φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวชมสถานที่ต่างๆภายในเมืองเนปยีดอ
เขียนเมื่อ 2015/09/02 21:58
#อังคาร 28 ก.ค. 2015

หลังจากที่เมื่อวานเดินทางมาถึงเนปยีดอแล้วก็เข้าพักในโรงแรม https://phyblas.hinaboshi.com/20150831

วันนี้ก็ได้เวลาเที่ยวในเมืองเนปยีดอกันแล้ว เช้าตื่นมาหกโมง มีเวลานิดหน่อยก็เลยเล่นอาช่าต่อ ยังคงอยู่ระหว่างสำรวจโบราณสถานต่อจากที่เล่นเมื่อคืน



จากนั้นเจ็ดโมงครึ่งก็มาทานข้าวเช้าในโรงอาหารที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ บรรยากาศยามเช้าในบริเวณโรงแรม เมฆครึ้มและมีฝนตกปรอยเหมือนวันที่ผ่านๆมา



โรงอาหารอยู่ในอาคารด้านหน้าสุดของโรงแรม อยู่ติดกับห้องที่มีเคาน์เตอร์ด้านหน้า อาหารเช้าที่นี่ถือว่าใช้ได้





เรากินเสร็จก่อนเวลานิดหน่อยก็มาที่เคาน์เตอร์ถามเกี่ยวกับรถบัสที่จะไปพุกามซึ่งเราจะไปกันพรุ่งนี้ เขาก็บอกว่ามีรถออกตอนเจ็ดโมงเช้าและถึงตอนบ่ายสามโมง


จากนั้นรถก็มาตามเวลาแปดโมงครึ่งซึ่งนัดไว้ พวกเรารีบขึ้นไปนั่งแล้วยื่นแผนการเที่ยวที่วางไว้ให้คนขับดูให้เขาเรียงลำดับให้ตามความเหมาะสม



แผนที่วางไว้มีอีกที่ที่ตั้งใจว่าจะไปด้วยคืออนุสาวรีย์สามกษัตริย์ แต่เขาบอกว่าตรงนั้นเป็นเขตทหารดังนั้นเข้าไปชมไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังมีสถานที่เที่ยวอื่นอีกหลายแห่งซึ่งก็ต้องใช้เวลาเที่ยวนานพอสมควรอยู่แล้ว และที่นั่นก็ไม่มีอะไร แค่มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของมหาราชย์ทั้ง ๓ ในประวัติศาสตร์พม่า

สุดท้ายก็เหลือสถานที่ ๕ แห่งที่เป็นเป้าหมายในวันนี้ซึ่งเราจะไปเที่ยวกัน เรียงลำดับตามลำดับที่ไป
- สวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติ (
)
- พิพิธภัณฑ์อัญมณีเนปยีดอ (
)
- สวนแลนด์มาร์กแห่งชาติ (
)
- สวนสัตว์เนปยีดอ (
)
- เจดีย์โอวปาตาธันดี (
)



หลังจากออกรถจากโรงแรม ระหว่างทางรู้สึกได้เลยว่าเมืองนี้วางสิ่งก่อสร้างอย่างหลวมๆมาก ตลอดทั้งวันสถานที่ที่ผ่านไม่มีตรงบริเวณไหนที่ให้ความรู้สึกว่าอยู่ในเมืองเลย หากต้องมาอยู่เมืองแบบนี้คงจะหดหู่เงียบเหงาน่าดู



เป้าหมายแรกคือสวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติ เราเดินทางมาถึงแล้ว ประตูที่เข้านี้ไม่ใช่ประตูด้านหน้าแต่เป็นประตูเล็กด้านข้าง



ภายในปลูกพืชไว้ แต่ไม่ค่อยมีจะเยอะมากมายนักเป็นบริเวณแค่นิดเดียว เดินนิดเดียวก็ทั่วแล้ว








พื้นที่ด้านหลังเป็นสวนป่า มีขนาดใหญ่พอสมควรและมีเส้นทางให้เดินวนภายใน



เราลองเดินวนดูใช้เวลานานมาก จึงทำให้รู้ว่าบริเวณส่วนใหญ่นั้นเป็นแค่สวนว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่เลย



หลังจากเดินมานาน เปียกก็เปียกไม่เจออะไรนอกจากป่าเป็นเวลานานในที่สุดก็ออกมาเจอบริเวณที่พอจะมีอะไรอยุ่บ้าง



มาโผล่ที่ทางออกอีกทางซึ่งมีภัตตาคารตั้งอยู่ ตรงนี้เป็นที่ใกล้หน้าประตูใหญ่



รถแท็กซีมารอเราตรงปากทางออกอีกทางเหมือนจะรู้ว่าเราจะต้องมาออกตรงนี้แน่ๆ เราบอกให้แท็กซีจอดตรงหน้าประตูใหญ่เพื่อจะถ่ายรูปหน้าประตูสักหน่อย



เที่ยวจบที่แรกด้วยความผิดหวังเพราะมันไม่มีอะไรเลย แต่เรากลับใช้เวลาไปถึงชั่วโมงกว่าในการเดินวนในสวนป่าเพื่อพิสูจน์ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ



ไม่เป็นไร ยังมีที่เที่ยวอีกตั้งหลายที่ ที่ถัดมาอยู่ไม่ไกลจากกันเลย คือพิพิธภัณฑ์อัญมณีเนปยีดอ




รถมาส่งถึงด้านหน้าประตู



ส่วนจัดแสดงอยู่ชั้น ๒ ค่าเข้า ๖๓๐๐ จ๊าด บัตรเขียนว่า ๑๐ ดอลก็จริงแต่เขากลับบอกว่าจริงๆคิดค่าเข้าเป็นเงินจ๊าด ซึ่ง ๖๓๐๐ จ๊าดนี้ถือว่าแพงกว่า ๑๐ ดอลอยู่หน่อยด้วยอัตราแลกขณะนั้น



ข้างในห้ามถ่ายรูปจึงเข้าไปเดินชมเฉยๆ ไม่ได้ถ่ายรูปเลย ส่วนจัดแสดงนั้นมีอยู่แค่ห้องเดียวแต่กว้างพอสมควร ในนั้นมีพวกอัญมณีต่างๆมากมายสวยงามมากไม่ผิดหวังที่มาชม



นี่เป็นห้องด้านหน้าห้องจัดแสดงหลัก กล้องถ่ายรูปสามารถเอาเข้ามาได้แค่ถึงห้องนี้



สิ่งที่วางแสดงอยู่ในห้องนี้ก็มีแค่แบบจำลองของอาคารนี้



ส่วนชั้นล่างเป็นร้านขายอัญมนี กว้างมาก มีของอยู่มากมาย แต่ก็แทบไม่เห็นใครเดินซื้ออยู่






จากนั้นคนขับรถก็พามายังศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ชื่อ  Ocean Super Center

ที่นี่เปิดตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสามทุ่ม ดูหรูไม่น้อย ภายในมีร้านอาหารอยู่หลายร้านด้วย



เราขึ้นไปชั้น ๒ ซึ่งเป็นซูเปอร์



ในนี้มีร้านญี่ปุ่นที่ขายสินค้าแบบราคาเท่ากันหมดคล้ายๆร้านไดโซในไทยเลย ร้านนี้ขายของชิ้นละ ๑๘๐๐ จ๊าด เห็นมีขายร่มด้วยแต่เป็นแบบไม่พับซึ่งไม่สะดวกพกก็เลยไม่เอา ไปหาในซูเปอร์ดีกว่า



เข้าไปในซูเปอร์ ภายในก็ใหญ่พอสมควร มีอะไรขายมากมาย





หนังสือพวกนี้ดูแล้วน่าจะมีประโยชน์ทั้งนั้น เป็นภาษาพม่า



สินค้าส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศ จากไทยก็มีเหมือนกัน



เป้าหมายเราคือร่ม ก็หาเจอจนได้ ซื้อมาราคา ๓๕๕๐ จ๊าด ถือว่าถูกอยู่



นอกจากนี้ชั้น ๒ ยังเจอร้านอาหารเกาหลีด้วย แต่ดูราคาแล้วร้านข้างล่างถูกกว่าก็เลยเลือกร้านข้างล่าง



ลงมากินอาหารที่ร้านข้างล่าง



ดูเมนูแล้วแต่ละอย่างไม่แพง



สั่งอาหารเป็นขนมจีบ ๑๐๐๐ จ๊าด + ปอเปี๊ยะ ๖๐๐ จ๊าด + เกี๊ยวทอด ๗๕๐ จ๊าด รวมแล้วเป็น ๒๓๕๐ จ๊าด



ซึ่งมันเยอะเกินจนกินไม่หมดก็เลยห่อส่วนที่เหลือกลับ ใช้เป็นมื้อเย็นต่อได้อีก


จากนั้นไปซื้อขนมปังมาเป็นอาหารเย็นเพิ่มเติมด้วย



ก็เจอขนมปังน่าอร่อยราคาชิ้นละ ๕๐๐ จ๊าด



ซื้อเสร็จก็ออกมาหน้าห้าง คนขับรถรออยู่ตรงที่จอด เราพยายามจะถ่ายรูปก่อนที่จะออก แต่ปรากฏว่ามียามมาห้ามโดยบอกว่าที่นี่ห้ามถ่ายเพราะเป็นอาคารสำนักงานอะไรด้วย



แต่คนขับรถก็พาเราถอยห่างไกลออกมาจากอาคารจนถึงถนนใหญ่ด้านนอกแล้วจอดหยุดให้ถ่าย สรุปว่าถ่ายได้แต่อย่าให้ยามเห็นเป็นพอ



หลังจากแวะห้างเสร็จกินอิ่มอะไรเรียบร้อยก็ได้เวลาไปเที่ยวสถานที่ถัดไป นั่นคือสวนแลนด์มาร์คแห่งชาติ



ซึ่งเป็นที่เที่ยวที่น่าสนใจมากเพราะทำสวนจำลองเป็น รูปประเทศพม่าและมีสิ่งก่อสร้างจำลองสถานที่สำคัญของบริเวณต่างๆจากทั่ว ประเทศวางอยู่ตามจุดต่างๆ



ที่นี่มีค่าเข้าชม ๑๐ ดอล แต่ว่าถ้าจ่ายเป็นเงินจ๊าดก็จะเป็น ๑๒๐๐๐ จ๊าด ซึ่งตามอัตราที่เราแลกเงินมาตอนนี้ถือว่าคุ้มกว่า จึงจ่ายเป็นเงินจ๊าดไป

จ่ายค่าตั๋วเข้าชมแล้วเดินเข้ามาด้านในก็มีรถให้นั่งฟรี และมีไกด์คอยบริการให้ด้วย บริการนี้จำกัดอยู่ที่ ๑ ชั่วโมง ถ้าหากหมดจากนี้ก็จะต้องเดินเอง ดังนั้นเราจึงต้องรีบเร่งให้เที่ยวเสร็จภายใน ๑ ชั่วโมง เพราะยังไงเราก็รีบอยากไปที่ต่อไปต่ออยู่แล้วจึงไม่ได้เที่ยวที่นี่ละเอียดเท่าที่ควร



เริ่มจากรัฐกะฉิ่น (
) ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวจิ่งพัว (景颇) ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ทั้งในพม่าและจีน คำว่ากะฉิ่นเป็นชื่อเรียกของชาวจิ่งพัวในภาษาพม่า เราเคยเขียนเกี่ยวกับชาวจิ่งพัวไว้แล้วตอนที่เล่าเรื่องสวนชนเผ่าแห่งจีน อ่านได้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20150606



แม่น้ำนี้จำลองสมมุติว่าเป็นแม่น้ำอิระวดี แม่น้ำสายหลักที่สำคัญของพม่า



ถัดมาเป็นเขตมัณฑะเลย์ (
) เจอเนินมัณฑะเลย์ซึ่งเราเคยไปมาแล้วด้วย แต่ว่าตอนที่เราไปนั้นเรานั่งรถขึ้นไปไม่ได้ปีนขึ้นไปเอง ไม่เป็นไร ขอมาปีนที่ของจำลองนี่แทนละกัน แน่นอนว่ามันเตี้ยกว่าของจริงมาก เดินแป๊บเดียวก็ถึงยอดแล้ว




ขึ้นมาถึงด้านบนแล้ว



มองไปเห็นเนินเขาซะกายน์ ที่เมืองซะกายน์ ในเขตซะกายน์ (
) ซึ่งเป็นอีกที่ที่อยู่ในแผนซึ่งเราจะไปเที่ยวภายหลังจากนี้



และถัดมาข้างๆกันนั้นเป็นพระราชวังมัณฑะเลย์ ซึ่งเราไปชมมาตั้งแต่วันแรกเลย



ถัดมาเข้าสู่รัฐฉาน (
) หรือก็คือรัฐไทใหญ่ เป็นที่อยู่ของชนชาติไทใหญ่




แล้วก็มุ่งลงใต้ผ่านรัฐกะยา




รถมุ่งลงใต้ไปเรื่อยๆผ่านรัฐกะเหรี่ยง (
) รัฐมอญ () มุ่งสู่เขตตะนาวศรี () ซึ่งมีอยู่ยุคหนึ่งช่วงสั้นๆเคยอยู่ใต้การปกครองของไทย ระหว่างทางมีผ่านเครื่องเล่นแบบสวนสนุก แต่ดูเงียบเหงาคิดว่าไม่น่ามีใครมาเล่นเท่าไหร่



ตะนาวศรี ทางใต้สุดของพม่า แหลมทางใต้สุดมีรูปปั้นพระเจ้าบุเรงนอง หรือชื่อในภาษาพม่าว่าบายินเนาน์ (
)



จากนั้นย้อนกลับขึ้นเหนือ ผ่านเขตพะโค (
) เขตย่างกุ้ง ()





เข้าสู่เขตอิรวดี (
)



ในนี้มีโรงแรมอยู่ด้วย เป็นโรงแรมของจริงไม่ใช่จำลอง



แล้วก็เข้าสู่รัฐยะไข่ (
) ที่ซึ่งเมื่อก่อนเป็นรัฐอิสระจากพม่าแต่ก็ถูกตีแตกในสมัยพระเจ้าปดุงจนถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของพม่า




พอมาถึงยะไข่รถที่นั่งอยู่ก็เกิดยางแตกขึ้นมาทำใหต้องหยุดรอให้เขาเรียกรถคันใหม่มานั่งเพื่อไปต่อ เสียเวลาไปพอสมควร แต่เขาบอกว่าจะไม่จำกัดเวลาต่อแล้วเพราะเป็นความผิดของทางนั้นเอง ถึงจะเลย ๑ ชั่วโมงก็ไม่คิดเพิ่ม

ใช้เวลารอนานกว่า ๑๐ นาที เมื่อรถคันใหม่มาเราก็ออกเดินทางต่อ ผ่านรัฐชิน (
) ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายแล้ว การเที่ยวภายในนี้จบลงเท่านี้





พอออกมาจากที่นี่เราตั้งใจว่าอยากรีบไปสวนสัตว์ แต่ว่าคนขับก็แนะนำว่าระหว่างทางมีพิพิธภัณฑ์ทหารอยู่ที่ National Guest House จึงให้แวะก่อน พวกเราก็ลังว่าควรแวะดีหรือเปล่าเพราะไม่อยู่ในแผนเลย และกลัวไม่ทันดูท้องฟ้าจำลอง แต่สุดท้ายก็แวะจนได้



ในนี้เป็นเขตทหาร พอเข้าไปด้านในอาคารพิพิธภัณฑ์ก็มีทหารคอยคุมการเข้าชมอยู่ตลอด เขายังทำหน้าที่เป็นคนบรรยายไปในตัว บอกว่าตรงโน้นตรงนี้มีอะไรบ้างและให้เดินไปทางไหน ทั้งยังแนะนำว่าให้ถ่ายรูปตรงโน้นตรงนี้นะด้วย


เวลาชมห้องนึงเสร็จจะไปอีกห้องเขาจะต้องเป็นคนพาไป เพราะว่าในนี้เป็นเขตทหาร หากเดินไปผิดทางแล้วเจออะไรเข้าก็อาจเป็นเรื่องได้

ห้องมีทั้งหมด ๓ ห้อง ขนาดค่อนข้างกว้างและของนักเรียงอยู่หลวมๆ ดูจะมีอะไรมากพอสมควรแต่เราไม่ได้ดูอย่างตั้งใจเท่าไหร่เพราะไม่ได้สนใจเรื่องการทหารมากนัก อีกอย่างในใจตอนนี้ห่วงเรื่องเวลา อยากรีบไปสวนสัตว์ซึ่งเป็นเป้าหมายจริงๆแต่แรกมากกว่า

ห้องแรก




ทางเดินไปห้อง ๒ ระหว่างทางเรามองไปรอบๆรู้สึกว่าตึกนี้มันหรูมากจริงๆสมกับเป็นตึกทางการทหารของรัฐบาลทหาร งบคงจะมาลงให้กับอะไรที่เกี่ยวกับกองทัพมากมายเป็นธรรมดา



ห้อง ๒ และห้อง ๓





ข้างๆที่นี่คือสนามกีฬาเซยาธีรี (
) ซึ่งเคยใช้จัด SEA games เมื่อปี 2013 สามารถมองเห็นได้จากตรงนี้



หลังชมพิพิธภัณฑ์นี้เสร็จอย่างรวดเร็วเขาก็พาเรามาต่อยังสวนสัตว์เนปยีดอต่อไป ซึ่งตรงส่วนนี้เนื่องจากอยากเล่าละเอียดพอสมควรดังนั้นจึงขอแยกไปเขียนในตอนต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20150904


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> พม่า

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文