φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ซีเปี้ยนเหมิน ป้อมประตูเมืองเก่าทิศตะวันตก
เขียนเมื่อ 2015/04/15 08:18
#จันทร์ 6 เม.ย. 2015

สมัยก่อนปักกิ่งมีกำแพงเมืองล้อมรอบอยู่ กำแพงเมืองปักกิ่งเริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์หยวน และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่อีกในสมัยราชวงศ์หมิง

กำแพงสมัยราชวงศ์หมิงนั้นเริ่มสร้างในช่วงปี 1436 - 1439 โดยล้อมอาณาเขตบริเวณที่เรียกว่าถนนวงแหวนที่สองในปัจจุบัน ในปัจจุบันแม้เมืองปักกิ่งจะขยายออกไปจนล้นออกไปไกลแล้ว แต่ด้านในถนนวงแหวนนี้ก็ยังถือว่าเป็นใจกลางเมืองมาโดยตลอด

บนกำแพงส่วนนี้ได้มีการสร้างป้อมประตูทั้งหมด ๙ แห่ง ซึ่งได้แก่เต๋อเซิ่งเหมินซึ่งเพิ่งพูดถึงไป และอื่นๆ https://phyblas.hinaboshi.com/20150411

แต่นอกจากกำแพงส่วนนี้แล้ว ในปี 1553 เพื่อที่จะตั้งรับทัพมองโกลซึ่งหลังๆมักจะบุกมาจากทางทิศใต้ อีกทั้งรองรับประชากรนอกกำแพงเมืองที่นับวันก็จะเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการสร้างกำแพงเมืองล้อมรอบนอกกำแพงเมืองเดิมทางทิศใต้ ทำให้ตัวกำแพงเมืองปักกิ่งดูแล้วมีลักษณะเป็นรูป 凸

กำแพงส่วนเดิมเรียกว่ากำแพงส่วนใน (内城) ส่วนกำแพงส่วนที่เพิ่มมานี้เรียกว่ากำแพงส่วนนอก (外城) ในกำแพงส่วนนอกนี้ได้มีการสร้างประตูเมืองไว้  ๓ แห่งทางใต้ และทางตะวันออกและตะวันตกข้างละแห่ง นอกจากนี้ตรงส่วนฝั่งเหนือของกำแพงส่วนนอกซึ่งต่อเชื่อมกับกำแพงส่วนในนั้นก็ได้สร้างป้อมประตูไว้ข้างละแห่งทั้งทางตะวันตกและตะวันออกโดยหันไปทางทิศเหนือทั้งคู่ ประตูทางตะวันออกมีชื่อว่าตงเปี้ยนเหมิน (东便门) ส่วนประตูตะวันตกมีชื่อว่าซีเปี้ยนเหมิน (西便门)

กำแพงเมืองและป้อมประตูเมืองทั้งส่วนนอกและในนี้ได้ถูกใช้เพื่อป้องกันเมืองปักกิ่งจากการบุกของข้าศึกมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง แต่พอมาถึงยุคสมัยศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคสมัยใหม่ กำแพงเมืองเก่าเริ่มกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์แถมยังเริ่มถูกมองว่าเป็นตัวกีดขวางทางจราจรด้วย ด้วยเหตุนี้จึงถูกทยอยรื้อทิ้งไปจนเกือบหมด ปัจจุบันซากกำแพงเมืองและป้อมประตูเก่าเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นอนุสรณ์เท่านั้น

หนึ่งในส่วนของกำแพงเมืองเก่าที่ถูกเหลือเอาไว้นั้น ก็คือกำแพงเมืองจีนส่วนซีเปี้ยนเหมิน ซึ่งเรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้

กำแพงในตำแหน่งที่เคยเป็นป้อมประตูซีเปี้ยนเหมินนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกรักษาเอาไว้ไม่รื้อทิ้ง ปัจจุบันบริเวณรอบๆกำแพงได้กลายเป็นส่วนสาธารณะ เรียกว่าสวนสาธารณซากกำแพงเมืองซีเปี้ยนเหมิน (西便门城墙遗址公园)

แม้จะเรียกว่าสวนสาธารณะซีเปี้ยนเหมิน แต่ความจริงแล้วป้อมประตูซีเปี้ยนเหมินนั้นไม่เหลืออยู่แล้ว ถูกรื้อทิ้งไปพร้อมกับกำแพงส่วนนอกอื่นๆ กำแพงส่วนนี้ที่เหลืออยู่คือส่วนของกำแพงส่วนในที่อยู่ใกล้รอยต่อกับกำแพงส่วนนอก และนอกจากกำแพงเปล่าๆแล้วก็ยังมีหอธนูที่ชื่อว่าปาเติ้งหย่าน (八瞪眼) ซึ่งเป็นหอธนูตรงจุดรอยต่อของกำแพงส่วนนอกกับส่วนใน แต่ว่าหอธนูปาเจิ้งหย่านที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี 1988 ส่วนของเดิมถูกรื้อไปก่อนแล้ว

นอกจากบริเวณซีเปี้ยนเหมินแล้ว อีกส่วนหนึ่งของกำแพงที่ถูกรักษาเอาไว้ก็คือส่วนของตงเปี้ยนเหมิน ซึ่งอยู่ตำแหน่งตรงกันข้ามกับซีเปี้ยนเหมิน โดยอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ที่ต่างกันก็คือตงเปี้ยนเหมินเหลือกำแพงไว้เป็นช่วงยาวกว่ามาก และเป็นกำแพงส่วนทิศใต้ซึ่งวางตัวตามแนวตะวันออกตก ส่วนที่ซีเปี้ยนเหมินเป็นกำแพงทิศตะวันตกซึ่งวางตัวตามแนวเหนือใต้

ส่วนของกำแพงเมืองใกล้ตงเปี้ยนเหมินปัจจุบันก็เป็นส่วนสาธารณะ เรียกว่าสวนสาธารณะซากกำแพงเมืองสมัยราชวงศ์หมิง (明城墙遗址公园) ซึ่งมีต้นบ๊วยปลูกอยู่เต็มริมกำแพง ที่นี่เราเคยไปเที่ยวมาแล้วและได้เล่าถึงไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20120406



สวนสาธารณะซีเปี้ยนเหมินสามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า โดยลงที่สถานีฟู่ซิงเหมิน (复兴门站) ครั้งนี้เรามาเที่ยวที่นี่หลังจากที่ไปเที่ยววัดเจี้ยไถ (戒台寺) ซึ่งอยู่นอกเมืองทางตะวันตกของปักกิ่งมา https://phyblas.hinaboshi.com/20150413



จากวัดเจี้ยไถเรานั่งรถเมล์กลับมาถึงรถไฟฟ้าสถานีผิงกั่วหยวน (苹果园站) ซึ่งเป็นสถานีทางทิศตะวันตกสุดสาย ๑ เมื่อย้อนกลับเข้ามาในเมืองก็ต้องผ่านสถานีฟู่ซิงเหมินจึงถือโอกาสแวะมาเที่ยวที่นี่ไปด้วย

ฟู่ซิงเหมิน (复兴门) เป็นชื่อของประตูบนกำแพงเมืองอีกแห่งในปักกิ่ง แต่ไม่ใช่หนึ่งในป้อมประตูเมืองโบราณที่สร้างสมัยราชวงศ์หมิง แต่เพิ่งถูกสร้างเมื่อปี 1939 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒

สมัยนั้นกำแพงเมืองส่วนในยังคงไม่ได้ถูกรื้อทิ้ง เพื่อความสะดวกในการจราจรจึงได้มีการสั่งให้เปิดช่องบนกำแพงขึ้น ประตูนี้เป็นแค่ช่องเปิดบนกำแพงเฉยๆ ไม่ใช่ป้อมประตูแบบพวกป้อมประตูโบราณ นอกจากฟู่ซิงเหมินแล้วก็ยังมีประตูอื่นที่ถูกเปิดอีก และแน่นอนว่าประตูเหล่านี้ก็ถูกรื้อออกไปพร้อมกับกำแพง แต่ว่าชื่อประตูเหล่านี้ก็ยังคงถูกหลงเหลือไว้เป็นชื่อสถานที่จนถึงปัจจุบัน อย่างเช่นฟู่ซิงเหมินซึ่งได้กลายมาเป็นชื่อย่านและชื่อถนนแถวนี้ และก็ได้กลายมาเป็นชื่อสะพานทางยกระดับข้ามแยกและชื่อสถานีรถไฟฟ้า ฟู่ซิงเหมินเป็นสถานีสำคัญเพราะเป็นทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสาย ๑ และสาย ๒

จากสถานีฟู่ซิงเหมินต้องเดินไปทางใต้




ระหว่างทางมีรูปปั้นอยู่ตรงสวนริมถนน นี่เป็นการเต้นระบำของชนกลุ่มน้อย ส่งมาจากเขตปกครองตนเองชนชาติไป๋ ต้าหลี่ (大理白族自治州)



ถนนที่เดินอยู่นี้คือถนนวงแหวนที่สองซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่สายหลักสำคัญ ตรงกลางถนนส่วนนี้เป็นสะพานทางยกระดับเอาไว้ข้ามแยก มีชื่อว่าสะพานซีเปี้ยนเหมิน (西便门桥) ซึ่งตั้งชื่อตามซีเปี้ยนเหมิน



มีอุโมงค์ลอดใต้ทางยกระดับอยู่เป็นช่วงๆ



และที่ใต้อุโมงค์ตรงส่วนนี้เองที่มีทางเข้าสวนสาธารณะ



ทางเข้า



เดินเข้ามา



เมื่อเข้ามาก็เห็นซากกำแพงทันที




ป้ายนี้บอกให้รู้ว่าที่นี่ได้รับการคุ้มครองโดยจากหน่วยงานอนุรักษ์วัฒนธรรมที่สำคัญตั้งแต่ปี 2013



ข้างๆเป็นแผ่นหินที่จารึกไว้ว่ามีการซ่อมบำรุงในปี 1988



ส่วนปลายของซากกำแพงที่เหลืออยู่



เดินไปด้านข้างกำแพงสักพักก็เริ่มเห็นตัวหอธนูปาเติ้งหย่านซึ่งเป็นของสร้างเลียนแบบของเก่า



และตรงนี้มีประตูเล็กๆให้ลอดช่องกำแพงได้อยู่



เมื่อลอดผ่านประตูนี้ไป



ก็จะเจอบันไดสำหรับขึ้นไปบนกำแพง



สามารถขึ้นไปเดินบนกำแพงได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าผ่าน




เดินเล่นบนกำแพง




แท่นหินนี้ตั้งขึ้นในปี 1988 ที่มีการปรับปรุงที่นี่



ทางเข้าหอธนูถูกปิดไว้อยู่



มองเข้าไปข้างในก็เห็นกระถางต้นไม้อยู่หลายใบ



แปลงดอกไม้บนกำแพง



มองลงไปชมทิวทัศน์ข้างล่าง



ทิวทัศน์ฝั่งตะวันออกของสวน




มองออกไปทางตะวันตกเพื่อมองหอธนูจากด้านข้าง



ทางตะวันตกนั้นเป็นถนนวงแหวนที่สอง และสะพานทางยกระดับซีเปี้ยนเหมินเฉียว



ทางเดินบนกำแพงส่วนที่อยู่หลังบันไดทางขึ้นนั้นค่อนข้างแคบ



จากสุดปลายฝั่งเหนือของกำแพงมองออกไปยังทิศเหนือ



กลับลงมาด้านล่าง เห็นผู้คนตีแบดกันอยู่



เดินกลับมาด้านตะวันออกของกำแพงอีกที ถ่ายหอธนูจากมุมนี้บ้าง



แถวนี้มีเป็ดเดินอยู่ด้วย





ในนี้ไม่มีอะไรแล้ว มีแค่นี้ โดยรวมแล้วก็คิดว่าไม่เลว เหมือนมาเดินสวนสาธารณะเล่นธรรมดา บรรยากาศร่มรื่น แต่ได้กลิ่นอายของประวัติศาสตร์ไปด้วย

ใช้เวลาเดินในนั้นประมาณแค่ครึ่งชั่วโมง เดินเสร็จก็เป็นเวลาสี่โมง ใกล้ค่ำแล้ว แต่ในตอนนั้นก็นึกได้ว่ามีที่เที่ยวอีกที่ที่ยังอยากไปต่ออยู่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ คือสวนสาธารณะเยวี่ยถาน (月坛公园) ซึ่งก็เป็นโบราณสถานอีกแห่งที่กลายมาเป็นสวนสาธารณะ

ในขณะที่เริ่มเหนื่อยจากการเที่ยวและเดินทางไกล แต่ก็ยังอยากเที่ยวต่อให้หมดวันจากนั้นก็หาอะไรกินแล้วค่อยเดินทางกลับหอพัก

ดังนั้นเมื่อเดินเสร็จเราก็ออกประตูเดิมไปแล้วก็เดินลงมาตามถนนวงแหวนที่สองลงมาทางใต้ต่อ



จากตรงนี้มองกลับไปก็ยังสามารถเห็นหอธนูได้อยู่ด้วย



เราได้เดินมาขึ้นรถเมล์ที่ป้ายเทียนหนิงซื่อเฉียวตง (天宁寺桥东) โดยสะพานเทียนหนิงซื่อ (天宁寺桥) เป็นสะพานทางยกระดับที่อยู่ถัดจากสะพานซีเปี้ยนเหมินมาทางตะวันตก ซึ่งป้ายรถเมล์นี้อยู่ทางตะวันตกของสะพานซีเปี้ยนเหมินจึงชื่อว่าเทียนหนิงซื่อเฉียวตง แปลว่าตะวันออกของสะพานเทียนหนิงซื่อ เทียนหนิงซื่อ (天宁寺) คือวัดแห่งหนึ่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกัน แต่ครั้งนี้เราไม่มีแผนจะแวะวัดนี้ ไว้โอกาสหน้ากะว่าจะแวะมาเที่ยวเหมือนกัน

จากตรงนี้มีรถเมล์สาย 42 ที่สามารถไปยังเยวี่ยถานได้ รอสักพักรถก็มาแล้วเราก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังเยวี่ยถาน https://phyblas.hinaboshi.com/20150417



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ปักกิ่ง

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

บทความแต่ละเดือน

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2015年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文