหมายครั้งนี้คือแค่จะไปแช่อนเซงเท่านั้น ซึ่งตำแหน่งของอนเซงนี้ก็ไม่ได้อยู่ใกล้เขตใจกลางเมืองโทจิงิ แต่อยู่เกือบเหนือสุด และที่จริงบริเวณนี้เคยเป็นเมืองที่ชื่อว่า
เมืองนิชิกาตะ (
西方町) ซึ่งได้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองโทจิงิเมื่อปี 2011 นี้เอง
สถานีที่อยู่ใกล้กับอนเซงนั้นคือ
สถานีโทวบุคานาซากิ (
東武金崎駅) ซึ่งเป็นสถานีบนทางรถไฟ
สายนิกโกว (
日光線) ของบริษัทรถไฟ
โทวบุ (
東武) สำหรับการเดินทางไปจากอุตสึโนมิยะนั้นสามารถนั่งรถไฟของโทวบุไปได้ แต่ว่าสถานีโทวบุในเมืองอุตสึโนมิยะคือ
สถานีโทวบุอุตสึโนมิยะ (
東武宇都宮駅) นั้นอยู่บน
สายอุตสึโนมิยะ (
宇都宮線) ซึ่งเป็นคนละสายกัน การจะเดินทางต้องไปต่อรถไฟที่
สถานีชินโทจิงิ (
新栃木駅) ในเมืองโทจิงิ
เพียงแต่ว่ายังมีอีกวิธีนึงในการเดินทางไป นั่นคือนั่งรถเมล์จากกลางเมืองอุตสึโนมิยะไปลงที่
สถานีชินคานุมะ (
新鹿沼駅) ใน
เมืองคานุมะ (
鹿沼市)
ตำแหน่งเมืองคานุมะ อยู่ทางเหนือของเมืองโทจิงิ และทางตะวันตกของเมืองอุตสึโนมิยะ

เมืองคานุมะนั้นที่จริงแล้วมีสถานีหลักของเมืองคือ
สถานีคานุมะ (
鹿沼駅) แต่นั่นเป็นสถานีของ JR อยู่คนละสายกันกับที่เราจะไป ในขณะที่สถานีชินคานุมะนั้นอยู่ไกลออกไปจากสถานีคานุมะประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ตั้งอยู่บนสายนิกโกวของโทวบุ จึงสามารถมาขึ้นที่สถานีนี้เพื่อไปยังเป้าหมายได้ แต่ว่ารถไฟจากอุตสึโนมิยะโดยตรงมีแค่ไปถึงสถานีคานุมะเท่านั้น ดังนั้นถ้าจะมาที่สถานีชินคานุมะต้องนั่งรถเมล์มา
ครั้งนี้เราเลือกไปโดยนั่งรถเมล์ไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานีชินคานุมะ แล้วขากลับค่อนกลับโดยรถไฟของโทวบุโดยเปลี่ยนรถที่สถานีชินโทจิงิ
เมืองคานุมะนั้นมีชื่อเสียงเรื่องขนมจีบ ครั้งนี้จึงถือโอกาสไปหาร้านขนมจีบกินตอนที่ไปเปลี่ยนรถแถวสถานีชินคานุมะด้วย
แต่ก่อนที่จะเริ่มเล่าถึงตอนออกเดินทางไปอนเซง ขอเริ่มเล่าเรื่องจากตอนเช้า ซึ่งได้ไปเดินหาซื้อของเพิ่มเติมในร้าน
คันเซกิ (カンセキ) ซึ่งเป็นร้านขายพวกของแต่งบ้าน ร้านนี้เป็นร้านที่มีหลายสาขาอยู่ในจังหวัดโทจิงิเป็นหลัก ที่ไปครั้งนี้เป็นสาขาเอกิฮิงาชิซึ่งอยู่ใกล้ในระยะที่เดินไปจากห้องพักที่อยู่ได้

เป้าหมายหลักคือมาซื้อผ้านวมสำหรับห่มนอน ที่จริงแล้วคือเมื่อคืนซื้อผ้าห่มไปแล้วแต่รู้สึกว่ายังไม่พอ อยากหาผ้านวมมาห่มเพิ่ม ซึ่งที่นี่ก็มี

นอกจากนี้ในนี้ก็มีพวกโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ อยู่มากมาย

ตรงนี้เป็นชั้นวางของแบบต่างๆ ที่ตั้งอยู่ด้านบนเป็นของตัวอย่าง ถ้าจะซื้อก็หยิบกล่องที่อยู่ด้านล่าง มีส่วนประกอบให้เอาไปประกอบได้

เราเลือกซื้อชั้นวางของและผ้านวมไป แต่ว่าหนักเกินกว่าที่จะถือไปได้ จึงบอกพนักงานว่าอยากขอยืมรถเข็นเพื่อเข็นไปวางที่ห้อง เขาก็ให้ยืม จึงรีบเอาของขึ้นรถเข็น แล้วเข็นกลับห้องพัก เสร็จแล้วก็รีบเข็นกลับมาคืน

หลังคืนรถเข็นก็ได้เข้าไปเดินเล่นดูร้านข้ายพวกของฝากและของกินเล่น
รากุรากุไต (
楽々屋台) ที่อยู่ข้างๆ ก่อนกลับ

หลังจากซื้อผ้านวมและชั้นวางของเพิ่มเสร็จเอามาวางในห้องแล้ว ก็รอเวลา 12:00 ที่นัดให้คนส่งของเอาเครื่องเรือนที่สั่งจากร้านเทรเชอร์แฟกทอรีมาส่ง เท่านี้เครื่องเรือนในห้องก็พร้อม
ได้เวลาออกเดินทางไปแช่อนเซง เราเดินออกจากห้องพักมาไปยังสถานีอุตสึโนมิยะ

ระหว่างทางผ่านลานกว้างมองลงมาเห็นจัดกิจกรรมอะไรอยู่ด้วย

มาขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่ฝั่งตะวันตกของสถานีอุตสึโนมิยะ

รถเมล์ที่จะขึ้นนั้นคือสาย 43 โดยรวมแล้วมีประมาณ ๓๐ นาทีต่อรอบ

รถเมล์นี้มีปลายทางอยู่ภายในเมืองคานุมะ โดยระหว่างทางมีผ่านแถวสถานีรถไฟหลักทั้ง ๒ สถานี โดยเริ่มจากผ่านสถานีคานุมะของ JR ที่ถึงก่อน

จากนั้นข้ามผ่าน
แม่น้ำคุโระ (
黒川) ที่ไหลผ่านกลางเมืองคานุมะ

แล้วก็มาจอดที่ป้าย
โทริอิโดะโจว (
鳥居跡町) ชื่อโทริอิโดะโจวนี้เป็นชื่อของย่านบริเวณแถวที่สถานีชินโทจิงิตั้งอยู่

ข้างๆป้ายรถเมล์ที่ลงมานั้นเป็นที่ตั้งของ
ศาลเจ้าฟุตาอารายามะ (
二荒山神社) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีอยู่หลายแห่งทั่วจังหวัดโทจิงิ ที่มีชื่อเสียงคือที่ในเมืองอุตสึโนมิยะ ส่วนที่นี่เป็นแค่ศาลเจ้าเล็กบนเกาะกลางถนน

เนื่องจากรถเมล์พามาลงบนเกาะกลางถนน จึงต้องรอสัญญาณไฟเพื่อข้ามถนนไป

จากจุดที่ลงรถเมล์มา เดินไปนิดหน่อยก็เจอร้าน
นิวคาเนโกะ (ニューかねこ) เป็นร้านอาหารที่ขายหลายอย่าง รวมถึงราเมงและขนมจีบ

ภายในร้านตอนที่ไปนั้นไม่มีคนอื่นเลย เพราะว่าเวลาค่อนข้างช้า ประมาณบ่ายสามโมงแล้ว

เมนู ดูแล้วมีทั้งราเมง ข้าว เกี๊ยวซ่า ให้เลือกหลายอย่างทีเดียว

สั่งราเมงมิโสะ ๘๘๐ เยน กับขนมจีบคานุมะ ๓๙๐ เยน

นี่คือขนมจีบคานุมะ เรียกว่า "คานุมะชิอุไม" (かぬまシウマイ) ของขึ้นชื่อของเมืองคานุมะ อร่อยดีทีเดียว ในญี่ปุ่นเรียกขนมจีบว่า "ชูไม" (しゅうまい) เป็นหลัก และบางทีก็เรียกว่า "ชิอุไม" (しうまい) แต่ขนมจีบคานุมะจะเรียกว่า "ชิอุไม"

ในร้านมีแผ่นพับที่แนะนำร้านขนมจีบในเมืองคานุมะ มีภาพรูปปั้นขนมจีบด้วย ตั้งอยู่ที่สถานีคานุมะที่เราไม่ได้ไป

ตรงนี้มีเล่าประวัติของคานุมะชิอุไม และแนะนำร้านที่สามารถหากินได้ภายในเมือง ซึ่งมีร้านนิวคาเนโกะที่เรานั่งกินอยู่นี้อยู่ในรายการด้วย

กินเสร็จก็เดินไปยังสถานีชินคานุมะ

หน้าสถานีดูแล้วตกแต่งสวยทีเดียว

มีรูปปั้นสตรอว์เบอร์รีขนาดใหญ่วางอยู่ด้วย เพราะเมืองนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องขนมจีบแล้วก็ยังมีชื่อเสียงเรื่องสตรอว์เบอร์รีอีก ตัวอาคารสถานีก็มีวาดลายสตรอว์เบอร์รี ดูมุ้งมิ้ง

มีภาพรูปปั้นขนมจีบด้วย

มีตู้ขายขนมจีบวางอยู่ตรงนี้อีก

รถเมล์ของเมืองนี้ก็มีลายสตรอว์เบอร์รีด้วย

ทางเข้าไปในสถานี สถานีนี้ดูเหมือนเป็นสถานีเล็กๆตามท้องถิ่น แต่ก็มีเจ้าหน้าที่อยู่ และก็ใช้บัตร Suica แตะผ่านที่ตรวจตั๋วเพื่อนั่งรถไฟได้

เข้ามาขึ้นรถไฟรอบเวลา 16:14 ที่มีปลายทางอยู่ที่
สถานีมินามิคุริฮาชิ (
南栗橋駅) ในจังหวัดไซตามะ

ภายในรถไฟ

ระหว่างทางรถไฟมาจอดที่สถานีต่อไปคือ
สถานีโมมิยามะ (
樅山駅) ซึ่งก็ยังอยู่ในเมืองคานุมะ

แล้วอีกสถานีคือ
สถานีนิเรงิ (
楡木駅) เป็นสถานีที่อยู่ทางใต้สุดของเมืองคานุมะแล้ว

จากนั้นรถไฟก็เข้าสู่เขตเมืองโทจิงิ มาจอดที่สถานีโทวบุคานาซากิซึ่งเป็นเป็นเป้าหมาย

หลังจอดที่สถานี้รถไฟขบวนนี้ยังจอดอยู่สักพักด้วย ก็เลยได้ถ่ายภาพชานชลาพร้อมรถไฟในขณะที่เดินข้ามไปยังทางออกสถานี

อาคารสถานี ถ่ายจากด้านหน้าสถานีตอนที่ออกมา เวลานั้นฟ้าเริ่มมืดพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว

เดินไปในย่านในเมืองที่ดูเงียบๆในยามค่ำ มุ่งหน้าไปยังอนเซง



ตรงนี้มีวัดเล็กๆ ชื่อว่า
อาตาโงะยามะเซนจุอิง (
愛宕山千手院)

หน้าสถานีอยู่ฝั่งตะวันออกของรางรถไฟ ในขณะที่อนเซงอยู่ทางตะวันตก จึงต้องเดินมาข้ามรางรถไฟตรงนี้


รอบๆดูจะเป็นพวกบ้านที่อยู่อาศัยเป็นหลัก แต่ก็มีพวกร้านอยู่บ้าง อันนี้เป็นซูเปอร์เล็กๆชื่อ
ยาโอริง (ヤオリン)

ตรงโน้นมี
โรงพยาบาลนิชิกาตะ (
西方病院) อยู่หลังท้องทุ่ง

เดินต่อมา เริ่มเห็นป้ายอนเซงแล้ว

ลานจอดรถหน้าอนเซง

ตัวอาคารอนเซง

เข้ามาด้านในแล้วก็ต้องถอดรองเท้า เอาไปฝากตู้ แล้วเอากุญแจตู้รองเท้าไปยื่นให้เคาน์เตอร์เพื่อจะรับปลอกแขนสำหรับใช้คิดเงินค่าบริการทั้งหมดข้างใน

เดินเข้ามาด้านใน ในนี้ดูแล้วกว้างอยู่ มีอะไรมากมาย

มีโรงอาหารด้วย


ตรงนี้เป็นที่นั่งพักและทางเข้าไปแช่อนเซง

ก่อนอื่นเราเข้าไปแช่อนเซงก่อน เสร็จแล้วออกมาก็เดินเล่นภายในต่อ

ตรงนี้มีที่นั่งนวด

ห้องนั่งเล่นสบายๆ

ตรงนี้เป็นร้านขายพวกของฝาก มีพวกของท้องถิ่นหลายอย่าง

อันนี้เป็นขิงของบริษัท
อิวาชิตะ (
岩下) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโทจิงิ และกวางนี้คือ
อิวาชิกะจัง (イワシカちゃん) ตัวละครสนับสนุนการท่องเที่ยว
พิพิธภัณฑ์ขิงใหม่อิวาชิตะ (
岩下の
新生姜ミュージアム) สถานที่เที่ยวในเมืองโทจิงิ

ส่วนนี่คือตัวละครต้นตำรับของอนเซงแห่งนี้เอง ชื่อว่า
ยุกะ (夢叶) มีขายพวงกุญแจ ราคา ๖๐๐ เยน เห็นว่าน่ารักดีก็เลยตัดสินใจซื้อไปอันนึงเป็นที่ระลึก

ใกล้ๆตรงนั้นยังมีแผ่นป้ายแนะนำตัวละครขนาดใหญ่วางอยู่ด้วย

ซื้อของเสร็จก็ออกมา ตอนออกมาก็คืนปลอกแขนพร้อมกับเอาพวงกุญแจมาคิดเงินด้วย จ่ายค่าบริการแช่อนเซง ๑๑๐๐ เยน และค่าพวงกุญแจ ๖๐๐ เยน รวมเป็น ๑๗๐๐ เยน
ตอนที่ออกมาก็เป็นเวลามืดค่ำแล้ว

ก็เดินกลับไปทางเดิม รู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน


กลับมาถึงสถานี

ตารางเวลารถไฟที่ออกจากสถานีนี้ มีจำนวนเที่ยวรถไม่มาก ชั่วโมงนึงอาจมีแค่รอบเดียว หรือ ๒ รอบ รถไฟเที่ยวถัดไปคือเวลา 17:35

แตะบัตรเข้าไปในชานชลา


มานั่งรถไฟไปต่อ ขบวนนี้ก็มีปลายทางที่สถานีมินามิคุริฮาชิเหมือนขบวนที่นั่งมา นั่งไปยังทิศทางเดิมต่อ

ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เอาพวงกุญแจที่ซื้อมาถ่ายภาพ แล้วก็ติดไว้ที่กระเป๋าของตัวเอง

นั่งรถไฟแค่ ๑๐ นาทีก็มาถึงสถานีชินโทจิงิเวลา 17:45 ตอนที่มาถึงรถไฟที่เรามาเปลี่ยนก็รออยู่ข้างๆแล้ว ไม่ต้องเดินออกจากสถานีหรือแม้แต่ข้ามสะพานชานชลาเลย ตัวสถานีนี้ถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนรถได้สะดวกดีมาก


ถ่ายภาพภายในชานชลาหลังจากที่เข้ามาในรถไฟแล้ว ป้ายสถานีนี้ก็เป็นลายสตรอว์เบอร์รีสวยดี

นั่งมาลงที่สถานีโทวบุอุตสึโนมิยะ มาถึงเวลา 18:28

สถานีโทวบุอุตสึโนมิยะนั้นตัวอาคารเป็นห้าง
โทวบุเฮียกกะเตง (
東武百貨店) หลังออกจากที่ตรวจตั๋วมาก็มีทางเข้าห้างอยู่ตรงหน้า เลยลองเข้าไปเดินข้างในสักหน่อยก่อนกลับ

ชั้นบนกำลังมีจัดเทศกาล
ดางาชิด้วย เลยมาเดินเล่นดูนิดหน่อย


ร้านตรงนี้ขาย
วาราบิโมจิ มีให้ชิมฟรีด้วย คนขายดูใจดีมาก

แล้วก็มานั่งรถเมล์กลับจากป้ายรถเมล์หน้าสถานี

จบการเที่ยวอนเซงแบบไปกลับวันเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่ไปอนเซงคนเดียวจริงๆ ก็ถือเป็นประสบการณ์