φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



บันทึกการใช้ชีวิตในช่วงเดือนแรกที่ย้ายมาอาศัยและทำงานที่ฟุกุโอกะ
เขียนเมื่อ 2024/04/30 22:25
แก้ไขล่าสุด 2024/05/21 04:45
# 30 มี.ค. ~ 30 เม.ษ. 2024

ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2024 เราได้ย้ายจากเซนไดมาใช้ชีวิตในเมืองฟุกุโอกะ (福岡市ふくおかし) นี่ก็ผ่านมาเดือนนึงแล้วก็เลยขอสรุปคร่าวๆเรื่องราวบางส่วนตั้งแต่ย้ายมาอยู่จนถึงตอนนี้สักหน่อย

การย้ายครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งหนึ่งของชีวิตเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ย้ายเมืองที่อยู่ แต่เป็นการเปลี่ยนงานที่ทำด้วย จากเดิมทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาทำงานบริษัทเอกชนเล็กๆแทน

เรื่องราวช่วงที่หางานก็มีอะไรน่าเล่ามากเหมือนกัน ไว้ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเขียนเล่าเป็นประสบการณ์ แต่สำหรับตอนนี้ขอเล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันทั่วไปตั้งแต่ย้ายมาอยู่ฟุกุโอกะสักหน่อย

แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองฟุกุโอกะภายในจังหวัดฟุกุโอกะ เหนือสุดของเกาะฮนชู แสดงเป็นสีม่วงเข้มทางซ้าย ส่วนสีม่วงอ่อนทางขวาบนคือเมืองคิตะคิวชู (北九州市きたきゅうしゅうし)




ที่จริงก่อนที่เราจะมาอยู่ฟุกุโอกะครั้งนี้ก็ได้เคยมาที่นี่แล้วครั้งนึงเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้า ตอนนั้นมาเพื่อแวะมาบริษัทเพื่อจัดการเรื่องเอกสารและพูดคุยก่อนเข้าทำงานจริง และก็มาเพื่อดูบ้านที่จะมาพักอาศัยอยู่ด้วย เล่าไว้ใน https://phyblas.hinaboshi.com/20240304

หลังจากนั้นเราก็ได้เดินทางกลับไทยไปเมื่อ 14 มีนาคม โดยแวะเที่ยวไต้หวันก่อน https://phyblas.hinaboshi.com/20240316

จากนั้นก็ไปอยู่กับที่บ้านเป็นระยะเวลาสั้น แล้วจึงบินกลับมาญี่ปุ่นอีกที คราวนี้ลงที่ฟุกุโอกะโดยตรง ไม่ได้กลับไปเซนไดอีกแล้ว

ภาพทิวทัศน์เมืองฟุกุโอกะก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดที่สนามบินฟุกุโอกะ (福岡空港ふくおかくうこう)



หลังจากลงเครื่องแล้วก็รีบเดินทางมาที่บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งช่วยเราตอนหาห้องเช่าอยู่ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของสถานีฮากาตะ การจะไปเข้าพักได้ต้องเริ่มจากไปที่บริษัทเพื่อเซ็นเอกสารแล้วก็รับกุญแจ แล้วเขาก็จะเป็นคนขับรถพาไปส่งถึงที่พัก วันที่ไปนั้นเป็นวันเสาร์ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่วันทำงานของบริษัทนี้เลยดูเงียบเหงา แต่คนที่รับผิดชอบหาบ้านให้เราเขามาทำงานวันนี้เป็นพิเศษ ก็ยังดีที่เขารับงานวันหยุดด้วย ไม่งั้นคนที่ย้ายบ้านตอนวันเสาร์ก็ลำบาก ถ้าแบบนั้นเราก็อาจจำเป็นต้องมาเร็วกว่านี้ก่อนวันนึง



แต่ตอนไปเซ็นสัญญาเจอปัญหาว่าเราทำตราประทับหาย ที่ญี่ปุ่นเวลาจะทำสัญญาอะไรจะต้องทำตราประทับด้วย พอบอกว่าทำตราประทับหาย นายหน้าคนที่เราติดต่ออยู่ก็มีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยขึ้นมาด้วย แล้วก็บอกให้รีบไปหาร้านทำตราประทับ ซึ่งก็มีร้านอยู่ที่ฮากาตะ สามารถทำได้ทันที รอรับในครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นก็ไปหาอะไรกินเพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี



จากนั้นก็เซ็นสัญญาเสร็จ แล้วเราก็ขับรถพาไปที่ห้องพัก แต่ว่าตอนที่มาถึงนั้นห้องพักเป็นห้องเปล่าๆไม่มีอะไรเลย ต้องไปซื้อของมาเติมเอง นอกจากนี้แล้วทั้งไฟฟ้าและก๊าซก็ยังไม่ได้เปิด ต้องโทรไปติดต่อบริษัทการไฟฟ้าคิวชู (九州電力きゅうしゅうでんりょく) เพื่อเปิดใช้งาน อินเทอร์เน็ตก็ต้องไปติดต่อเองเพื่อที่จะติดตั้งให้ใช้งานได้ในห้อง

สำหรับพวกเครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆนั้นสามารถเดินไปซื้อที่ร้านได้ แต่ว่าสั่งซื้อแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้ทันที ต้องรอของมาส่งอีกที ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่คนย้ายบ้านเยอะเลยต้องรอนานกว่าปกติด้วย

ยังดีว่าเครื่องนอนเช่นที่นอน หมอน ผ้าห่ม สามารถซื้อแล้วขนกลับไปเองได้ แต่ก็ต้องใช้แท็กซีเพื่อขนกลับ ส่วนโต๊ะ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ต้องรอไปก่อน

ดังนั้นคืนแรกขณะที่ของอะไรๆยังไม่พร้อม ก๊าซก็ยังไม่มีทำให้ไม่สามารถอาบน้ำอุ่นในห้องได้ด้วย จึงตัดสินใจไปพักอยู่ที่โฮสเทลถูกๆชื่อว่าคลาวด์แชริงโฮเทลฮากาตะ 1 (クラウドシェアリングホテル博多はかた1) ซึ่งอยู่แถวย่านสึมิโยชิ (住吉すみよし) ทางตะวันตกของสถานีฮากาตะ

ระหว่างทางเดินไป ทิวทัศน์บนสะพานอินาริ (稲荷橋いなりばし) ข้ามแม่น้ำนากะ (那珂川なかがわ) ซึ่งพาดผ่านใจกลางเมืองฟุกุโอกะ



โฮสเทลอยู่ในตึกนี้ อยู่ตั้ง ๒ และ ๓ ส่วนชั้นล่างเป็นร้านสะดวกซื้อและอื่นๆ




ห้องที่พักก็เป็นแบบนี้ คล้ายโรงแรมแคปซูล เราได้ที่นอนด้านบน



มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำอยู่ตรงนี้



ริมหน้าต่างเป็นที่นั่งเล่นเล็กๆ อินเทอร์เน็ตก็มีให้ใช้ฟรีและชาร์จไฟได้



ตอนดึกได้ออกมาเดินเล่น แถวนั้นอยู่ใกล้กับห้างคาแนลซิตีฮากาตะ (キャナルシティ博多はかた) แต่ว่าตอนนั้นปิดไปแล้ว



แล้วก็พักค้างผ่านคืนแรกในฟุกุโอกะไปได้ จากนั้นวันต่อมา 31 มีนาคม ก่อนเดินทางกลับห้องเช่าจึงมาที่ร้านนิโตริ (ニトリ) ในห้างคาแนลซิตีฮากาตะ เพื่อหาซื้อเครื่องเรือน ได้สั่งโต๊ะไปตัวนึง แต่กว่าจะมาส่งก็คืออีก ๓ วันให้หลัง ซึ่งเป็นวันพุธ



แต่ว่าโต๊ะที่ซื้อไปนั้นต้องไปประกอบเองอีกที แล้วการจะประกอบจำเป็นต้องมีไขควงด้วย พนักงานร้านก็แนะนำว่ามีไขควงถูกๆขายที่ร้านไดโซ (ダイソー) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะร้านร้อยเยนนั่นเอง แต่ว่าร้านไดโซที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ห้างลาชิกฟุกุโอกะเทนจิน (ラシック福岡天神店ふくおかてんじん) ซึ่งอยู่ใกล้สถานีเทนจินมินามิ (天神南駅てんじんみなみえき) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกออกไปอีก

สะพานนาดะโนะคาวะ (なだかわ橋) ที่เสาบนสะพานมีรอบขีดข่วนที่เหมือนจะเป็นอักษรอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออกเหมือนกันแต่ดูสวยดี



แล้วก็มาถึงห้างที่เป็นเป้าหมาย เดินเข้าไปร้านไดโซซื้อไขควงมาได้สำเร็จ



จากนั้นก็เดินเลยต่อไปทางเหนืออีกหน่อยเพื่อแวะธนาคารมิตสึบิชิ UFJ (三菱みつびしUFJ銀行ぎんこう) สาขาฟุกุโอกะจูโอว (福岡中央支店ふくおかちゅうおうしてん) เพื่อกดเงินที่ตู้ ATM หลังจากนั้นก็นั่งรถเมล์กลับมายังห้องเช่า



จากนั้นคืนนั้นจึงเป็นคืนแรกที่ได้พักที่ห้องเช่าของตัวเองจริงๆ แม้ว่าในห้องจะยังคงว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากเครื่องนอน และน้ำอุ่นก็ยังใช้ไม่ได้ทำให้ต้องอาบน้ำเย็นไปอีกคืน

การจะเปิดน้ำอุ่นได้นั้นจำเป็นต้องเปิดท่อก๊าซ ซึ่งต้องโทรเรียกพนักงานมา ซึ่งก็ต้องรอถึงวันอังคาร 2 เมษายน ให้เขามาทำตอนเช้า แต่ว่าเป็นเวลาทำงานทำให้วันนั้นเราต้องไปทำงานสายนิดหน่อยแต่ก็ช่วยไม่ได้ ไม่งั้นยิ่งทำช้าไปก็ต้องยอมอาบน้ำเย็นไปอีก

แล้วก็ถึงวันจันทร์ที่ 1 เมษายนซึ่งเป็นวันที่เริ่มทำงานเป็นวันแรกจริงๆแล้ว ห้องเช่าที่เราอยู่นั้นอยู่ในระยะที่เดินไปยังที่ทำงานซึ่งอยู่ใกล้สถานีฮากาตะได้ ระหว่างทางที่เดินก็มีผ่านสวนสาธารณะมิโนชิมะ (美野島公園みのしまこうえん) ซึ่งซากุระกำลังบานอยู่สวยงามเพราะเป็นฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายนนี้ที่ญี่ปุ่นถือเป็นเดือนแห่งการเริ่มต้นด้วยเพราะโรงเรียนก็เปิดภาคเรียนเอาช่วงนี้ ในอนิเมะก็มักจะเห็นซากุระบานแบบนี้อยู่บ่อยๆ



ทางเดินผ่านตรงนี้มีคนอื่นอีกมากมายใช้เดินทางไปทำงานอีก หลายคนขี่จักรยานกันไป



แล้วก็มาถึงที่ทำงาน เข้าทำงานตอน 9:00 วันแรกยังไม่ได้เริ่มทำงานอะไรจริงๆแค่แนะนำอะไรต่างๆ เรียนรู้เกี่ยวกับทีทำงานและนโยบายด้านความปลอดภัยของบริษัท

ตอนกลางวันเวลาพักเที่ยงคือ 11:45-12:45 ที่ทำงานที่อยู่นี้ทุกวันตอนใกล้เที่ยงจะมีคนมาขายอาหารกล่อง ราคา ๔๐๐-๔๔๐​ เยน ถูกดี และอร่อยด้วย ทำให้มื้อเที่ยงไม่จำเป็นต้องออกไปหากินที่ร้าน สะดวกดีมาก อาหารแต่ละวันก็ไม่ซ้ำกัน ไม่ต้องกลัวว่ากินทุกวันแล้วจะเบื่อ

ภาพอาหารกล่องของวันแรก ทุกวันนั่งกินในห้องทำงานได้เลย ไม่ต้องไปหาที่นั่งกินที่ไหน



ตอนเย็นเวลาเลิกงาน วันนี้แวะมาที่ร้านโยโดบาชิคาเมรา (ヨドバシカメラ) ซึ่งเป็นร้านขายพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า สั่งซื้อตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ซึ่งสั่งตอนนี้กว่าจะมาส่งก็คืออีก ๕ วันข้างหน้า คือวันเสาร์ที่ 6 เมษายน นอกจากนี้ยังติดต่อเรื่องติดตั้งอินเทอร์เน็ตด้วย แต่อันนี้ต้องใช้เวลารอนาน กว่าจะมาติดตั้งให้คือวันเสาร์ที่ 13 เมษายน ระหว่างนั้นก็ต้องยอมอยู่โดยไม่มีเน็ตใช้ไป ๒ สัปดาห์เลย แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะว่าเร็วที่สุดได้แค่นี้จริงๆ



ระหว่างทางผ่านอาคารบริษัทพานาโซนิคคอนเนกต์ (パナソニック コネクト) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือพานาโซนิค ในบริเวณนี้ก็ปลูกซษกุระสวยและตอนค่ำคืนก็เปิดไฟสวยดี



จากวันนั้นก็เริ่มทำงานตามปกติ ทุกเช้าเดินมาทำงาน ถึงวันศุกร์ 5 เมษายน ก็ยังได้เห็นซากุระบานสวยอยู่ที่เดิม



ขากลับผ่านสวนสาธารณะโทวเรียว (東領公園とうりょうこうえん) ได้ถ่ายภาพซากุระบานคู่กับรางรถไฟที่รถไฟกำลังวิ่ง




แล้วก็เข้าสู่วันเสาร์ 6 เมษายน เนื่องจากในห้องใช้เน็ตไม่ได้จึงตัดสินใจมาหาร้านกาแฟนั่งอยู่ยาวเพื่อใช้เน็ต ตอนกลางวันเลือกไปที่ร้านปรนโต (プロント) สาขาตึกไฟฟ้าอาคารเหนือ (電気でんきビル北館きたかん) ซึ่งอยู่ใกล้สถานีวาตานาเบะโดริ (渡辺通駅わたなべどおりえき) กินมื้อเที่ยงที่นี่แล้วก็สั่งกาแฟ นั่งเล่นเน็ตอยู่ยาวตลอดช่วงบ่าย



จากนั้นตอนเย็นก็กลับมาเพื่อรอคนที่เอาตู้เย็นและเครื่องซักผ้ามาส่งและติดตั้งให้ เสร็จแล้วก็ออกมาหามื้อเย็นกินแล้วก็แวะนั่งร้านกาแฟอีกร้านคือที่ร้านโดโตร์ (ドトール) ที่สถานียากุอิง (薬院駅やくいんえき)



ส่วนวันต่อมามีเรื่องต้องมาแวะที่ที่ว่าการเขตมินามิ ระหว่างทางผ่านมหาวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ไดอิจิ (第一薬科大学だいいちやっかだいがく) ซึ่งซากุระกำลังบานสวย




แล้วตอนเที่ยงก็มานั่งร้านกาแฟอีก คราวนี้มาที่ร้านกาแฟโคเมดะ (コメダ珈琲店コーヒーてん) สาขาฮากาตะเอกิฮิงาชิ (博多駅東店はかたえきひがしてん)



ที่นี่นอกจากกาแฟแล้วก็มีขนมปังด้วย แต่ลองสั่งมากินแล้วก็ไม่ค่อยอร่อยเลย ทำให้กินเหลือ เน่าเสียดาย ถือว่าน่าผิดหวัง



กาแฟเองก็ถือว่าแพงกว่าร้านอื่นด้วย ถ้วยนึง ๕๔๐ เยนเลยทีเดียว แต่ว่าจุดประสงค์หลักที่เรามาที่ร้านนี้ก็คือมาใช้เน็ตฟรีแล้วก็นั่งสบายเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นก็คงบ่นอะไรไม่ได้



สุดท้ายวันนั้นทั้งวันก็นั่งอยู่ในร้านกาแฟจนถึงเย็น แล้วก็ไปหาอะไรกินมื้อเย็นก่อนเดินกลับห้องเช้าซึ่งยังคงใช้เน็ตไม่ได้

ภาพที่สถานีฮากาตะวันนั้นตอนค่ำ



มากินที่ย่านขายของกินชั้นใต้ดินเอกิการะซัมเบียปโปะโยโกโจว (えきから三百歩横丁さんびゃっぽよこちょう) ภายในตึก JRJP ฮากาตะ (JRJP博多はかたビル) ทางตะวันตกของสถานีฮากาตะ



จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านไป ถึงวันอังคารที่ 9 เมษายน ซากุระบริเวณสวนสาธารณะที่ผ่านทางได้ร่วงโรยลงแล้ว ช่วงเวลาที่เบ่งบานช่างแสนสั้นนัก แต่ชีวิตคนเรายังต้องก้าวเดินต่อไป




ถัดมาอีกสัปดาห์ วันอังคารที่ 16 เมษายน เป็นวันแรกที่เราได้ออกไปทำงานนอกบริษัท เป้าหมายที่ที่มหาวิทยาลัยคิวชูซังเงียว (九州産業大学きゅうしゅうさんぎょうだいがく) หรือมักเรียกย่อว่าคิวซันได (九産大きゅうさんだい) ที่มาก็เพื่อนัดพบกับศาสตราจารย์ซึ่งได้ทำงานวิจัยปัญญาประดิษฐ์โดยร่วมมือกับบริษัทที่เราอยู่นี้ และเราก็รับหน้าที่ในโครงการนี้ด้วย

มหาวิทยาลัยนี้อยู่ค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ต้องนั่งรถไฟเพื่อเดินทางไป เวลานัดเจอคือ 9:00 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เริ่มงานปกติ แต่ว่าเราต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง นัดเจอกันที่นั่นเลย แล้วขากลับจึงค่อยกลับไปที่บริษัทด้วยกันพร้อมกับคนอื่น

ครั้งนี้เราตัดสินใจไปขึ้นที่สถานีทาเกชิตะ (竹下駅たけしたえき) ซึ่งอยู่ในระยะที่พอจะเดินจากห้องเช่าที่อยู่ไปได้ แม่ว่าจะไกลสักหน่อย ก็ออกแต่เช้า ระหว่างทางเดินผ่านสะพานชิมิซึ (清水橋しみずはし) ข้ามแม่น้ำนากะ



ทิวทัศน์จากบนสะพาน



แล้วก็มาถึงสถานีทาเกชิตะ



ตอนเข้ามาขึ้นรถไฟก็พบว่าผู้คนเบียดเสียดแน่นหนามากทีเดียว นี่คือสภาพปกติของสถานีรถไฟยามเช้าในเมืองใหญ่อย่างฟุกุโอกะ ถ้าเป็นโตเกียวคงจะยิ่งกว่านี้อีก ทำให้รู้สึกว่าโชคดีแล้วที่เราสามารถไฟทำงานโดยการเดินไปได้ ไม่ต้องมาเบียดเสียดรถไฟทุกวันแบบนี้




ยังดีกว่าพอรถไฟมาจอดที่สถานีฮากาตะคนส่วนใหญ่ก็ลงจากรถไฟ ทำให้เรามีโอกาสได้ที่นั่ง

จากนั้นรถไฟก็มาถึงสถานีคิวซันไดมาเอะ (九産大前駅きゅうさんだいまええき) ซึ่งเป็นสถานีหน้ามหาวิทยาลัยคิวชูซังเงียว




เดินออกจากสถานีมาก็เจอประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย



แผนที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ดูแล้วไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ มีอยู่แค่นี้เอง



เนื่องจากเรามาก่อนเวลาแบบเผื่อเวลาไว้ค่อนข้างมาก มีเวลาเหลือเฟือก่อนเริ่มงาน ก็เลยเดินเล่นชมภายในบริเวณมหาวิทยาลัยสักหน่อย ดูแล้วก็สวยดี



แล้วก็มาถึงอาคาร ๑๒ ของคณะวิทยาการสารสนเทศ ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบ



งานของอาจารย์คนที่เรามาติดต่อด้วยนี้ทั้งหมดใช้ MATLAB เขียนโปรแกรม พอไปที่ห้องนัดคุยก็เห็นหนังสือเรียน MATLAB ตั้งมากมาย มีการซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรมเอาไว้พร้อม คอมพิวเตอร์ในห้องนี้ก็ติดตั้ง MATLAB ไว้ ทั้งอาจารย์และนักศึกษาก็สามารถมาใช้งานได้ด้วย และงานวิจัยที่เราทำกับที่นี่งานนี้เขาก็ให้เราใช้ MATLAB ไปด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยช่วยแบ่งลิขสิทธิ์ให้ ทำให้ทางบริษัทเราสามารถใช้โดยไม่ต้องจ่ายอะไร



หลังจากคุยงานเสร็จก่อนกลับก็แวะกินข้าวที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัย ซึ่งราคาค่อนข้างถูก หลังจากนั้นจึงนั่งรถไฟกลับบริษัท ช่วงบ่ายก็นั่งทำงานในบริษัทไปตามปกติ



จากนั้นวันศุกร์ที่ 19 เมษายนตอนเช้าก่อนเข้าทำงานเราได้แวะมาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฟุกุโอกะ (福岡出入国在留管理局ふくおかしゅつにゅうざいりゅうかんりきょく) เพื่อทำเรื่องเกี่ยวกับใบอนุญาตพำนักอยู่



ขาไปนั้นนั่งรถเมล์ไปจากห้องเช่า ส่วนขากลับนั่งรถไฟใต้ดินเพื่อไปบริษัท โดยไปขึ้นที่สถานีอากาซากะ (赤坂駅あかさかえき) ซึ่งอยู่ใกล้สุด



ภาพตอนเย็นวันศุกร์ที่ 26 เมษายน ริมแม่น้ำนากะขณะเดินกลับบ้าน



วันอังคารที่ 30 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือนเมษายน เราได้มาคุยงานที่มหาวิทยาลัยคิวชูซังเงียวอีก นี่เป็นครั้งที่ ๓ ที่มา วันนั้นฝนตกชุ่มฉ่ำไปหมด



ส่วนตอนเย็นหลังเลิกงานได้มากินมื้อเย็นกับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเหมือนกันและนั่งอยู่ห้องทำงานเดียวกัน วันนี้เป็นวันที่ทั้งคู่ทำงานมาครบ ๑ เดือนเต็ม ก็เลยเป็นการฉลองไปด้วย

ที่แวะมากินคือที่แหล่งร้านราเมงที่เรียกว่าฮากาตะเมงไคโดว (博多はかためん街道かいどう) ภายในตึกฮากาตะเดย์โตสอาเนกซ์ (博多はかたデイトス·アネックス) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาคารสถานีฮากาตะ ในนี้มีร้านอยู่มากมาย แต่ที่วันนี้เลือกมากินคือร้านราเมงอุนาริ (ラーメン海鳴うなり) ซึ่งเป็นร้านทงกตสึราเมงที่มีสาขาแต่อยู่แต่ภายในเมืองฟุกุโอกะเท่านั้น



เมนูที่เราสั่งก็คือราเมงซุปกระดูกหมูทะเล (魚介ぎょかいとんこつラーメン) เป็นราเมงใส่ซุปกระดูกหมู่ผสมน้ำจากอาหารทะเล อร่อยมากทีเดียว รสชาติของกระดูกหมูกับอาหารทะเลเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด ก็เป็นมื้อที่ทำให้ปิดฉากเดือนนี้ลงได้อย่างประทับใจ



ขากลับแวะซูเปอร์แห่งหนึ่งตามทาง เจอมุมขายขนมปังที่น่าสนใจ เป็นขนมปังที่มีชื่อของจังหวัดต่างๆภายในเกาะคิวชู ได้แก่ฮ็อตเค้กมะม่วงมิยาซากิ (宮崎みやざきマンゴーホットケーキ) โรลเค้กมันเทศอันโนวคาโงชิมะ (鹿児島かごしま安納芋あんのういもロールケーキ) เนยแข็งฮากาตะเมนไตฟุกุโอกะ (福岡ふくおか博多明太はかためんたいチーズ) เมลอนปังชิจิโจวคุมาโมโตะ (熊本くまもと七城しちじょうメロンパン)



แต่ละอันก็ดูแล้วน่าอร่อย แล้วก็น่าสนใจดีเพราะเป็นของแต่ละท้องถิ่นด้วยก็เลยซื้อกลับไป ๓ อัน ขาดแค่ของคุมาโมโตะที่ไม่ได้ซื้อไปด้วย เพราะจะเยอะเกิน





ก็จบการเล่าเรื่องเดือนแรกในการใช้ชีวิตในฟุกุโอกะลงเท่านี้ ชีวิตใหม่ที่นี่ไม่เลวเลยทีเดียว งานที่ทำก็สนุกดี ก็น่าจะคาดหวังว่าต่อจากนี้ไปจะได้ทั้งทำงานที่ชอบและตั้งตัวเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆที่นี่



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ประเทศญี่ปุ่น >> ฟุกุโอกะ
-- ท่องเที่ยว >> ดอกซากุระ
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文