φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



อาเตอลีเยของอาช่า ตอนที่ ๗ : สุริยคราส
เขียนเมื่อ 2015/10/02 06:26
>> อ่านตอนแรก
>> อ่านตอนที่แล้ว

อาช่าแวะไปที่โบราณสถานใกล้อาเตอลีเย ที่นั่นได้เจอกับคีธกริฟที่มาสำรวจที่นี่อีกครั้ง แต่เห็นเขากำลังตั้งหน้าตั้งตาสำรวจอาช่าก็เลยพยายามไม่รบกวนเลยจะแอบเดินผ่านเงียบๆแต่เขาก็รู้สึกตัว คีธกริฟบอกว่าเขาก็อยากรู้ว่าอาช่าจะคลี่คลายเรื่องนิโอได้ยังไงจึงคอยเฝ้าดูเธออยู่ตลอด และบอกว่าเธอยังแค่เป็นเหมือนลูกเจี๊ยบที่เพิ่งฟักออกจากไข่เท่านั้น การมีความทะเยอทะยานที่จะทำให้ตัวเองก้าวหน้าขึ้นนั้นเป็นเรื่องดี



อาช่าเดินทางกลับฟิร์ซแบร์ก ระหว่างทางเจอนานาคาอีกแล้ว คราวนี้เห็นเธอมาคนเดียวยูริสไม่ได้อยู่ด้วย อาช่าถามว่าทำไมมักเจอทั้งสองคนพร้อมกันทั้งที่ทำงานคนละอาชีพกัน นานาคาก็ตอบว่ายูริสตามมาด้วยเพราะเป็นห่วง ไม่นานยูริสก็ปรากฏตัวขึ้นแบบไม่ทันรู้สึกตัวอีกเช่นเคย อาช่าเลยชมว่าสมแล้วที่เป็นนักล่าสัตว์ ซ่อนร่องรอยของตัวเองได้เก่งดี แล้วเธอก็เข้าใจดีถึงความรู้สึกที่เป็นห่วงน้องสาวด้วย



กลับมาถึงฟิร์ซแบร์ก อาช่าพยายามวิเคราะห์ดอกไม้ที่ได้มาจากหลายๆที่ เธอเริ่มสังเกตว่าดอกไม้เหล่านี้เด็ดมาตั้งนานแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหี่ยวเฉาลงเลย แต่ก็ยังไม่เข้าใจส่วนประกอบโดยละเอียดคงต้องลองบดแล้วสกัดส่วนผสมออกมาดู นอกจากนี้ขวดแปลกๆที่ได้มาจากหมู่บ้านฮารอสก็ยังไม่ได้ใช้เลย คีธกริฟก็ไม่ได้บอกว่ามันใช้ยังไงบอกแค่ว่ามันจะมีประโยชน์เท่านั้น อาช่าเลยลองเอาส่วนผสมของดอกไม้ใส่ลงในภาชนะแล้วก็พบว่ามันเกิดส่องแสงขึ้นมา แล้วจู่ๆอาช่าก็เกิดง่วงแล้วก็หลับไป



พอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในมิติอะไรบางอย่างแล้วมีนิโออยู่ข้างๆ พออาช่าถามว่าทำไมพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่นิโอก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่นมาโดยตลอด พอรู้สึกตัวก็มาอยู่นี่แล้ว เธอจำเรื่องราววันที่เธอหายตัวไปได้ วันนั้นเธอจะไปเด็ดหญ้าสำหรับทำยา แต่เผลอลื่นตกหน้าผา พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยแล้ว ทั้งสองได้คุยกันอยู่สักพักแต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงใครบางคนแทรกเข้ามาแล้วนิโอก็บอกว่าเธอจะต้องกลับไปแล้ว จากนั้นอาช่ารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่กับพื้น เธอมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดข้นเมื่อครู่ต้องไม่ใช่แค่ความฝันแน่นอน



อาช่าไปที่ตลาดเพื่อซื้อของแล้วก็พบรานันกำลังเล่นเพลงอยู่ แต่คราวนี้อยู่กับเรจีนา รานันบอกว่าเขาเป็นลมเพราะหิวแล้วก็มาเจอเรจีนาเข้าเลยให้ช่วยทำงานโดยเล่นดนตรีเพื่อเรียกแขกเพื่อแลกกับของกิน



จากนั้นอาช่าเดินมาถึงลานกว้างแล้วคิดเรื่องเกี่ยวกับดอกไม้ที่ตามหาอยู่ ขณะกำลังนั่งคิดอยู่นั้นรานันก็เข้ามาทัก อาช่าเลยลองถามข้อมูลจากเขาดูคุยไปคุยมาเขาก็บอกว่าบางทีดอกไม้ที่ในหนังสือบอกว่าอยู่ริมทะเลสาบนั้นอาจอยู่ข้างๆเมืองฮอร์นไฮม์เพราะที่นั่นเมื่อก่อนมีทะเลสาบ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าหากลองไปที่นั่นดูอาจได้เบาะแสอะไรบ้าง อาช่าจึงตัดสินใจลองไปสำรวจดู แต่ว่าดอกไม้นั้นดูเหมือนจะบานแค่ในวันที่มีสุริยุปราคา รานันบอกว่าเขาสามารถรู้ได้ว่าจะเกิดคราสเมื่อไหร่ และนั่นก็คือวันที่ 11 เดือน 11 นั่นเอง ดังนั้นทั้งสองจึงนัดกันว่าพอถึงวันนั้นให้ไปเจอกันที่ฮอร์นไฮม์ จากตอนนี้ไปเหลือเวลาอีกไม่ถึง ๓ เดือน



กลับมาที่อาเตอลีเย วิลเบลแวะมาเล่นอีกตามเคย คราวนี้เธอดูเซ็งๆอยู่เพราะว่าท่านยายเฒ่ายังไม่กำหนดหัวข้อค้นคว้าอิสระให้เธอช่วงนี้เลย การที่ต้องอยู่โดยไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรมันน่ากังวลใจออก อีกทั้งยังต้องทำงานหาเงินไปด้วยอีกเลยไม่สามารถตั้งใจฝึกฝนได้เต็มที่ แต่พอมาหาอาช่าแล้วเธอมักจะเลี้ยงข้าวให้ก็เลยรู้สึกขอบคุณมากเลย



พอเดินมาที่ลานกว้างก็พบมาริออนกำลังทำท่าเหมือนไม่ค่อยสบาย เธอบอกว่าหมู่นี่ลินคาทำอาหารมาให้ทานประจำเลย มีแต่ของแปลกๆที่ไม่รู้ว่าทำเข้าไปได้ยังไง อาช่ารู้สึกผิดขึ้นมาเพราะเธอเป็นคนสอนลินคาทำอาหารเอง แต่ดูเหมือนจะสอนได้ไม่ค่อยสำเร็จเลยออกมาเป็นแบบนี้



จากนั้นกลับมาที่อาเตอลีเยอีกทีคีธกริฟมาหา เขาบอกว่ามาเดินซื้อของก็เลยแวะมาหา อาช่าก็เลยชงชาให้ดื่มแล้วก็ถือโอกาสถามอะไรหลายๆอย่าง เขาก็ทำท่าเหมือนไม่พอใจแต่สุดท้ายก็รับเป็นที่ปรึกษาให้



อาช่าออกเดินทางไปนอกเมืองอีกครั้งโดยที่ลินคาก็ไปด้วย คราวนี้อาช่าทักว่าเสื้อผ้าที่ลินคาใส่อยู่นั้นดูสวยจัง เธอจึงตอบว่ามาริออนเป็นคนเตรียมให้ แถมยังเตรียมไว้เป็นสิบชุด ถึงจะขาดขึ้นมาก็เปลี่ยนใหม่ได้เลยไม่ต้องเย็บซ่อม เธอบอกว่าที่จริงไม่ได้อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆแบบนี้เลยเพราะไม่ได้ทำให้สู้ได้ดี เสื้อผ้าสวยๆไม่ได้จำเป็นสำหรับนักรบอย่างเธอเลยอยากใส่ชุดเกราะมากกว่า แต่มาริออนบังคับให้ใส่ อาช่าเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของมาริออน



จากนั้นพอกลับมาที่ฟิร์ซแบร์กแล้วกำลังปรุงยาอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงใครจากข้างหลัง พอหันไปก็พบนิโอ เธอบอกว่าเธอได้กลิ่นหอมๆจากขวดที่มีของเหลวที่อาช่าได้จากการต้มดอกไม้ส่องแสงแล้ววางไว้อยู่ในห้องก็เลยตามมาจนถึงนี่ ทั้งคู่คุยกันอยู่สักพักจนนิโอเริ่มบอกว่าง่วงแล้วเธอก็หายไป



หลังจากนั้นพออาช่าไปที่ร้านขายของเมริเอ็ตตาก็คุยให้ฟังว่าหมู่นี้มีข่าวลือเรื่องผี อาช่าฟังดูสักพักก็รู้ว่าหมายถึงนิโอนั่นเอง แสดงให้เห็นว่าคนอื่นก็มองเห็นนิโอได้เหมือนกัน เธอไม่ได้ฝันไปเอง



พอออกไปผจญภัยอีกครั้งคราวนี้เจอรานันซึ่งกำลังเล่นเพลงอยู่กลางทางอีก อาช่าเลยถามเขาว่าไม่ทำงานให้เออร์นีแล้วเหรอ เขาก็บอกว่าชีวิตที่เอาแต่ทำงานมันน่าเบื่อออก ไม่เข้าใจคนอย่างเออร์นีเลยว่าเอาแต่ทำงานหนักอยู่ตลอดแล้วยังสนุกอยู่ได้ยังไง อาช่าตอบเขาว่าสำหรับเออร์นีแล้วการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกับที่รานันชอบร้องเพลงนั่นแหละ จากนั้นคุยไปสักพักก็ได้ยินเสียงรถม้าของเออร์นีขึ้นมารานันก็เลยขอตัวเผ่นไปก่อน



พอเจอเออร์นีอาช่าเลยคุยกับเขาถึงเรื่องที่วันก่อนตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องเสียลูกค้ารายใหญ่ ดูเหมือนเขาจะกลุ้มใจอยู่ไม่น้อย เออร์นีก็เลยตอบว่าเรื่องนั้นไม่ได้คิดมากแล้ว เพราะถ้ามันทำให้อาช่าต้องลำบากเขาก็ไม่ต้องการ โลกนี้มีสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินอยู่มากมาย เช่นเพื่อน สิ่งนั้นย่อมสำคัญกว่าเงิน แต่ว่าตอนนี้เขากำลังกลุ้มใจเพราะมีเพื่อนเขาคนหนึ่งกำลังเจอปัญหาเรื่องแมลงศัตรูพืช อาช่าเลยแนะนำว่าให้ลองใช้หญ้ากำจัดแมลง (虫除け草) โดยรับปากว่าจะเตรียมไว้ให้เวลาเจอกันคราวหน้าจะเอามาให้



อาช่ามาที่หอสมุดแล้วเจอโอดีเลีย วันนี้ก็เอาเค้กมาฝากอีกเช่นเคย โอดีเลียเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้านายเธอที่ไม่ได้เจอกันนาน เธอบอกว่าเจ้านายหน้าตาคล้ายๆคีธกริฟ แต่ว่านิสัยต่างกันมาก เจ้านายเป็นคนใจดีแต่คีธกริฟเป็นคนรุนแรง ทำเอาเธอรู้สึกสิ้นหวังไปเลย พอคุยนินทาไปสักพักจู่ๆคีธกริฟก็โผล่มาจากข้างหลังเพราะรู้สึกว่าใครกำลังเรียกชื่อตัวเอง ทั้งคู่จึงต้องหยุดคุยทันที



พอเดินทางมาถึงพื้นที่ชุ่มน้ำเอิสเทิน (エステン湿原) ครั้งนี้พาเรจีนามาด้วย เธอสำรวจซากโบราณสถานที่นี่แล้วสังเกตเห็นทางเข้าอุโมงค์



พอลองเข้าไปสำรวจก็พบว่าทางนั้นเชื่อมไปสู่โบราณสถานที่รีเซินกัง



เมื่อเดินลอดอุโมงค์มาจึงทะลุมาถึงริเซินกัง ระหว่างเดินอยู่แถวนั้นก็เจอนานาคาและยูริส ยูริสบอกว่าขอบใจมากที่ช่วยนานาคาครั้งก่อน แล้วบอกว่าถ้ามีอะไรที่เขาตอบแทนได้ก็จะช่วย เขาก็เลยเสนอตัวคอยเป็นคนช่วยคุ้มกันให้ สามารถเรียกหาได้ถ้าต้องการ ทำให้ตอนนี้ได้ยูริสมาเป็นพวกอีกคนแล้ว



อาช่าเดินทางมาถึงเมืองฮอร์นไฮม์ ตอนที่ไปถึงรานันกับเออร์นีก็มาถึงที่นั่นพอดี เออร์นีกำลังสั่งให้รานันช่วยขนของให้เป็นค่าตอบแทนที่พามาส่ง รานันยังคงบ่นเกี่ยงอยู่ตลอด



อาช่าแนะนำยูริสให้เรจีนารู้จัก พอเห็นยูริสเรจีนาก็บอกว่าเขาดูคล้ายน้องชายคนโตของเธอเลย แล้วก็เรียกยูริสว่าเป็นน้องชาย ทำให้เขาไม่พอใจ ทั้งคู่เถียงกันสักพักอาช่ายืนดูอยู่ก็รู้สึกว่าดูแล้วท่าทางทั้งคู่น่าจะสนิทกันได้ดี



พอเข้าไปหาไคล์ที่ร้านเหล้าก็พบว่าเขากำลังคุยกับยูริสอยู่ทำให้รู้ว่าทั้งสองคนนี้ก็รู้จักกันมาก่อนด้วย แล้วก็ได้รู้ว่าไคล์เป็นเจ้าของร้านเหล้าทั้งๆที่ดื่มเหล้าไม่ได้



หลังจากจากนั้นอาช่าก็แวะมาอีกทีพร้อมกับเรจีนา เธอสั่งเหล้าเยอะๆทันที ไคล์พูดถึงเรื่องที่ตัวเองดื่มเหล้าไม่ได้เรจีนาก็บอกว่าไม่สามารถดื่มของอร่อยแบบนั้นได้ชีวิตขาดทุนออก พอโยงมาถึงเรื่องแต่งงานเรจีนาก็บอกว่าไม่สนใจผู้ชายที่ตัวเตี้ยกว่า



ต่อมาอาช่านั่งบัลลูนไปยังเมืองของโฮมุนคูลุสเพื่อค้นหาข้อมูลว่าสิ่งที่ส่องแสงระยิบระยับที่พวกโฮมุนคูลุสต้องการนั้นคืออะไรกันแน่ จึงลองคุยกับพวกโฮมุนคูลุสดู แล้วก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจว่าบางทีสิ่งที่ว่านั้นก็คือขนมหวานนั่นเอง



อาช่าเดินทางต่อมายังทะเลทรายเกลือแล้วก็เจอทาเนียกำลังขุดเกลืออยู่ เธอพบผลึกเกลือพอดีก็เลยยกให้อาช่า หลังจากนั้นอาช่าเดินสำรวจทะเลทรายเกลือจนทั่วแล้วก็กลับมาเจอทาเนียใหม่เธอก็บอกว่าเธออยู่ที่นี่มาตลอดไม่เคยเข้าเมืองเลย ไม่รู้ว่าเมืองเป็นยังไง ก็เลยไหว้วานว่าถ้าอาช่ากลับเมืองอยากให้ช่วยนำของอะไรสักอย่างจากเมืองกลับมาให้เธอด้วย



พอเสร็จจากการสำรวจแถวทะเลทรายเกลือก็เดินทางกลับมายังฮอร์นไฮม์ ตอนนั้นถึงวันที่ 11 เดือน 11 พอดีแล้วก็เกิดสุริยคราสตามที่รานันทำนายเอาไว้เลย พอฟ้าเริ่มมืดลงดอกไม้ที่อยู่ข้างๆเมืองก็เริ่มเบ่งบานและส่องแสง แล้วนิโอก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง



ครั้งนี้มีเวลาคุยกันไม่มากเพราะดอกไม้ดอกนี้บานอยู่ได้เพียงแค่ยามเกิดสุริยคราสเท่านั้น พอฟ้าเริ่มสว่างขึ้นนิโอก็หายตัวไปอีกครั้งพร้อมกับความกังวลที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่อาช่าก็รู้แล้วว่าถ้ายังตามหาร่องรอยของดอกไม้ส่องแสงต่อไปเรื่อยๆจะต้องได้พบกันอีกแน่นอน



อาช่านึกขึ้นมาได้ว่ายังมีโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งที่ยังไม่เคยเจอดอกไม้ส่องแสงและยังไม่ได้พบนิโอที่นั่นเลย คือที่รีเซินกัง จึงลองตัดสินใจไปที่นั่นดูในตอนต่อไป

>> อ่านตอนต่อไป


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันเทิง >> เกม >> อาเตอลีเย

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文