φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เดินเที่ยวสถานที่ต่างๆในเมืองเฮลซิงกิก่อนเดินทางกลับ
เขียนเมื่อ 2014/07/19 19:04
#จันทร์ 12 พ.ค. 2014

หลังจากที่ตอนที่แล้วนั่งเรือไปเที่ยวซัวเม็นลินนะแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20140717

เรือก็กลับมาเทียบท่าที่เกาป์ปะโตะริ (Kauppatori) จตุรัสตลาด



ที่นี่เป็นตลาดที่บรรยากาศดูแล้วสบายๆไม่แออัดดี




อนุสาวรีย์ของจักรพรรดินีอเลคซันดรา ฟอโดรอฟนา (Александра Фёдоровна) แห่งรัสเซีย ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1835 หลังจากที่เธอมาเยี่ยมเยือนเฮลซิงกิในปี 1833 ซึ่งสมัยนั้นฟินแลนด์เป็นของรัสเซียอยู่



ระหว่างเดินก็แวะดูของ แต่ไม่ได้ซื้ออะไร






จากตรงนี้มีเรือสำหรับแล่นเที่ยวชมรอบเมืองเฮลซิงกิด้วย




เดินต่อไปทางใต้ผ่านทางขึ้นเนิน




มองกลับไปทางนี้ก็ยังเห็นมหาวิหารเฮลซิงกิอยู่ไกลๆด้วย



เดินผ่านโบสถ์เยอรมัน (saksalainen kirkko)



ดอกไม้กำลังผลิบานสวย



ข้างหน้านี้คือหอดูดาวเฮลซิงกิ (Helsingin observatorio) ตั้งอยู่บนยอดเนินแตะฮ์ติโตะร์นินแมกิ (Tähtitorninmäki) สูงเหนือระดับน้ำทะเล ๓๓ เมตร ที่นี่ถูกสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1834 ถูกใช้ในงานวิจัยทางด้านดาราศาสตร์



สามารถเข้าไปด้านในอาคารได้



ภายในมีร้านขายพวกหนังสือ ของเล่น และอุปกรณ์ต่างๆอยูู่เล็กน้อย



ที่นี่มีส่วนที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ จัดแสดงเกี่ยวกับดาราศาสตร์แล้วก็มีท้องฟ้าจำลองด้วย แต่ว่าเขาปิดวันจันทร์จึงไม่สามารถเข้าไปในส่วนจัดแสดงได้



เมื่อไม่มีอะไรแล้วก็ออกมาแล้วเดินกลับลงเนินไป ภาพนี้มองจากด้านบนเนินลงข้างล่าง



เมื่อลงแล้วเดินต่อไปทางเหนือเรื่อยๆก็เจอกับลานกว้างที่เรียกว่ากะซะร์มิโตะริ (Kasarmitori) แปลว่าจตุรัสค่ายทหาร เนื่องจากที่นี่อยู่ใกล้กับค่ายทหาร





เดินต่อมาจะเจอสวนเอ็สปละนะดิ (Esplanadi) เป็นสวนที่ขนาบด้วยถนนสองสายที่วิ่งขนานกันเป็นแนวยาว





จากตรงนี้ถ้าไปทางตะวันออกก็จะกลับไปยังเกาป์ปะโตะริ



แต่เราต้องการไปทางตะวันตกเพื่อไปยังบริเวณที่ยังไม่เคยไป



เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาจากตรงนี้นั่งรถรางต่อ



มาลงที่หน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Kansallismuseo)



อาคารของพิพิธภัณฑ์ ดูแล้วออกแบบค่อนข้างสวยทีเดียว และเนื่องจากเป็นวันจันทร์ที่นี่ก็กำลังปิดอยู่อีกเช่นกัน



ถ่ายจากด้านหลัง



ข้างๆมีรูปปั้นของมัตเตียส กาสเตรน (Matthias Castrén) นักชาติพันธุ์วิทยาและนักปรัชญาชาวฟินแลนด์



แต่เป้าหมายที่มาที่นี่ไม่ใช่เพื่อมาดูอาคารพิพิธภัณฑ์ แต่เพื่อจะเดินต่อไปยังสถานที่อีกแห่งซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญที่คนนิยมมากัน

ระหว่างทาง






แล้วก็มาถึงแล้ว สถานที่ที่เห็นเป็นเหมือนเนินหินตั้งอยู่กลางเมืองนี่เอง



แต่ว่าไม่ใช่เนินหินธรรมดา เพราะมีอาคารถูกสร้างอยู่ข้างใต้ นั่นคือโบสถ์เต็มป์เปะลิเอากิอน (Temppeliaukion kirkko) เป็นโบสถ์ในนิกายลูเธอแรน ถูกสร้างอยู่ใต้เนิน



ดูจากภายนอกยังไงก็ไม่คิดว่าเป็นโบสถ์เลย แต่พอเข้าไปจะพาเห็นบรรยากาศที่ดูเหมือนโบสถ์ แม้ว่าจะล้อมรอบไปด้วยหินก็ตาม ด้านบนจะเห็นแสงสว่างเพราะยอดโดมของโบสถ์ทะลุขึ้นไปถึงด้านบน




ตรงนี้เห็นมีวางบทสวดเป็นภาษาต่างๆ มีภาษาไทยด้วย และแม้แต่ภาษาพม่าหรือภาษาเขมรก็มี



สามารถขึ้นไปบนเนินได้ แบบนี้ดูเหมือนเรากำลังปีนหลังคาโบสถ์อยู่เลย และจะเห็นยอดโดมของโบสถ์ด้วย



มองจากยอดเนินไปรอบๆ




เสร็จแล้วเดินต่อมาเพื่อขึ้นรถรางต่อไป



เรามาลงที่กัมป์ปิ (Kamppi) เป็นย่านที่เต็มไปด้วยกลุ่มอาคารร้านค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเฮลซิงกิ ตั้งอยู่ค่อนข้างจะใจกลางเมือง




ด้านในศูนย์การค้า



ใต้อาคารเชื่อมไปยังสถานีรถไฟฟ้า ไหนๆมาแล้วก็เลยอยากถือโอกาสมาลองขึ้นรถไฟฟ้าของที่นี่ดูด้วย หลังจากที่ได้เห็นรถไฟฟ้าของสตอกโฮล์มและโคเปนเฮเกนมาแล้ว




ทางลงสู่รถไฟฟ้า




ชานชลาที่รอรถไฟฟ้า



ภายในรถไฟฟ้า



เรานั่งรถไฟฟ้าเพื่อนั่งแค่สถานีเดียว มาลงที่สถานีเราตะเตียนโตะริ (Rautatientori) แปลว่าจตุรัสรถไฟ ซึ่งก็คือสถานีรถไฟกลางของเฮลซิงกินั่นเอง



บรรยากาศภายใน เห็นมีคนมาเล่นอะไรอยู่เต็ม



ตารางรถไฟที่จะออกไปยังต่างจังหวัด แต่เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อนั่งรถไฟไปไหน แค่แวะมาเฉยๆ



แถวนี้ก็มีพวกร้านค้าก็เลยถือโอกาสแวะซูเปอร์เพื่อซื้อขนมกลับไปด้วย



ซื้อมาได้พอสมควร มีทั้งหมด ๕ อย่าง รวมราคาแล้วก็ ๑๒.๐๗ ยูโร อร่อยทุกอย่าง



มีถ่ายใบเสร็จเก็บไว้ด้วย



ซื้อเสร็จก็ออกมาด้านนอกสถานี ถ่ายภาพตัวสถานีสักหน่อย



ลานกว้างด้านข้างสถานีรถไฟเป็นจุดขึ้นรถเมล์




ก็ได้เวลาแล้วที่จะขึ้นรถเมล์เพื่อกลับไปยังสนามบิน หลังจากเที่ยวมากว่าครึ่งวัน ขณะนั้นเวลาบ่ายสองโมงกว่า



แล้วก็กลับมาถึงสนามบินก่อนบ่ายสามโมง



หลังจากนั้นเราก็ผ่านด่านตรวจคนออกเมืองเพื่อไปยังสถานที่รอขึ้นเครื่องสำหรับคนที่จะบินไปนอกเขตเชงเกน

ระหว่างรอก็หิวเลยหยิบขนมที่ซื้อมาทานอย่างนึง



แล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง เครื่องออกเวลา 17:00 ตามเวลาฟินแลนด์ ลาก่อนเฮลซิงกิ ลาก่อนฟินแลนด์ ลาก่อนยุโรป



อาหารบนเครื่องตอนมื้อเย็น



และปิดท้ายด้วยอาหารมื้อเช้า ก่อนจะบินถึง อร่อยทั้งสองมื้อเลย



ในที่สุดก็จบลงแล้วสำหรับเรื่องเล่าการเที่ยวยุโรปครั้งแรกนี้ หลังจากใช้เวลาเขียนเล่ารวมแล้วยาวนานกว่าสองเดือน

ไปเที่ยวนี้ต้องเรียกว่าคุ้มมากจริงๆ ได้เจอประสบการณ์ต่างๆมากมาย รู้สึกดีที่มีโอกาสได้เขียนเล่าให้คนอื่นฟังต่อ แม้ว่าจะเสียเวลาไปเยอะพอสมควรในการเขียนแต่ละหน้าแต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นที่อยากไปเที่ยว


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ยุโรป >> ฟินแลนด์

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文