φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เดินเล่นในเมืองมาลเมอยามเย็นและขึ้นรถไฟเที่ยวกลางคืน
เขียนเมื่อ 2014/06/11 11:01
#อังคาร 6 พ.ค. 2014

ต่อจากเมื่อวานที่ไปเที่ยวไกลถึงคาลมาร์มา https://phyblas.hinaboshi.com/20140609

วันนี้การเดินทางไกลก็กำลังจะเริ่มขึ้นอีก หลังจากที่พักอยู่บ้านที่หมู่บ้านฟูรูบูดามาถึง ๕ คืน วันนี้ได้เวลาจะจากที่นี่ไปแล้ว ตามแผนคือจะนั่งรถไฟตู้นอนในคืนนี้เพื่อไปถึงสตอกโฮล์มในวันรุ่งขึ้น

เราจองตั๋วรถไฟเที่ยวกลางคืนไว้โดยออกเดินทางจากเมืองมาลเมอ (Malmö) เวลา 22:37 และจะไปถึงสตอกโฮล์มตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

เมืองมาลเมอเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๓ ของสวีเดน และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของจังหวัดสโกเน มีสะพานข้ามเชื่อมไปยังเมืองโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก

ที่จริงเราผ่านเมืองนี้มาหลายรอบแล้ว เพราะเป็นทางผ่านไปโคเปนเฮเกน แต่ยังไม่ได้แวะสักทีเพราะกะจะมาแวะวันนี้จะได้มาขึ้นรถไฟทีเดียวเลย แผนดูลงตัวดี

แผนเที่ยววันนี้จริงๆแทบไม่มีอะไรเลย ทุกคนเหนื่อยจากการเที่ยวติดกันหลายวันก็เลยพักอยู่ที่บ้านสบายๆไปเรื่อยๆจนถึงเที่ยงก็เดินทางไปบ้านที่หมู่บ้านเดเกแบร์ยาเพื่อทานอาหารเที่ยงที่นั่น

ประมาณบ่ายโมงจึงออกเดินทางที่นั่นเพื่อเข้าตัวเมืองคริครานสตาเพื่อไปนั่งรถไฟไปมาลเมอ เท่ากับว่าดูแล้วเป็นการเดินทางหลายต่ออยู่

อันที่จริงรถไฟที่จะไปสตอกโฮล์มนั้นไม่จำเป็นต้องไปขึ้นที่มาลเมอก็ได้ สามารถไปขึ้นที่แฮสเลโฮล์มซึ่งอยู่ใกล้กว่า แต่เนื่องจากมาลเมอเป็นต้นทางและคิดว่ามีอะไรให้เดินเที่ยวระหว่างรอรถไฟมากกว่าจึงคิดว่าไปขึ้นที่นั่นดีกว่า ราคาค่าตั๋วยังไงก็เท่ากัน รถไฟก็ขบวนเดียวกัน

ตอนที่เดินทางเข้าตัวเมืองคริครานสตานั้นพี่คนรู้จักเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างทางเขาได้พาแวะหมู่บ้านแว (Vä) ซึ่งที่นั่นมีซากโบสถ์เก่าแก่อยู่ โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 15 แล้วก็ถูกทำลายในปี 1612 โดยกองทัพของจักรพรรดิกุสตาฟที่ ๒ อดอล์ฟ (Gustav II Adolf) กษัตริย์สวีเดนในตอนนั้น ซึ่งสมัยนั้นบริเวณนั้นยังอยู่ใต้การปกครองของเดนมาร์กอยู่




เมื่อไปถึงเมืองคริครานสตาแล้วพวกเรายังเรื่อยเปื่อยกันต่ออีกนิดหน่อย จากนั้นก็ซื้อตั๋วเพื่อจะไปมาลเมอ แล้วก็ขึ้นรถไฟไป แต่ไปรอบนรถไฟสักพักก็รู้สึกผิดสังเกตว่ามันเลยเวลาที่รถไฟจะออกไปแล้วแต่รถไฟก็ยังไม่ออก พอลองถามดูก็ไม่มีใครตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แต่ว่ามีเหตุการณ์บางอย่างขึ้นทำให้รถไฟต้องออกช้ากว่ากำหนด สุดท้ายก็ช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง

รถไฟใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงก็ถึงสถานีมาลเมอ เวลาตอนนั้นประมาณห้าโมงครึ่งแล้ว

ที่จริงตอนแรกคิดว่าไปถึงจะนั่งรถเมล์ต่อไปเพื่อไปชมปราสาทอาลนาร์ป (Alnarps slott) ซึ่งเป็นปราสาทเก่าสวยๆอีกแห่งที่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ ๑๐ กม. สามารถนั่งรถเมล์ไปได้ง่าย แต่พอไปถึงก็เย็นมากแล้วก็เลยตัดสินใจไม่ไปดีกว่า

หน้าสถานีรถไฟมาลเมอ



ป้ายรถเมล์หน้าสถานี ถ้าเราจะไปปราสาทอาลนาร์ปก็ต้องมาขึ้นที่นี่เช่นกัน



ภาพสถานีรถไฟชัดๆมองจากทางใต้



ภาพสถานีมองจากตะวันตกเฉียงเหนือ



ตรงนั้นมีตึกธนาคารเดนมาร์ก



เราเดินออกจากสถานี เดินไปทางใต้จะเห็นคลอง จากนั้นก็เดินข้ามสะพานข้างหน้านี้ไป



ข้่ามฝั่งคลองมาแล้วหันกลับไปถ่ายตัวสถานีจากทิศใต้อีกครั้ง



ข้ามฝั่งมาแล้วก็เดินต่อไปทางใต้





ก็จะมาโผล่ที่ลานกว้างขนาดใหญ่กลางเมือง





กลางลานกว้างมีรูปปั้นของจักรพรรดิคอร์ลที่ ๑๐ กุสตาฟ (Karl X Gustav) กษัตริย์แห่งสวีเดนที่ครองราชย์ในช่วงปี 1654 ถึง 1660 เป็นผู้ที่รบชนะเดนมาร์กและชิงดินแดนส่วนที่เป็นตอนใต้ของสวีเดนในปัจจุบันมาได้ ซึ่งก็คือบริเวณที่เป็นจังหวัดสโกเนที่เรายืนอยู่ตอนนี้



เดินต่อมา






H&M เป็นสิ่งที่มีทุกหนทุกแห่งในสวีเดน



ถัดจากตรงนั้นมาก็จะเป็นลานกว้างกุสตาฟอดอล์ฟ (Gustav Adolfs torg)





เดินต่อไปทางตะวันตก





ข้ามไปตรงนี้จะเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง




ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทมาลเมอ (Malmöhus)



ปราสาทมาลเมอถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1434 แล้วก็ถูกทำลายไปจากนั้นจึงสร้างมาใหม่ในช่วงปี 1530 กว่า สมัยนั้นพื้นที่บริเวณนี้เป็นของเดนมาร์ก และปราสาทนี้เป็นป้อมปราการที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของเดนมาร์กในสมัยนั้น



สะพานทางเข้าตัวปราสาท แต่ว่าตอนนี้เย็นเกินไปแล้วจึงปิดไปแล้ว



ทิวทัศน์ริมน้ำในบริเวณสวน



เห็นคนพายเรือเล่นอยู่ด้วย



ดอกนี้สวยมาก มันคือดอกมาโรนีเย (marronnier)



และจากตรงนี้สามารถเห็นตึกเทิร์นนิงทอร์โซ (Turning Torso) ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในยุโรปเหนือ และเป็นอาคารที่อยู่อาศัยที่สูงที่สุดเป็นอันดับ ๓ ในยุโรป สูง ๑๙๐ ม. ถูกออกแบบมาสวยงามเป็นรูปทรงบิดเป็นเกลียว จากชั้นแรกถึงชั้นบนสุดบิดไป ๙๐ องศา



จากอีกมุมหนึ่ง เราได้แต่ถ่ายจากระยะเท่านี้ ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ เพราะตอนนี้เหนื่อยแล้ว ที่จริงมันก็อยู่ในระยะที่สามารถเดินไปได้ ตรงนั้นอยู่ใกล้ริมฝั่งทะเลน่าจะสวย แต่ยังไงก็เย็นมากแล้ว ฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว กลับไปที่สถานีรถไฟเพื่อผักเหนื่อยก่อนจะขึ้นรถไฟดีกว่า



ขากลับเดินผ่านแถวลานกว้างกลางเมืองแล้วก็เดินต่อไปอีกหน่อยเพื่อแวะชมโบสถ์ซังกต์เพตรี (Sankt Petri kyrka) ซึ่งเป็นโบสถ์ใหญ่สวยอีกแห่ง สร้างในปี 1319 มีหอคอยที่สูงถึง ๑๐๕ ม.




ใกล้ๆโบสถ์มีร้านอาหารละตินอเมริกา



ราคาก็ดูเหมือนจะไม่ได้แพงเกินไป น่าสนใจอยู่ แต่ก็ปิดไปแล้ว มันเปิดถึงสองทุ่ม แต่ตอนนี้เลยไปแล้ว แม้จะเห็นฟ้ายังสว่างอยู่ก็ตาม



แต่มองดูฟ้ามันก็เริ่มมืดลงทีละนิดแล้ว



ใกล้ๆกันตรงนี้ก็มีร้านอาหารไทย ที่สวีเดนนี่คนไทยเยอะจริงๆ





เดินเสร็จแล้วก็กลับไปที่สถานีตอนเกือบสามทุ่ม หลังจากนั่งพักสักครู่ก็ลองเดินเล่นในสถานีระหว่างรอรถไฟ ตอนนั้นบรรยากาศค่อนข้างเงียบ เริ่มมืดลงแล้ว





ออกมาด้านนอกสถานีอีกครั้ง ฟ้ามืดไปแล้ว แต่ยังไม่มืดสนิท




กลับเข้ามาด้านใน พวกร้านต่างๆปิดหมดแล้ว



ก็มีเฉพาะพวกซูเปอร์ที่ยังเปิด



ใกล้ได้เวลาแล้ว รถไฟไปสตอกโฮล์มจะออกตอน 22:37 เตรียมไปรอที่ชานชลา



นี่คือหน้าตาของรถไฟที่นั่ง ดูเป็นแบบเก่าๆ นี่คือรถไฟของ SJ



ภายในทางเดินของตู้นอนหน้าตาเป็นแบบนี้ ดูแล้ววันนี้ห้องโล่งเยอะเลย เหมือนจะไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่



และนี่คือห้องที่นอน เป็นห้องที่มี ๖ เตียง คือเป็นเตียง ๓ ชั้น ๒ แถว



สภาพตู้นอนบางทีอาจดูแย่ยิ่งกว่ารถไฟไทยอีกก็เป็นได้ รถไฟนี้เท่าที่ดูก็ดูเก่าพอสมควร ถึงอย่างนั้นก็ชินแล้ว รถไฟที่จีนเองก็มีสามชั้นแบบนี้เหมือนกัน ก็คล้ายๆกันเลย

แล้วรถไฟก็ออกเดินทางวิ่งฝ่าความมืดยามค่ำคืนมุ่งสู่สตอกโฮล์มเมืองหลวงของสวีเดน เมืองที่สวยงามและน่าเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป การเที่ยวในครึ่งหลังกำลังจะเริ่มขึ้นที่นั่น

เมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าเราก็จะเดินทางไปถึงแล้ว เมืองหลวงของสวีเดนจะเป็นเมืองแบบไหน แถวๆนั้นน่าเที่ยวแค่ไหน ติดตามได้ในตอนต่อๆไป

ตั้งแต่วันต่อไปก็จะเข้าสู่ครึ่งหลังของการเดินทางแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20140613


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ยุโรป >> สวีเดน
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
บ้านเก่าของจางเสวียเหลียงในเทียนจิน
เที่ยวจิ่นโจว ๓ วัน ๒ คืน 23 - 25 พ.ค. 2015
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เที่ยวฮ่องกงในคืนคริสต์มาสอีฟ เดินทางไกลจากสนามบินมาทานติ่มซำอร่อยโต้รุ่ง
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

บทความแต่ละเดือน

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2015年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文