φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



วัดปี้หยวิน สถานที่พักศพของซุนยัดเซนชั่วคราว
เขียนเมื่อ 2015/04/21 10:39
#พุธ 8 เม.ย. 2015

เซียงซาน (香山) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของปักกิ่ง เนื่องจากเป็นเขาที่อยู่ค่อนข้างใกล้ตัวเมืองปักกิ่ง เดินทางค่อนข้างสะดวก

บนเขาเซียงซานนั้นนอกจากจะไปเพื่อปีนเขาและชมธรรมชาติแล้ว ผู้คนยังไปเพื่อเยี่ยมชมโบราณสถานที่สำคัญและมีความสวยงามแห่งหนึ่ง นั่นก็คือวัดปี้หยวิน (碧云寺)

ในจีนมีการสร้างวัดขึ้นมากมายทั้งในตัวเมืองและนอกเมืองกลางป่าเขา ว่ากันโดยรวมแล้ววัดที่อยู่กลางป่าเขานั้นมักจะมีขนาดใหญ่ก่วาและก็ดูแล้วมีเสน่ห์น่าสนใจกว่าที่อยู่ในเมือง

สำหรับในปักกิ่งแล้ว ในบรรดาวัดที่อยู่บนเขา หากพูดวัดที่ไปง่ายที่สุดก็คงเป็นวัดปี้หยวินนี้เอง เพราะอยู่บนเขาเซียงซานซึ่งใกล้กับตัวเมืองมาก เดินทางมาได้สะดวก

วัดปี้หยวินตั้งอยู่บนตีนเขาเซียงซาน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1331 ซึ่งเป็นสมัยชราชวงศ์หยวน (元朝, ปี 1271 - 1368) ในปี 2001 วัดปี้หยวินได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์กรอนุรักษ์สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจีน

ความสำคัญอย่างหนึ่งของวัดนี้คือเป็นสถานที่เก็บศพของซุนยัดเซน (孙中山, ซุนจงซาน) หลังจากที่เขาเสียชีวิตในเดือน 12 มีนาคม 1925 ศพเขาถูกนำมาฝังชั่วคราวไว้ที่นี่ก่อนที่สุสานจงซาน (中山陵) ซึ่งอยู่ที่หนานจิงจะสร้างเสร็จและถูกย้ายไปฝังที่นั่นในเดือนพฤษภาคม

จุดเด่นอย่างหนึ่งของวัดปี้หยวินก็คือเจดีย์ห้ายอดที่เรียกว่าจินกางเป่าจั้วถ่า (金刚宝座塔) ดูโดดเด่นสวยงามตั้งอยู่ในบริเวณด้านในสุดของวัด

คำว่าจิงกางเป่าซั่วถ่าถ้าแปลเป็นไทยตรงๆก็จะเป็น "เจดีย์บรรลังก์เพชร" หรือใช้คำให้สวยๆหน่อยก็เป็น "วัชรอาสนเจดีย์" เจดีย์แบบนี้ในปักกิ่งยังมีเจดีย์ที่วัดเจินเจวี๋ยซื่อ (真觉寺), วัดซีหวง (西黄寺) และบนเขายวี่เฉวียนซาน (玉泉山) แต่ว่าวัดซีหวงและเขายวี่เฉวียนซานเป็นเขตหวงห้ามไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ส่วนวัดเจินเจวี๋ยตอนนี้ปิดปรับปรุงอยู่ ดังนั้นจึงไม่อาจไปเห็นได้สักที่

วัดเจินเจวี๋ยมีเขียนถึงไปแล้วตอนที่ไปหาหมอแล้วแวะไป ได้ถ่ายรูปมาด้วยแม้จะเข้าไม่ได้ https://phyblas.hinaboshi.com/20141224

ส่วนเจดีย์บนเขายวี่เฉวียนซานได้เขียนถึงไปในตอนที่แล้วที่พูดถึงสุสานจิ่งไท่ มีถ่ายรูปไว้จากไกลๆ https://phyblas.hinaboshi.com/20150419

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ก็ต่อเนื่องจากตอนที่แล้วนี่เอง



หลังจากชมสุสานจิ่งไท่เสร็จเราก็ขึ้นรถเมล์ต่อเพื่อไปยังเซียงซาน

การไปยังเซียงซานนั้นปัจจุบันยังไม่มีรถไฟฟ้าไปถึงแต่ในอนาคตมีแผนจะสร้าง อย่างไรก็ตามสำหรับตอนนี้ก็มีรถเมล์หลายสายที่สามารถไปได้ แต่ว่าสายส่วนใหญ่นั้นไปไม่ถึงสวนสาธารณะเซียงซาน ถึงแค่ย่านชุมชนที่อยู่ใกล้กับทางขึ้นเขาเท่านั้น มีเพียงสาย 563 เท่านั้นที่ไปถึงประตูตะวันออกของสวนสาธารณะเซียงซาน

รถเมล์สาย 563 มีต้นทางอยู่ที่ซีจื๋อเหมิน (西直门) ซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถนั่งจากตรงนั้นไปถึงเซียงซานได้โดยตรง แต่ว่าระยะทางไกลและใช้เวลานั่งนานเป็นชั่วโมง จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมนัก วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการมาเซียงซานคือนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีเป่ย์กงเหมิน (北宫门站) แล้วค่อยมาขึ้น 563 จากที่นั่น ซึ่งประหยัดเวลาไปได้มาก เพราะรถเมล์ระหว่างที่วิ่งในเมืองจะต้องเจอรถติดทำให้นานมาก รถไฟฟ้ายังไงก็เร็วกว่ามาก เป่ย์กงเหมินคือประตูเหนือของพระราชวังฤดูร้อน จากตรงนั้นนั่งรถเมล์ต่อไม่นานก็ถึงเซียงซานได้แล้ว

ที่ว่านั่งรถใช้เวลานั้นเป็นประสบการณ์ตรง เพราะที่จริงแล้วครั้งนี้ตอนที่เดินทางมาลงที่เหนียงเนี่ยงฝู่ (娘娘府) เพื่อเยี่ยมสุสานจิ่งไท่ซึ่งเป็นทางผ่านนั้น เรานั่งรถมาตั้งแต่จากตัวเมือง ระหว่างทางเจอรถติดทำให้ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะมาถึง พอเป็นแบบนี้เลยเสียเวลาไปเยอะทั้งที่ถ้าขึ้นจากเป่ย์กงเหมินก็คงจะเร็วกว่า

รอไม่นานรถเมล์สาย 563 ก็มา สภาพคนแน่นเต็มคันรถ ดูแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยว



ป้ายปลายทางของรถเมล์สายนี้คือป้ายเซียงซานกงหยวนตงเหมิน (香山公园东门) ซึ่งก็คือประตูตะวันออกสวนสาธารณะเขาเซียงซาน ซึ่งอยู่ถัดจากป้ายที่ชื่อว่าเซียงซาน (香山) เฉยๆ ซึ่งส่วนใหญ่รถเมล์สายอื่นจะลงแค่ถึงป้ายนี้


พอถึงป้ายเซียงซาน คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ลงจากรถ แถมมีบางคนเพิ่งขึ้นมาด้วยซ้ำ บางคนอาจนั่งรถเมล์สายอื่นมาก็เลยมาลงได้แค่ป้ายนี้ พอจะไปต่อให้ถึงทางขึ้นเขาเซียงซานก็ยังต้องนั่ง 563 ต่ออีก แต่อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะจากตรงนี้จะเดินต่อไปยังทางขึ้นเขาเลยก็ยังได้ ไม่ได้ไกลถึงขนาดจะเดินไม่ได้



แล้วก็มาถึงป้ายปลายทาง พอลงไปตรงนี้เป็นท่ารถของรถเมล์สาย 563 โดยเฉพาะ ต้องเดินผ่านตรงนี้ไปนิดหน่อยจึงจะถึงทางเข้าสวนสาธารณะเซียงซานจริงๆ



ระหว่างทางก็มีร้านอาหารหรือร้านขายขนมเล็กๆน้อยๆอยู่ประปราย แวะเติมพลังก่อนไปปีนเขาได้




ก่อนถึงหน้าทางเข้าเราเห็นร้านขายเต้าหู้เหม็นฉางซา (长沙臭豆腐) ราคาถ้วยละ ๑๐ หยวน เรามองดูว่าน่ากินดีก็เลยลองซื้อมาลองท้องสักถ้วย



แต่อยากบ่นนิดหน่อยว่าร้านนี้เขาเอาลำโพง (ที่เห็นในภาพ) มาเปิดแล้วประกาศโฆษณาซึ่งบันทึกเสียงไว้ เสียงประกาศดังตลอดเวลา เสียงดังซ้ำๆว่า "ไม่ต้องไปถึงฉางซาก็สามารถทานเต้าหู้เหม็นฉางซาได้... บลาๆๆ" ไม่รู้ว่าคนที่ตั้งร้านอยู่รอบข้างจะรำคาญหรือเปล่า แต่เราว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่มั้ง


เต้าหูเหม็นฉางซาก็อร่อยดี ไม่รู้สึกว่าเหม็นอย่างชื่อหรอก แต่ก็เผ็ดอยู่



มาถึงด้านหน้าทางเข้าเห็นตัวมาสค็อตหน้าตาเหมือนแกะยืนอยู่ด้วย





บัตรผ่านประตูสวนสาธารณะเซียงซาน ราคา ๑๐ หยวนเท่านั้น ส่วนค่าเข้าวัดปี้หยวินราคา ๑๐ หยวน แต่ถ้าซื้อบัตรทางเข้าพร้อมกับวัดปี้หยวินก็จะลดเหลือ ๑๕ หยวน ประหยัดไปได้ ๕ หยวน เราตั้งใจเข้าชมวัดปี้หยวินอยู่แล้วก็เลยเลือกซื้ออันนี้



อันที่จริงมีบัตรที่ควบบัตรผ่านประตูกับรถกระเช้าขายด้วย ราคา ๖๐ หยวน ทั้งๆที่ปกติค่าขึ้นรถกระเช้าเฉยๆก็ ๖๐ หยวนอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าซื้อบัตรนี้ก็เท่ากับเหมือนไม่ต้องจ่ายค่าเข้าประตูเลย ดูแล้วคุ้มดี แต่ว่าเนื่องจากเรายังไม่แน่ใจว่าจะขึ้นรถกระเช้าดีหรือเปล่า กะดูสถานการณ์ก่อนอีกทีก็เลยยังไม่ซื้อ


แผนที่เซียงซาน บริเวณกว้างมากทีเดียว



ประตูทางเข้า



เข้ามาด้านใน



อาคารที่เจอก่อนเป็นอันดับแรกหลังเข้ามาก็คือฉินเจิ้งเตี้ยน (勤政殿) แปลว่าอาคารรัฐบาลขยัน สร้างในปี 1745 ถูกทำลายลงไปในปี 1860 แต่สร้างขึ้นมาใหม่ในปี 2002 อาคารนี้เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิราชวงศ์ชิงใช้ทำงานในขณะที่พำนักอยู่ที่เซียงซานนี้



ภายใน



เดินต่อไปเป้าหมายแรกเราจะไปวัดปี้หยวินซึ่งอยู่ตรงตีนเขาทิศเหนือ




ป้ายชี้บอกทางไปวัดปี้หยวินและทางขึ้นรถกระเช้า อยู่ทางขวา



เดินชมดอกไม้ไปตามทาง






อาคารนี้เป็นภัตตาคาร



บึงเล็กๆระหว่างทาง




ผ่านประตูนี้ไปก็จะถึงหน้าทางเข้าวัดปี้หยวิน



ประตูหน้าทางเข้าไปสู่ทางเดินหน้าวัด



ด้านหน้ามีแผนที่วัดให้ดู จะเห็นว่าใหญ่มาก ต้องเดินเข้าไปลึกกว่าจะถึงปลายทาง ระหว่างทางยิ่งเดินก็ยิ่งขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ



จากตรงนี้ไปต้องใช้ตั๋วเพื่อเข้าไป ถ้ายังไม่ได้ซื้อตั๋วก็มีที่ขายตั๋วอยู่ด้านหน้า แต่เราใช้บัตรแบบควบประตูทางเข้ากับวัดไปพร้อมกันแล้วแต่แรกก็แค่ยื่นบัตรเท่านั้น



ประตูทางเข้าหน้าสุดของวัด มีป้ายเขียนชื่อวัด ๔ ภาษา



ผ่านเข้าไปเจออาคารทางผ่านหน้าวัดที่เรียกว่าซานเหมินเตี้ยน (三门殿)



ด้านในมียักษ์เฝ้าประตู



ผ่านซานเหมินมาก็เจออาคารมี่เล่อเตี้ยน (弥勒殿) คืออาคารพระเมตไตรย



และข้างๆมีหอระฆังและหอกลองตามปกติของวัดทั่วไป



และเมื่อเดินผ่านอาคารมีเล่าเตี้ยน ถัดมาก็เจอกับอาคารต้าสยงเป่าเตี้ยน (大雄宝殿) ซึ่งเป็นอาคารที่ข้างในมีพระศากยมุนี



ด้านข้างนั้นทั้งสองข้างเป็นอาคารที่เป็นร้านค้าเล็กๆ




ภายในอาคารต้าสยงเป่าเตี้ยน




เดินทะลุออกมาก็เจอกับศาลาที่สลักแผ่นหินบันทึกการสร้างวัดใหม่ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ปี 1749



ด้านหลังศาลาเป็นอาคารผูซ่าเตี้ยน (菩萨殿) หรืออาคารพระโพธิสัตว์



ทางซ้ายมีทางเชื่อมต่อไปยังอาคารหลัวฮ่านถาง (罗汉堂) คือหอที่มีพระอรหันต์



ภายในหลัวฮ่านถาง



จากนั้นเดินต่อไปด้านหลังผูซ่าเตี้ยน ในที่สุดก็จะเจออาคารหอที่ระลึกซุนยัดเซน (孙中山纪念堂, ซุนจงซานจี้เนี่ยนถาน) อยู่ถัดไป



ภายในมีรูปปั้นซุนยัดเซน และโลงศพแก้วซึ่งทางโซเวียตมอบให้ แต่ตอนที่ส่งมาถึงศพซุนยัดเซนได้ถูกฝังไปแล้วก็เลยไม่ได้ใช้โลงนี้จึงนำมาตั้งแสดงไว้ที่นี่เป็นที่ระลึก



ส่วนทางนี้เก็บหนังสือที่เขียนโดยซุนยัดเซน



ข้างๆอาคารนี้เป็นที่จัดแสดงชีวประวัติของซุนยัดเซน




แผนที่แสดงตำแหน่งสถานที่สำคัญที่ซุนยัดเซนเคยไป ทั้งในและนอกประเทศ มีกรุงเทพฯด้วย



เกี่ยวกับเรื่องของซุนยัดเซนไม่ขอพูดถึงมากไปกว่านี้มากมายเพราะมีหออนุสรณ์คล้ายๆกันแบบนี้และเคยเล่าถึงไปแล้ว ลองอ่านได้ในบันทึกที่เที่ยวบ้านเก่าของซุนยัดเซนในเมืองจงซาน https://phyblas.hinaboshi.com/20120829

เดินต่อถัดมา



ขึ้นไปก็จะเริ่มเห็นซุ้มประตูหน้าทางเข้าสู่เจดีย์จิงกางเป่าซั่วถ่า



เจดีย์นี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยราชวงศ์ชิง (清朝, ปี 1644 - 1912) สูง ๓๔.๗ เมตร ที่นี่เป็นที่พักศพของซุนยัดเซนก่อนที่จะย้ายออกไป



เดินขึ้นไป



ข้างมาด้านในอาคารฐานเจดีย์ เพื่อจะปีนขึ้นไปชมส่วนยอด ตรงนี้เป็นตำแหน่งที่เคยเป็นที่พักศพซุนยัดเซน โดยหลังจากที่ศพของเขาถูกย้ายไปที่หนานจิงแล้วก็ได้เอาเสื้อผ้าที่เขาใส่ฝังไว้ตรงนี้แทนที่



ส่วนยอด สามารถเดินเล่นชมยอดเจดีย์อย่างใกล้ชิดได้





มองลงไปยังเส้นทางที่ผ่านมา เดินมาไกลมากทีเดียว



มองไปทางทิศใต้ยังเห็นรถกระเช้าสำหรับขึ้นเขาด้วย ในจังหวะนั้นเราตัดสินใจแล้วว่าเดี๋ยวจะไปนั่งรถกระเช้านี้ขึ้นเขาเซียงซานต่อดีกว่า เพราะแค่เดินในวัดปี้หยวินกว่าจะมาถึงยอดตรงนี้ก็เหนื่อยไปมากแล้ว ประหยัดแรงไว้ดีกว่า



ขอแบ่งตอนไว้เท่านี้ ตอนต่อไปจึงจะไปชมด้านบนเขาเซียงซาน


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ปักกิ่ง
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
บ้านเก่าของจางเสวียเหลียงในเทียนจิน
เที่ยวจิ่นโจว ๓ วัน ๒ คืน 23 - 25 พ.ค. 2015
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เที่ยวฮ่องกงในคืนคริสต์มาสอีฟ เดินทางไกลจากสนามบินมาทานติ่มซำอร่อยโต้รุ่ง
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

บทความแต่ละเดือน

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2018年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2017年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2016年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2015年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文