φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เมืองคาลมาร์ ปราสาทสวยป้อมปราการริมทะเล
เขียนเมื่อ 2014/06/09 02:01
#จันทร์ 5 พ.ค. 2014

หลังจากที่ตอนที่แล้วไปเที่ยวในเกาะเออลันด์มาเสร็จเรา https://phyblas.hinaboshi.com/20140607

ก็นั่งรถเมล์กลับมายังแผ่นดินใหญ่กลับสู่เมืองคาลมาร์ (Kalmar)

เมืองคารมาร์เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากเมืองหนึ่งของสวีเดน เมื่อปี 1397 ที่นี่เป็นสถานที่เซ็นสัญญาเพื่อรวมอาณาจักรใหญ่ทั้งสามคือสวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์กเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อสหภาพคาลมาร์ (Kalmarunionen) ซึ่งอาณาจักรใหญ่นี้ก็อยู่มาได้นานจนถึงปี 1523 สวีเดนจึงแยกตัวออกมา

เมืองนี้มีสถานที่เที่ยวที่สำคัญคือ
ปราสาทคาลมาร์ (Kalmar slott)



ทิวทัศน์ระหว่างรถแล่นอยู่บนสะพาน เห็นตัวเมืองคาลมาร์จากทะเล




จากตรงนี้มองเห็นปราสาทคาลมาร์ด้วย แม้จะมีท่าเรือบังอยู่ก็ตาม



ปราสาทคาลมาร์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 ในอดีตเป็นป้อมปราการที่มีความสำคัญมากเนื่องจากตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์

ในช่วงศตวรรษที่ 16 ปราสาทได้ทำการปรับปรุงให้ดีขึ้นจนกลายเป็นปราสาทแบบเรอเนซ็องส์ หลังจากนั้นปราสาทได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามคาลมาร์ในปี 1611 - 1613 จากนั้นก็ได้มีการฟื้นฟูแต่ถูกทิ้งร้างในปลายศตวรรษที่ 17 จนมาทำการฟื้นฟูอีกทีในศตวรรษที่ 19 จนกลายมาเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ปราสาทคาลมาร์ถือว่าเป็นปราสาทเรอเนซ็องส์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในสวีเดน เป็นสถานที่เที่ยวแห่งหนึ่งที่คนมาสวีเดนน่าจะต้องแวะไปชม

แน่นอนว่าเป้าหมายหลักที่เราอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไกลนั่งรถตั้งสามชั่วโมงกว่าจนมาถึงที่นี่ก็เพื่อจะมาชมปราสาทที่สวยงามแห่งนี้นั่นเอง ปราสาทบอรีโฮล์มและเกาะเออลันด์จึงอาจดูเหมือนเป็นของแถม แต่มันก็น่าเที่ยวมากอย่างไม่คาดคิดเหมือนกัน



รถเมล์มาจอดหน้าสถานีรถไฟที่เดิม สิ่งแรกที่เราทำก่อนเลยก็คือไปซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวขากลับ



การซื้อตั๋วรถไฟขากลับนั้นเพื่อให้ปลอดภัยมั่นใจได้ว่าไม่ซื้อผิดเราจึงไปซื้อกับพนักงานขายตั๋วโดยตรง ไม่ซื้อผ่านเครื่องแล้ว

ตอนนั้นทางเลือกมีอยู่สองทางก็คือเลือกเดินทางกลับโดยรถไฟรอบ 17:00 ซึ่งต้องไปต่อรถที่สถานีแฮสเลโฮล์มเช่นเดียวกับตอนขามา ส่วนอีกทางเลือกคือกลับโดยนั่งรถเมล์แล้วต่อรถไฟ โดยต้องไปต่อที่สถานีแบรีโอซา (Bergåsa) เมืองคาร์ลสกรูนา (Karlskrona) ซึ่งมีรอบ 16:15 และ 17:15

ค่าโดยสารสามารถใช้บัตรโยโยในการซื้อได้ โดยถ้านั่งรถเมล์ต่อรถไฟราคาจะถูกกว่าพอสมควร และอีกอย่างคือเราไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่นานถึงห้าโมง ไม่อยากจะกลับช้าจนเกินไปนักสุดท้ายเลยตัดสินใจเลือกรอบกลับรอบ 16:15 ซึ่งจะทำให้กลับถึงคริครานสตาตอน 19:18 กำลังดี ไม่ดึกเกินไป

ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสามโมง เท่ากับเรามีเวลาไม่ถึงชั่วโมงครึ่งในการเดินเที่ยวเมืองนี้ ก็ถือว่าเวลาไม่มาก แต่ยังไงขอเก็บเป้าหมายหลักๆสำคัญคือปราสาทคาลมาร์ก่อน ที่เหลือถ้าพอมีเวลาค่อยมาเดินเก็บ

ระหว่างทางที่เดินไปปราสาทเป็นสวนสวยริมทะเล



มีสระน้ำเล็กๆที่มีนกว่ายเล่นอยู่เต็มไปหมด



มองกลับไปทางใจกลางเมืองเห็นหอคอยส่งน้ำตั้งตระหง่านสวยเด่นอยู่



เริ่มจะมองเห็นตัวปราสาทแล้ว



ค่อยๆเข้าไปใกล้



สะพานข้ามเข้าไปในตัวปราสาท




แผนที่



เข้ามาถึงก็จะเจอกับบ้านพักของผู้ดูแลปราสาทก่อน




ข้ามสะพานไปก็ถึงตัวปราสาทแล้ว





เข้ามาที่เกาะของตัวปราสาทแล้วก็ขอมาเดินตรงเนินที่ล้อมรอบนอกปราสาทก่อน



ที่แต่ละมุมของปราสาทจะมีป้อมอยู่



มีปืนใหญ่ไว้คอยยิ่งต่อสู้ข้าศึกที่มาบุก



และจากตรงนี้เองที่เราจะเห็นปราสาทได้สวยที่สุด ถ้าจะให้สวยกว่านี้น่าจะถ่ายจากมุมสูงกว่านี้เพราะจากตรงนี้ยังมองไม่เห็นฐานของตัวปราสาท



อีกมุมละกัน



และมองไปรอบๆก็เห็นทิวทัศน์สวยรอบๆเมือง





ส่วนตรงนี้ก็เป็นสะพานที่เราเดินข้ามมาเมื่อครู่



ฐานปราสาทจะอยู่ด้านล่าง พอมองลงไปก็เห็นว่าเขากำลังก่อสร้างซ่อมแซมอยู่



ประตูทางเข้าสู่ลานกว้างด้านในปราสาท



และพอเข้ามาก็เห็นว่าเขากำลังซ่อมแซมอยู่




ถึงอย่างนั้นก็ยังเปิดให้เข้าไปชมด้านในได้อยู่



การจะชมภายในตัวปราสาทก็มีค่าเข้าชม แต่ดูเหมือนว่าเนื่องจากปราสาทกำลังซ่อมแซมอยู่ทำให้บางส่วนเข้าไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้เขาลดครึ่งราคา เหลือเพียง ๓๐ โครน ถือว่าถูกมาก ก็เลยลองเข้าดูสักหน่อย

แต่ลองมองดูนาฬิกาก็รู้สึกว่าเวลาเราจำกัดเหลือไม่ค่อยมาก ผลก็คือการเข้าไปเดินชมครั้งนี้เดินอย่างรีบเร่งเต็มที่ แทบไม่ได้เก็บรายละเอียดอะไรเลย

นี่เป็นแผนที่ของสวีเดนในสมัยก่อน เมื่อตอนที่แผ่นดินตอนใต้ยังเป็นของเดนมาร์กอยู่และฟินแลนด์ยังอยู่ภายใต้การปกครองของสวีเดน เมืองคาลมาร์ตั้งอยู่เหนือรอยต่อระหว่างพรมแดนสวีเดน (เขียวอ่อน) กับเดนมาร์ก (เขียวเข้ม) ทางชายฝั่งตะวันออก



ภายในปราสาทของตั้งแสดงอยู่มากมายและห้องต่างๆก็ประดับสวย ขอไม่อธิบายรายละเอียดเพราะตอนที่เข้าไปนั้นแค่เดินผ่านๆถ่ายรูปเท่านั้น รายละเอียดอะไรเลยจำได้ไม่ค่อยมาก


















ห้องนี้มีช่องเปิดด้านล่าง



มองลงไปก็เห็นพื้นชั้นใต้ดิน



มีลิฟต์ด้วย



การชมด้านในปราสาทจบลงแค่นี้ ทั้งหมดใช้เวลาเพียงประมาณ ๑๕ นาทีเท่านั้น เร็วสุดๆ


จากนั้นก็ออกมาจากปราสาท เจอมุมสวยอีกมุมให้ถ่ายตัวปราสาทก่อนเดินจากไป เวลาขณะนั้นคืออีก ๑๕ นาทีจะสี่โมงเย็น ก็คือเหลือเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนรถออก ยังพอจะไปเดินเล่นในเมืองได้เล็กน้อยแต่ก็ต้องเร่ง





กลับมาเดินเล่นย่านใจกลางเมืองแถวสถานีรถไฟ ทั้งย่านใจกลางเมืองและสถานีรถไฟที่นี่นั้นตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆซึ่งมีท่าเรือยื่นออกไป




จากตรงนี้มองเห็นอาคารหอคอยส่งน้ำอีกครั้ง



เดินต่อมาจะเห็นลานกว้าง แต่ว่านี่ยังไม่ใช่ลานกว้างใหญ่สุด




เดินต่อมาอีกหน่อย



จึงจะเห็นล่านกว้างใหญ่ที่อยู่ใจกลาง



และมหาวิหารคาลมาร์ (Kalmar domkyrka) อันใหญ่โตสวยงามก็ตั้งอยู่ตรงนี้ เป็นโบสถ์ที่สวยงามมากอีกแห่ง เป็นสถาปัตยกรรมแบบบารอก



เราไม่ได้เดินต่อไปจากตรงนี้แล้ว ได้เวลาต้องรีบกลับไปยังที่ขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทางกลับ



ป้ายรถเมล์ ขึ้นสาย 500 เพื่อไปทางคาร์ลสกรูนา



แล้วรถเมล์ก็มา



รถเมล์ออกจากคาลมาร์เวลา 16:15 และก็ไปถึงสถานีแบรีโอซาตอน 17:34 สถานีแบรีโอซาเป็นสถานีจุดเปลี่ยนรถที่สำคัญของเมืองคาร์ลสกรูนา อยู่ห่างจากในกลางเมืองไปประมาณ ๒ กม.

เมืองคาร์ลสกรูนาเป็นเมืองหลักและเมืองที่อยู่ที่สุดของจังหวัดเบลกินเย (Blekinge) ความจริงแล้วเป็นอีกเมืองที่น่าสนใจเพราะส่วนฐานทัพทหารเรือของเมืองได้รับการแต่งตั้งจากทางองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกของโลกเนื่องจากมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสแวะไป

สภาพรอบๆสถานีก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่มีอะไรมาก ไม่มีอาคารสถานีเลย



มีแต่เครื่องขายตั๋วตั้งอยู่ ตรงนี้เป็นทั้งนาฬิกาเป็นทั้งเครื่องขายตั๋ว



แผนที่รอบๆสถานี



เราต้องรออยู่ที่นี่นาน ๑๖ นาที รอรถซึ่งออกจากแบรีโอซาตอน 17:50 ระหว่างนั้นมีรถไฟขบวนหนึ่งที่มาจอดที่นี่ก่อนคือเวลา 17:47 นั่นเป็นรถไฟของเครอซาโทเกน (Krösatågen)



แล้วรถไฟที่เรารอซึ่งเป็นของเออเรซุนด์สโทกก็มาตรงตามเวลา 17:50 เห็นหน้าตารถไฟแล้วรู้สึกว่ามันช่างผิดกันเหลือเกิน ขบวนนี้ช่างดูเรียบง่ายมาก



ระหว่างทางมีผ่านเมืองเซิลเวสบอรี (Sölvesborg) เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกสุดของจังหวัดเบลกินเย เมื่อผ่านตรงนี้ไปก็จะกลับเข้าสู่จังหวัดสโกเน




แล้วรถไฟก็พาเรากลับไปถึงคริครานสตาตอน 19:18 แล้วก็มานัดเจอรวมกับคนอื่นที่กลับมาจากโคเปนเฮเกน แล้วก็นั่งรถเมล์ไปหมู่บ้านเดเกแบร์ยาด้วยกันอีกเช่นเคยเหมือนวันก่อนๆ

แล้วเราก็ทานมื้อเย็นกันที่นั่น จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่เราพักที่ฟูรูบูดา การเที่ยววันนี้ก็จบลงเท่านี้ เป็นอีกวันที่เที่ยวได้คุ้มมากทีเดียว แม้จะมีอะไรผิดแผนไปบ้างแต่สุดท้ายทุกอย่างก็ลงตัวดี ไม่มีปัญหา เดินทางกลับได้อย่างสวัสดิภาพ



เป็นอีกวันที่เหนื่อยมากทีเดียว หลังจากที่เที่ยวลุยจนเหนื่อยอยู่หลายวัน วันต่อไปจะเป็นการเที่ยวแบบสบายๆสักวัน https://phyblas.hinaboshi.com/20140611


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ยุโรป >> สวีเดน
-- ท่องเที่ยว >> ปราสาท >> ปราสาทยุโรป
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文