φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เมืองมารีเฟรด และปราสาทกริปสโฮล์ม
เขียนเมื่อ 2014/06/17 02:08
#พุธ 7 พ.ค. 2014

หลังจากที่ไปเที่ยวเมืองสแตรงแนสชมโบสถ์ใหญ่มาแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20140615

คราวนี้เรามาต่อกันที่เมืองข้างๆคือเมืองมารีเฟรด (Mariefred) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆอีกแห่งที่น่าไปเที่ยว จุดเด่นของเมืองนี้ก็คือปราสาทกริปสโฮล์ม (Gripsholms slott)

ปราสาทกริปสโฮล์มเป็นปราสาทเก่าแก่ที่มีความสวยงามมาก ถูกเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1537 โดยตอนแรกเป็นป้อมปราการ หลังจากนั้นก็ถูกใช้เป็นที่คุมขังของเชื้อพระวงศ์สวีเดน ปัจจุบันปราสาทนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ แต่ว่าเปิดเฉพาะในฤดูร้อน

สำหรับใครที่อยากเที่ยวปราสาทนี้แล้วนอกจากการนั่งรถไฟมาแล้วก็ยังมีวิธีนั่งเรือเที่ยวจากสตอกโฮล์มด้วย ที่นี่ห่างจากสตอกโฮล์มประมาณ ๖๐ กม.

เมืองมารีเฟรดเป็นเมืองที่อยู่ในอำเภอสแตรงแนส อยู่ใกล้กับเมืองสแตรงแนสมาก ดังนั้นหากไปเที่ยวสแตรงแนสมาแล้วก็ควรจะแวะที่นี่ด้วยคู่กันไป

การเดินทางไปที่เมืองนี้มีความยุ่งยากอยู่เล็กน้อยตรงที่ว่าไม่มีสถานีรถไฟ การเดินทางจะต้องนั่งรถไฟแล้วก็ต่อรถเมล์เอา

โดยสถานีที่ใกล้เมืองมารีเฟรดที่สุดคือสถานีแล็กเกสตา (Läggesta) ซึ่งที่จริงแล้วสถานีนี้ก็ถูกสร้างขึ้นสำหรับคนที่จะเดินทางไปมารีเฟรดเป็นหลัก จากตัวสถานีจะมีรถเมล์ที่ออกเพื่อไปยังเมืองมารีเฟรดในจังหวะเวลาที่ค่อนข้างพอเหมาะกันกับรถไฟ

ความจริงแล้วมีรถเมล์จากสถานีสแตรงแนสมายังมารีเฟรดโดยตรง เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถจ่ายค่ารถเมล์เดี่ยวๆได้ด้วยเงินสดดังที่ได้พูดถึงไปแล้วในตอนที่แล้ว ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีนั่งรถไฟต่อรถเมล์ ซึ่งแม้จะยุ่งยากที่ต้องนั่งสองต่อ แต่เวลาโดยรวมแล้วกลับเร็วกว่านั่งรถเมล์ต่อเดียวไปโดยตรง

และนอกจากรถเมล์แล้วในฤดูร้อนจะมีรถไฟรางแคบขบวนเล็กๆเดินทางจากสถานีแล็กเกสตาไปยังเมืองมารีเฟรดด้วย แต่ช่วงที่ไปยังไม่มี ลองดูในคลิปได้ https://www.youtube.com/watch?v=dKyF_xJpZ2Q

รถไฟที่เรานั่งออกจากสแตรงแนสเวลา 14:17 และใช้เวลาแป๊บเดียวไปถึงสถานีแล็กเกสตาเวลา 14:25




จากนั้นรถเมล์ออกจากสถานีเวลา 14:33



แล้วก็ไปถึงท่ารถเมล์เมืองมารีเฟรดเวลา 14:43




ท่ารถเมล์ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง แต่ว่าค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จริงระหว่างทางรถเมล์ก็มีจอดหลายป้ายภายในใจกลางเมือง แต่เราไม่แน่ใจว่าควรลงเมื่อไหร่ดีเพื่อความแน่นอนก็เอาป้ายหลักดีกว่า


เดินจากท่ารถเมล์ไปตามทางผ่านใจกลางเมือง เมืองนี้บรรยากาศก็ดูเงียบๆน่าอยู่ดี





เมืองตั้งอยู่ริมน้ำจึงมีทิวทัศน์สวยงามด้วย




ภัตตาคารริมน้ำ



จากตรงนี้จะเห็นโบสถ์ใหญ่กลางเมืองเด่นอยู่ ก็ดูสวยดีแม้จะไม่ใหญ่โตเท่ามหาวิหารสแตรงแนสก็ตาม



เข้ามาดูใกล้ๆตัวโบสถ์



นี่น่าจะเป็นรถบรรทุกสำหรับขนอาหาร



เดินออกมาสักระยะจากย่านใจกลางเมือง และถ่ายโบสถ์จากอีกมุม



พอมาถึงตรงนี้ปราสาทกริปสโฮล์มก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว



ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางน้ำ เดี๋ยวเราจะต้องเดินเลียบริมฝั่งไปเรื่อยๆเพื่อจะไปถึงสะพานที่จะข้ามไปยังตัวปราสาท



ไม่นานก็เดินมาถึงหน้าทางเข้าปราสาท



แล้วก็ได้เห็นว่าเขากำลังทำการซ่อมแซมปราสาทอยู่ ช่วงนี้เป็นฤดูแห่งการซ่อมแซมจริงๆ ไม่ว่าจะไปปราสาทไหน



ทางเข้าบริเวณด้านในปราสาท มองจากตรงนี้ก็เห็นว่าด้านในก็ซ่อมอยู่ จึงเข้าไปไม่ได้



มองดูด้านข้างปราสาทเห็นเหมือนช่องประตูเล็กๆ เห็นแล้วคิดในใจว่านี่ถ้าเป็นในอนิเมะบางเรื่องละก็คงเป็นทางเข้าลับให้แอบลอบเข้าปราสาทได้ เคยเห็นอยู่บ่อยๆ



มองไปใกล้ๆเห็นเรือนกระจกอยู่ด้วย



เมื่อเข้าไปในตัวปราสาทไม่ได้ก็ได้แต่เดินวนดูอยู่รอบๆ สวนรอบๆปราสาทไม่มีอะไรกั้น สามารถเดินเล่นได้ตามสบาย





จากตรงนี้มองไปเห็นฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ



ก็เห็นมีบ้านสวยๆตั้งอยู่ประปราย ตั้งอยู่หลวมมาก ถ้าอาศัยอยู่ฝั่งโน้นคงวังเวงน่าดู



และจากตรงนี้หากมองกลับไปยังทางฝั่งตัวเมืองก็ยังเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามด้วย ตัวโบสถ์มองเห็นเด่นมาแต่ไกล




ขากลับเดินผ่านย่านใจกลางเมือง








นี่ก็เป็นป้ายรถเมล์อีกป้ายหนึ่งซึ่งอยู่ในใจกลางเมือง ดูจะมีคนมารอเยอะกว่าป้ายที่ท่ารถเมล์ด้วย ส่วนด้านหลังนั่นคือซูเปอร์ขนาดใหญ่กลางเมือง



เข้าไปเดินเล่นถ่ายรูปด้านในมาด้วย




พอเดินต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มจะเห็นบ้านเมืองบางตาลงสักหน่อยถัดมาจึงเป็นท่ารถ มันตั้งอยู่ค่อนไปทางนอกเมืองเลยดูโล่งๆ



แล้วรถเมล์ก็มาตรงตามเวลาและออกจากท่ารถเมล์เวลา 16:05 ระหว่างทางรถเมล์ก็ผ่านใจกลางเมืองรวมถึงป้ายที่เราเดินผ่านมาด้วย ที่จริงสามารถขึ้นจากตรงนั้นได้ แต่ยังไงเพื่อความปลอดภัยที่สุดมาขึ้นจากตรงนี้ซึ่งเป็นต้นทางดีกว่า



และรถเมล์ก็ถึงสถานีแล็กเกสตาเวลา 16:17



แล้วก็มารอรถไฟที่จะมุ่งหน้าไปสตอกโฮล์มซึ่งออกเวลา 16:25



ระหว่างทางรถไฟผ่านเมืองเซอเดอร์แทลเย (Södertälje) เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในปริมณฑลสตอกโฮล์ม อยู่ไกลจากใจกลางเมืองสตอกโฮล์มไปประมาณ ๓๐ เมตร
ทิวทัศน์ที่มองตัวเมืองจากมุมสูงตรงนี้สวยมากแต่ภาพนี้ถ่ายผ่านกระจกก็เลยเห็นเงาสะท้อนด้านล่างเลยมองได้ไม่ชัดน่าเสียดาย




แล้วในที่สุดเราก็กลับมาถึงสถานีสตอกโฮล์มเวลา 17:05



เมื่อมาถึงก่อนอื่นต้องไปซื้อสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับการเที่ยวอยู่ในสตอกโฮล์ม นั่นคือบัตร SL ซึ่งเป็นบัตรเติมเงินที่ใช้สำหรับเดินทางโดยสารรถไฟ, รถราง หรือรถเมล์ภายในเมือง ถ้าใช้บัตรนี้จะประหยัดค่าเดินทางได้ เพราะค่ารถไฟใต้ดินในเมืองปกติราคา ๓๗ แต่ถ้าใช้บัตรเติมเงินนี้จะจ่ายแค่ ๒๕ ดังนั้นถ้าวางแผนเที่ยวในสตอกโฮล์มก็ควรจะซื้อไว้ คุ้มแน่นอน

สามารถซื้อได้ตามร้านเพรสบือโรน (Pressbyrån) ภายในสตอกโฮล์มได้เลย ร้านนี้เป็นซูเปอร์ที่มีอยู่เต็มไปหมดภายในสวีเดน ไปที่ไหนก็เจอ หาง่าย



ทางลงไปยังท่าขึ้นรถไฟใต้ดินของสถานีสตอกโฮล์ม เราต้องขึ้นเพื่อเดินทางไปยังโรงแรมเพื่อเจอกับคนอื่นๆที่เที่ยวอยู่ในสตอกโฮล์มตลอดวัน และตอนนี้ก็กลับถึงโรงแรมไปแล้ว



โรงแรมที่เราพักนั้นคือ Skanstulls hostel ซึ่งอยู่ใกล้กับรถไฟใต้ดินสถานีสกันสทูล (Skanstull) ห่างจากสถานีรถไฟกลางสตอกโฮล์มไปแค่ ๔ สถานี สกันสทูลเป็นย่านที่อยู่ในเกาะเซอเดอร์มาล์ม (Södermalm) ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นใจกลางสตอกโฮล์ม

เป็นลักษณะของโฮสเทลผสมกับโรงแรม คือมีห้องทั้งแบบห้องน้ำแยกส่วนตัวกับแบบใช้ห้องน้ำรวม แล้วก็มีห้องโถงสำหรับนั่งเล่นทานกาแฟอะไรกันได้ด้วย เราพักที่โรงแรมนี้สามคือ แต่น่าเสียดายว่าไม่ได้ถ่ายภาพในโรงแรมมาเลยก็เลยไม่มีภาพมาลง

เมื่อกลับถึงโรงแรมเข้าไปนั่งพักสักครู่เสร็จแล้วเราก็เดินหาอะไรทานแถวๆนั้นกัน ก็เจอร้านนี้ เห็นมีคำว่าซูชิแล้วก็ไทย แปลกดี เข้าไปก็พบว่าเป็นร้านอาหารไทย ผสมจีนแล้วก็ญี่ปุ่น ตอนแรกก็สงสัยว่าเจ้าของร้านเป็นคนชาติอะไรกันแน่ พอเข้าไปก็พบว่าเป็นคนจีนนั่นเอง เราเลยได้คุยภาษาจีนกับเขาด้วย ยังไงคุยภาษาจีนก็คุยคล่องง่ายกว่าคุยภาษาอังกฤษเยอะจริงๆ เขาบอกว่าย้ายมาอยู่สวีเดนมานานมากเป็นสิบปีแล้ว แต่ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงขายอาหารไทยด้วย



ที่นี่สั่งอาหารญี่ปุ่นจะค่อนข้างคุ้มมาก เพราะว่าราคาอาหารไทยก็แพงพอๆกันกับอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว ถ้ากลับไทยก็กินอาหารถูกๆได้อยู่แล้วหากเป็นไปได้จึงไม่ควรจะกินอาหารไทยที่นี่ ซูชิที่นี่แพงกว่าทานที่ไทยนิดเดียวเอง รสชาติก็ไม่ต่างกันมาก ถ้าหากเทียบกับค่าครองชีพคนที่นี่แล้วมันก็ถือเป็นของถูกธรรมดาไปเลย



ทานเสร็จก็กลับไปพักผ่อนในโรงแรม การเที่ยววันนี้ก็จบลงเท่านี้ วันต่อไปจะเป็นการเที่ยวสบายๆภายในเมืองสตอกโฮล์ม เรื่องเกี่ยวกับสตอกโฮล์มจะค่อยๆเล่าละเอียดขึ้นในตอนต่อๆไป https://phyblas.hinaboshi.com/20140619


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> โบสถ์
-- ต่างแดน >> ยุโรป >> สวีเดน
-- ท่องเที่ยว >> ปราสาท >> ปราสาทยุโรป
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文