# อังคาร 19 มี.ค. 2024 บันทึกต่อจากตอนที่แล้วที่ไปเที่ยวหอกิ๊กเอี๊ยมา
https://phyblas.hinaboshi.com/20241013หลังจากนั้นเราก็เดินทางมายังเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ ซึ่งอยู่ที่ส่วนย่านใจกลางเมืองกิ๊กเอี๊ย ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถานที่เที่ยวหลักที่สำคัญของเมือง นั่นคือ
สำนักขงจื๊อกิ๊กเอี๊ย (เจียหยางเสวียกง,
揭阳学宫)
สำนักขงจื๊อกิ๊กเอี๊ยถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1140 ซึ่งเป็นช่วงยุคราชวงศ์ซ่งใต้ เดิมทีเป็นวัด จึงยังถูกเรียกว่าเป็น
วัดขงจื๊อกิ๊กเอี๊ย (เจียหยางข่งเมี่ยว,
揭阳孔庙) ด้วย
ที่นี่มีขนาดรวม ๒ หมื่นตารางเมตร ถือว่าเป็นวัดขงจื๊อที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ รองจากวัดขงจื๊อที่เมืองชวีฟู่ (
曲阜) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของขงจื๊อ
คำว่า "
เสวียกง" (
学宫) เป็นคำเรียกโรงเรียนที่ใช้เล่าเรียนวิทยาการต่างๆในสมัยก่อน โดยภายในจะมีสถานที่บูชาขงจื๊อด้วย จึงเรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนของขงจื๊อ ในที่นี้จึงแปลง่ายๆว่าเป็นสำนักขงจื๊อ มีอยู่หลายแห่งทั่วประเทศจีน
นอกจากนี้แล้วใกล้ๆกันนี้ยังมี
วัดเฉิงหวงเมี่ยวแห่งกิ๊กเอี๊ย (เจียหยางเฉิงหวงเมี่ยว,
揭阳城隍庙) และ
ป้อมประตูจิ๊งเหี่ยงมึ้ง (จิ้นเสียนเหมิน,
进贤门) อยู่ด้วย หลังจากเดินชมสำนักขงจื๊อเสร็จก็แวะไปด้วย
เริ่มจากนั่งรถมาจอดลงตรงแถวย่านร้านค้าใกล้ๆ แล้วค่อยเดินไปจากตรงนี้

ระหว่างเดินไปก็ดูพวกร้านต่างๆไปด้วย

แมคโดนัลด์ก็มี

แล้วก็มาถึงหน้าทางเข้า

ที่ด้านหน้ามีกำแพงเจ้าปี้ (
照壁) วาดสวยงาม

ทางเข้าไปด้านใน เห็นแบบนี้แล้วนึกว่าจะต้องเสียค่าเข้า แต่จริงๆไม่ต้อง สามารถเข้าชมได้ไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อเข้ามาด้านในก็เห็นสระน้ำที่มีปลาอยู่ สวยงาม

ข้ามสระน้ำเข้ามาด้านใน

เดินเข้าไปชมด้านใน

บริเวณตรงส่วนนี้ดูเหมือนจะเห็นห้องเรียนเก่า มีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่ตรงกลาง

และบนผนังรอบๆก็มีป้ายที่เขียนเกี่ยวกับบุคคลสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้อง

เดินเข้ามาด้านในต่อ ชมส่วนต่อไปเรื่อยๆ

ตรงนี้ก็มีเขียนประวัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก เป็นยุคสมัยใหม่แล้ว คนนี้คือ
ไล่ เซ่าฉี (
赖少其) เป็นจิตรกรและนักการเมือง เกิดที่โผวเล้ง

ตรงนี้เป็นห้องสมุด

ข้างในมีหนังสือให้นั่งอ่านได้ด้วย

ส่วนนี้เป็นสวนที่อยู่ใจกลาง ดูกว้างใหญ่สวยดี

อาคารต่างๆที่อยู่ข้างสวนนี้เป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับขงจื๊อ

ระหว่างนั้นมีแวะไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีอยู่ตรงส่วนข้างๆ ระหว่างทางไปนั้นก็สวยดี ผนังเป็นสีแดงสดใส

กลับมาชมส่วนจัดแสดงต่อ ยังเหลืออยู่อีกหน่อย

การชมข้างในก็เสร็จเท่านี้ เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการเดินในนี้ก็ประมาณมากกว่าครึ่งชั่วโมง
จากนั้นเดินออกมา ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นลานกว้าง

ตรงนี้มีเสาแกะสลักสวยดี

แล้วตรงกลางลานกว้างก็มีรูปปั้น ๓ คน ตั้งอยู่โดดเด่น

ถัดมาก็เป็นซุ้มประตู

เดินไปจนสุดแล้วมองลอดประตูมาเห็นรูปปั้น

ตรงนี้มีแผนที่แนะนำการเที่ยวในกิ๊กเอี๊ยอยู่ด้วย

จากตรงลานกว้างนี้เดินไปอีกหน่อยเพื่อไปยังวัดเฉิงหวงเมี่ยวที่อยู่ใกล้ๆ

ทางเข้าต้องอ้อมไปนิดหน่อย แล้วก็มาถึง

ด้านหน้าทางเข้าวัด

เข้ามาชมด้านใน ไม่ใหญ่มากแต่ก็สวยงามดี

ส่วนข้างๆนั้นเรียกว่าเป็นวัดเทพสายฟ้า
หลุ่ยสิ่งเบี่ย (เหลย์เสินเมี่ยว,
雷神庙) เป็นวัดเล็กๆข้างๆเฉิงหวงเมี่ยว

เดินเสร็จก็ย้อนมา แล้วไปทางตะวันออก ก็เจอเป้าหมายต่อไป คือป้อมประตูจิ๊งเหี่ยงมึ้ง

จิ๊งเหี่ยงมื้ง เป็นป้อมประตูโบราณ สร้างในปี 1621 ปลายยุคราชวงศ์หมิง อยู่ทางตะวันออกของสำนักขงจื๊อกิ๊กเอี๊ย ถือเป็นโบราณสำคัญอีกแห่งของกิ๊กเอี๊ย

สามารถเดินขึ้นไปดูข้างบนได้

ข้างบนนี้ก็มีคนมาเดินเล่นนั่งเล่นกันมากมาย

มองจากด้านบน

มองไปทางตะวันตกเป็นถนนคนเดินย่านร้านค้า ถ้าทะลุตรงนั้นไปก็จะย้อนไปถึงตรงหน้าทางเข้าสำนักขงจื๊อ

เดินลงมาแล้วไปเดินชมอีกด้านของประตู

จากด้านนี้มองย้อนกลับมาถ่ายตัวป้อมประตู

เดินออกไปไกลอีกหน่อยเห็นสิงโตหินเฝ้าประตูด้วย

จากนั้นก็เดินผ่านย่านร้านค้ากลับมายังตรงที่จอดรถเพื่อขึ้นรถกลับ ได้เวลาจากลากิ๊กเอี๊ยไปเท่านี้แล้ว

ระหว่างขากลับพอดีเห็นตอนที่กำลังขึ้นข้ามด่านบนทางด่วนซึ่งกำลังข้ามกลับไปยังเมืองหับซัว (เสียซาน,
峡山) ของซัวเถาที่เราอยู่

การเที่ยวเมืองกิ๊กเอี๊ยก็หมดเท่านี้ จากนั้นก็กลับไปพักที่บ้านญาติที่หับซัว แล้ววันต่อมาจึงมาเที่ยวโผวเล้งต่อ
https://phyblas.hinaboshi.com/20241015