φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ไปกินร้านอาหารจีนบามิยานแถวหอวัฒนธรรมเมืองอุตสึโนมิยะแล้วแวะชมสำนักใหญ่ของศาสนาวิทยาศาสตร์แห่งความสุข
เขียนเมื่อ 2026/06/06 21:42
แก้ไขล่าสุด 2026/06/09 17:31
# เสาร์ 6 มิ.ย. 2026

บามิยาน (باميانbāmiyān) เป็นชื่อเมืองหนึ่งในประเทศอัฟกานิสถาน มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานโดยมีความสำคัญตรงที่เป็นทางผ่านของเส้นทางสายไหม ซึ่งพระถังซัมจั๋งก็เคยเดินทางผ่านด้วย เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตะวันตกกับตะวันออกที่สำคัญ

แต่สำหรับที่ญี่ปุ่น ชื่อนี้เป็นชื่อของร้านอาหารจีนแฟรนไชส์ที่มีสาขาอยู่เป็นร้อยแห่ง อาหารก็อร่อย มีตราสัญลักษณ์รูปลูกท้อดูสวยดีมีเอกลักษณ์

หลายคนเห็นชื่อร้านแล้วก็คงแปลกใจว่าทำไมร้านอาหารจีนถึงใช้ชื่อร้านเป็นชื่อเมืองในอัฟกานิสถาน ที่จริงที่มาก็คือความคิดที่ว่าอยากให้ร้านนี้เป็นตัวเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกันผ่านอาหารอร่อยเหมือนอย่างที่เมืองบามิยานเป็นเส้นทานผ่านแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในอดีต

ชื่อนี้ก็เลยกลายมาเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของร้าน เพราะร้านอาหารจีนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นโดยมากจะใช้ชื่อภาษาจีนหรือไม่ก็ชื่อที่เขียนด้วยคันจิ แต่ชื่อบามิยานเขียนเป็นคาตากานะว่า バーミヤン ซึ่งก็คงชวนให้คนสงสัยว่าชื่อนี้มีความหมายว่าอะไร แล้วก็สนใจหาข้อมูล

ชื่อเมืองบามิยานนี้เป็นภาษาดารี (دریdarī)  ซึ่งเป็นภาษาราชการของอัฟกานิสถาน ถือเป็นสำเนียงหนึ่งของภาษาเปอร์เซียที่ใช้ในอิหร่านเป็นหลัก มีเสียงอ่านต่างกันไปบ้าง แต่ว่าเขียนด้วยอักษรอาหรับเหมือนกัน ที่อ่านว่า "บามิยาน" นี้เป็นการอ่านตามภาษาดารี และภาษาอาหรับก็อ่านแบบนี้เหมือนกัน

ในภาษาญี่ปุ่นเมื่อทับศัพท์ด้วยคาตากานะให้ใกล้เคียงที่สุดก็จะเป็น バーミヤーン แต่ว่าชื่อร้านใช้เป็น バーミヤン โดยพยางค์หลังเป็นเสียงสั้น ทั้งที่ควรเป็นเสียงยาวถึงจะถูกต้องจริงๆ เพราะภาษาดารีหรือภาษาอาหรับล้วนมีการแยกสระเสียงสั้นยาวชัดเจนเหมือนกัน

แต่ภาษาญี่ปุ่นเวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศอื่นๆก็มีการละเลยเสียงสั้นยาวอยู่บ่อยครั้ง บ้างก็เพื่อให้อ่านง่าย บ้างก็เพราะคนที่เริ่มแปลตอนแรกไม่ได้ใส่ใจแยกเสียงสั้นยาวแล้วก็ใช้มาจนชิน อย่างพัทยาเองก็นิยมเรียก パタヤ ทั้งที่ควรเป็น パッタヤー

ในไทยเองก็มีการเขียนชื่อนี้เป็น "บามิยัน" หรือ "บามียัน" แต่ว่าถ้าจะแยกเสียงสั้นยาวให้ถูกต้องควรเป็น "บามิยาน"

บามิยานยังเป็นที่รู้จักตรงที่มีพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผา ซึ่งเชื่อว่าถูกสร้างในช่วงศตวรรษที่ 6 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสมัยนั้นบริเวณนั้นยังนับถือศาสนาพุทธ ก่อนที่อิทธิพลของศาสนาอิสลามจะเข้ามา ทำให้ที่นี่ก็หมดความสำคัญไป

บามิยานยังกลับมาเป็นกระแสสนใจในยุคสมัยใหม่ เนื่องจากในปี 2001 ตอลิบานซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงได้เข้าปกครองอัฟกานิสถาน จึงได้ทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยานซึ่งเป็นรูปเคารพของศาสนาพุทธ

ร้านบามิยานในญี่ปุ่นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1986 เจ้าของร้านคงไม่คิดว่าต่อมาจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับบามิยาน

ร้านมีสาขาเป็นร้อยแห่งในญี่ปุ่น แต่โดยส่วนมากจะอยู่ในโตเกียวและเมืองรอบๆ นอกจากนี้ก็มีอยู่ตามเมืองหลักๆในแต่ละภูมิภาค แต่ก็ไม่ได้มีอยู่ทุกจังหวัด



วันนี้พอดีเกิดคิดถึงร้านนี้ขึ้นมา เพราะเมื่อก่อนสมัยอยู่เซนไดเคยไปกินบ่อยๆ เพราะสาขาที่เซนไดอยู่ใกล้หอพักที่อาศัยอยู่ แต่หลังจากย้ายไปอยู่ฟุกุโอกะแล้วก็ไม่ได้มีโอกาสกินเลย เพราะแม้ว่าจะมีสาขาที่ฟุกุโอกะ แต่ก็อยู่ไกลจากที่อาศัยอยู่ตอนนั้น

ตอนนี้ย้ายมาอยู่อุตสึโนมิยะ พอลองค้นดูก็พบมีร้านนี้เช่นกัน โดยมีอยู่ ๒ สาขา แต่ก็ไม่มีสาขาไหนที่ใกล้ที่อยู่ ถึงอย่างนั้นก็มีสาขานึงไม่ได้ถึงกับเดินทางลำบาก สามารถนั่งรถเมล์ไปได้สะดวก นั่นคือสาขาอาเกโบโนะ (明保野あけぼの) ตั้งอยู่ในย่านอาเกโบโนะโจว ข้างๆหอวัฒนธรรมเมืองอุตสึโนมิยะ (宇都宮市文化会館うつのみやしぶんかかいかん)

และไม่ไกลกันนั้นยังมีศาสนสถานของศาสนาวิทยาศาสตร์แห่งความสุข (幸福の科学) ซึ่งเป็นศาสนาสมัยใหม่ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1986 โดยศาสดาชื่อว่าโอกาวะ ริวโฮว (大川おおかわ 隆法りゅうほう, 1956 - 2023)

พอดีช่วงนี้เพิ่งมีโอกาสได้ดูคลิปที่พูดถึงเกี่ยวกับศาสนาสมัยใหม่ต่างๆในญี่ปุ่น ซึ่งก็รวมถึงศาสนาที่มีปัญหาอย่างโอมชินริเกียวที่เคยก่อนเหตุปล่อยก๊าซซารินในรถไฟใต้ดินโตเกียว

ส่วนศาสนาวิทยาศาสตร์แห่งความสุขนี้เทียบกันแล้วก็ไม่ได้ถึงกับเด่นดังอะไร มีการประมาณว่ามีผู้นับถือประมาณหลักหมื่นเท่านั้น แต่โอกาวะผู้เป็นศาสดาได้เขียนหนังสือที่แสดงแนวคิดแปลกๆไว้มากมาย ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศรวมถึงภาษาไทยด้วย แต่ศาสดาก็เพิ่งเสียชีวิตไปในปี 2023 โดยไม่ได้ตั้งผู้สืบทอดไว้ ก็เลยเป็นข่าวดังและเป็นที่สนใจว่าจะเป็นยังไงต่อไป

ศาสนานี้มีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ที่โตเกียว แต่ว่าได้มีการตั้งวิหารไว้หลายแห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดโทจิงินั้นมีอยู่ถึง ๔ แห่ง ในจำนวนนั้น ๒ แห่งอยู่ในเมืองอุตสึโนมิยะ

สำหรับที่เราจะไปครั้งนี้คือวิหารโซวฮนซังโชวชิงกัง (総本山正心館そうほんざんしょうしんかん) ซึ่งถือเป็นสำนักใหญ่ของศาสนานี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 ผู้ที่สนใจสามารถแวะเข้าไปชมได้ แต่ว่าเรารู้สึกไม่กล้า เลยขอแค่แวะไปดูจากข้างนอกก็พอ



กล่าวนำมาซะยาว จากตรงนี้ขอเริ่มเล่าเรื่องการแวะไปเยือน โดยครั้งนี้เราตัดสินใจเลือกแวะไปกินร้านบามิยานสาขาอาเกโบโนะ แล้วก็เดินเล่นแถวนั้น แล้วปิดท้ายด้วยการแวะไปชมวิหารโซวฮนซังโชวชิงกัง

เริ่มต้นจากเดินทางด้วยรถเมล์จากหน้าสถานีอุตสึโนมิยะมาลงที่ป้ายประตูตะวันตกหอวัฒนธรรม (文化会館西口ぶんかかいかんにしぐち)



พอลงรถเมล์มาก็เห็นป้ายที่มีรูปตราสัญลักษณ์ดอกท้อของร้านอยู่ตรงหน้าเลย



เดินมาถึงหน้าร้านแล้วก็เข้าไป



ตอนที่ไปถึงร้านคนเต็ม ต้องมาลงชื่อแล้วก็นั่งรอสักพัก แต่ก็แค่ไม่กี่คิว และก็ค่อนข้างเร็วอยู่ ไม่นานก็ถึงคิวแล้วเขาก็เรียก



ที่นี่ไม่มีที่นั่งเคาน์เตอร์ ถึงมาคนเดียวก็นั่งโต๊ะสำหรับ ๔ คน



สำหรับการสั่งอาหารทำโดยใช้แทบเลต ช่วงนี้ทางร้านมีเมนูใหม่ที่ชื่อว่าบามิโรว (バミろう) เป็นราเมงที่ทำเลียนแบบราเมงแบบจิโรวเกย์ (二郎系じろうけい) ซึ่งเป็นราเมงที่ใช้เส้นใหญ่หนา ซุปโชวยุเข้มข้น ใส่เนื้อหมูหันก้อนใหญ่หนา ใส่ถั่วงอกและกระเทียมเยอะ



ก็เลือกสั่งแบบขนาดธรรมดา ราคา ๙๗๙ เยน แล้วก็สั่งไข่ด้วย จ่ายเพิ่มอีก ๑๓๒ เยน ทั้งหมดเป็น ๑๑๒๑ เยน



ก็ถือว่าอร่อยไม่ผิดหวังที่มาเลย



ตอนที่เขามาส่งอาหารเราก็นึกได้ว่าปกติร้านนี้จะส่งอาหารโดยใช้หุ่นยนต์แมว แต่ครั้งนี้กลับเป็นคนมาส่งโดยตรง ไม่แน่ใจว่าแล้วแต่จังหวะ หรือว่าเพราะเมนูนี้ไม่สะดวกส่งด้วยหุ่นยนต์ แต่เราอยากเจอหุ่นยนต์ส่งของก็เลยตัดสินใจทำการสั่งเพิ่ม ก็เลยลองดูของหวานสักหน่อย ทั้งที่ปกติแทบไม่เคยกินของหวานหลังอาหารเลย ลองดูก็เห็นเมนูที่ชื่อว่าขนมปังปิ้งกับไอศกรีมวานิลาราดน้ำผึ้ง (はちみつげパンバニラアイスえ) ราคา ๓๘๔ เยน แต่ดูหน้าตาแล้วมันก็คือปาท่องโก๋นั่นเอง




สั่งแล้วสักพักหุ่นยนต์ส่งอาหารก็มาส่งของตามที่สั่งไป




ของหวานก็อร่อยดีทีเดียว



กินเสร็จก็มาคิดตังค์ โดยที่นี่เป็นระบบอัตโนมัติ ต้องเอาใบเสร็จมาสแกนจ่ายที่เครื่องเอง



ตอนที่มาคิดตังค์มีคนกำลังใช้เครื่องอยู่ ระหว่างที่รอก็เลยหันกลับมาถ่ายบรรยากาศภายในร้านอีกรูป



กินเสร็จก็เดินออกจากร้านมา จากนั้นก็เดินไปทางหอวัฒนธรรม





ตรงนี้เป็นอาคารศูนย์ชุมชนรวมเมืองอุตสึโนมิยะ (宇都宮市総合うつのみやしそうごうコミュニティセンター) อยู่ข้างๆหอวัฒนธรรม



เดินถัดมาอีกก็เจออาคารหอวัฒนธรรมอยู่ทางโน้น



อาคารนี้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานกิจกรรมอะไรต่างๆ เช่นคอนเสิร์ต หรือพวกงานแสดงศิลปะ ตอนที่มาถึงเห็นคนมาต่อแถว น่าจะมีงานอะไรอยู่




ข้างๆเป็นหอสมุดใจกลางเมืองอุตสึโนมิยะ (宇都宮市立中央図書館うつのみやしりつちゅうおうとしょかん)



ข้างๆหอสมุดก็เป็นสวนสาธารณะเล็กๆชื่อว่าสวนสาธารณะอาเกโบโนะ (明保野公園あけぼのこうえん)






เดินผ่านสวนสาธารณะออกมาทางใต้



ก่อนกลับ เป้าหมายสุดท้ายที่จะไปคือไปที่วิหารโซวฮนซังโชวชิงกังของศาสนาวิทยาศาสตร์แห่งความสุข จากตรงนั้นเดินลงมาทางใต้อีกหน่อย



เริ่มเห็นตัวอาคารที่ดูเป็นวิหารแบบตะวันตกตั้งโดดเด่นอยู่ตรงหน้าแล้ว



และนี่ก็คืออาคารโซวฮนซังโชวชิงกัง ตัวอาคารทำออกมาสวยทีเดียว แม้เราจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับศาสนา แต่ก็มองว่าศาสนาเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่สวยงาม ฉะนั้นจึงได้สนใจที่จะมาชม



ลองเดินเข้ามาดูใกล้สักหน่อย



เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้า



ลองส่องมองผ่านกระจกเข้าไปด้านใน ยังมองไม่เห็นใครในนี้ แต่เห็นภายในที่ตกแต่งประดับสวยงาม มีพระพุทธรูปด้วย



ก็ชมพอแค่นี้ เสร็จแล้วก็มาที่ป้ายรถเมล์ ซึ่งก็ตั้งอยู่หน้าวิหารนี้เลย สะดวกมาก ชื่อป้ายคือยาโยอิโจว (弥生町やよいちょう) เพราะตรงนี้เรียกว่าเป็นย่านยาโยอิ



เดินมาทางป้ายฝั่งตรงข้าม เห็นป้ายรถเมล์อยู่หน้าวิหารเลย



แล้วก็รอจนรถเมล์มา นั่งรถเมล์กลับสถานีอุตสึโนมิยะ



ครั้งนี้ได้ทั้งมากินราเมงในร้านอาหารที่ชื่อมีประวัติศาสตร์น่าสนใจ แล้วก็ยังได้ชมศาสนสถานที่สวยงามของศาสนาใหม่ในญี่ปุ่น ก็เป็นการแวะมาที่คุ้มทีเดียว



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> โทจิงิ
-- ท่องเที่ยว >> อาหารญี่ปุ่น >> ราเมง
-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

รวมร้านราเมงและบะหมี่ในจังหวัดโทจิงิ
ทำความเข้าใจการแปลงลาปลัสสำหรับแก้ปัญหาฟิสิกส์
รวมร้านราเมงและบะหมี่ในเมืองฟุกุโอกะ
ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น ปี 2013
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文