# เสาร์ 29 มี.ค. 2025บันทึกเรื่องการเที่ยวต่อจากที่ไปเที่ยวถึงเมืองคารัตสึแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับ
https://phyblas.hinaboshi.com/20250402สำหรับขากลับนั้นนั่งรถไฟ ต่างจากตอนขามาที่นั่งรถเมล์ โดยที่สถานีคารัตสึนั้นอยู่บนทางรถไฟ
สายจิกุฮิ (
筑肥線) ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟใต้ดิน
สายสนามบิน (
空港線) ของฟุกุโอกะซึ่งมีปลายทางอยู่ที่
สถานีสนามบินฟุกุโอกะ (
福岡空港駅) ดังนั้นจึงสามารถนั่งรถไฟโดยตรงจากที่นี่ไปถึงสถานีฮากาตะ และไปจนถึงสนามบินฟุกุโอกะได้เลย ถือว่าสะดวกมาก
อย่างไรก็ตาม รถไฟขบวนที่วิ่งตรงระหว่างคารัตสึถึงฮากาตะโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถนั้นมีไม่มาก โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องเปลี่ยนขบวนเอาที่
สถานีจิกุเซงมาเอบารุ (
筑前前原駅) ซึ่งอยู่ใน
เมืองอิโตชิมะ (
糸島市) เมืองทางตะวันตกสุดของจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นตัวคั่นระหว่างเมืองคารัตสึกับเมืองฟุกุโอกะ
แต่ก็โชคดีที่ว่าจังหวะที่เราจะเดินทางกลับนั้นเป็นขบวนที่วิ่งถึงโดยตรง จึงไม่ต้องไปเปลี่ยนรถตรงนั้น และรถไฟขบวนที่เชื่อมตรงนั้นเป็นแบบด่วนด้วย จึงข้ามพวกสถานีที่ไม่ค่อยสำคัญไปส่วนหนึ่ง ทำให้ค่อนข้างเร็ว
เพียงแต่ครั้งนี้เราตัดสินใจแวะลงที่
สถานีคิวไดงักเกงโทชิ (
九大学研都市駅) เพื่อหาอะไรกินก่อนกลับ
สถานีนี้ที่จริงแล้วเราเคยแวะมาทีนึงแล้วตอนที่ไปเที่ยว
ฟุตามิงาอุระ (
見ケ浦) กับเพื่อน เล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20241211ตัวสถานีคิวไดงักเกงโทชินั้นเป็นสถานีที่อยู่เกือบสุดขอบทางตะวันตกสุดของเมืองฟุกุโอกะ แค่ไปอีกนิดก็ข้ามไปเป็นเมืองอิโตชิมะแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นสถานีที่เชื่อมต่อไปสู่มหาวิทยาลัยคิวชูจึงมีความสำคัญและคับคั่งในระดับนึง
รถไฟที่เราได้นั่งนั้นเป็นรถไฟแบบเร็วรอบเวลา 16:02 ปลายทางอยู่ที่สถานีสนามบินฟุกุโอกะ

และข้างๆนั้นยังมีรถไฟที่เตรียมจะออกรอบ 16:12 อยู่ด้วย เป็นรถไฟธรรมดาที่ไปถึงแค่สถานีจิกุเซงมาเอบารุ

ที่หัวขบวนของรถไฟที่จะขึ้น

จากนั้นรถไฟก็ออกตามเวลา มาจอดที่สถานีแรกคือ
สถานีวาตาดะ (
和多田駅) แถวนี้ยังอยู่ภายในเขตเมืองคารัตสึ

ทิวทัศน์หลังจากออกจากสถานีนี้มาระหว่างที่ข้าม
แม่น้ำมัตสึอุระ (
松浦川)

แล้วก็มาจอดที่
สถานีฮิงาชิคารัตสึ (
東唐津駅) ทางตอนตะวันออกของเมืองคารัตสึ

หลังจากนั้นรถไฟก็ผ่าน
สถานีนิจิโนะมัตสึ (
虹ノ
松原駅) แต่ก็ไม่ได้จอดเพราะเป็นรถไฟด่วน
สถานีถัดมาที่มาจอดคือ
สถานีฮามาซากิ (
浜崎駅) จากภายในรถไฟมองออกไปก็ยังเห็นซากุระบานสวยอยู่หน้าสถานี

หลังจากนั้นรถไฟก็ออกจากเขตเมืองคารัตสึและจังหวัดซางะ กลับเข้าสู่เขตเมืองอิโตชิมะของจังหวัดฟุกุโอกะ
ต่อมารถไฟก็มาหยุดอยู่ที่
สถานีไดนิว (
大入駅) แต่ไม่ได้เปิดให้ผู้โดยสารขึ้นลง

ระหว่างที่รถไฟจอดอยู่ที่สถานีนี้ก็ลองมองไปเห็นทิวทัศน์รอบๆสวยดี

มองออกไปเห็นฝั่งโน้นมีร้าน
นางาฮามะราเมง (
長浜ラーメン) ด้วย

จากนั้นรถไฟก็มาจอดที่สถานีถัดไปคือ
สถานีจิกุเซงฟุกาเอะ (
筑前深江駅)

แล้วต่อมาจึงข้ามอีกหลายสถานีแล้วมาจอดที่สถานีจิกุเซงมาเอบารุ ซึ่งเป็นสถานีใจกลางของเมืองอิโตชิมะ และเป็นจุดที่ต้องมาเปลี่ยนขบวนรถไฟถ้าหากที่เรานั่งมาไม่ใช่ขบวนรถไฟด่วน แต่ที่เรานั่งมาคราวนี้เป็นรถไฟด่วนจึงไม่ต้องลงที่นี่ นั่งไปต่อได้เลย

แล้วรถไฟก็ข้ามอีกหลายสถานี เข้ามายังเขตเมืองฟุกุโอกะ แล้วก็จอดที่สถานีต่อไปคือสถานีคิวไดงักเกงโทชิ ซึ่งเป็นสถานีที่เราลง

ออกมาทางฝั่งเหนือของสถานี

ที่ด้านหน้าสถานีก็เห็นซากุระบานอยู่ด้วย

แล้วเดินมาทางตะวันตกเลียบริมทางรถไฟก็มีต้นซากุระเรียงรายอยู่และกำลังบานสวย





แถวต้นซากุระหมดแค่นี้

จากนั้นเดินต่อข้ามไปทางโน้นก็เจอร้าน
ราเมงไดกิจิ (ラーメン
大吉) ซึ่งก็น่ากินเหมือนกันแต่ว่าร้านนี้เปิดแค่ช่วงมื้อเที่ยง ตอนนี้ปิดอยู่

จากนั้นเดินต่อ


ผ่านร้าน
ฟุกุเซงเกี๊ยวซ่า (
福泉餃子) เป็นร้านอาหารจีน ชื่อร้านว่าเกี๊ยวซ่าแต่ขายหลายอย่าง รวมถึงราเมงด้วย

แล้วก็มาถึงร้าน
กันโสะอิโตชิมะราเมงโดวระ (
元祖糸島ラーメン
銅鑼) ซึ่งเป็นร้านเป้าหมายที่เราตั้งใจจะมากินครั้งนี้ ร้านนี้เป็นร้านพี่น้องกับร้าน
ไซตานิยะ (
西谷家) ซึ่งอยู่ที่ย่านโนกะตะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากในเขตนิชิเหมือนกัน แล้วก็มีสาขาที่อยู่ในเมืองอิโตชิมะด้วย

ภายในร้าน ดูกว้างขวางดีทีเดียว

มุมโน้นมีโทรทัศน์กำลังเปิดอยู่ด้วย แล้วระหว่างที่เราอยู่ในร้านก็มีฉายเรื่องแผ่นดินไหว 28 มีนาคมในพม่าที่กระทบมาถึงไทยจนทำตึกถล่มในกรุงเทพฯด้วย พอดีเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานพอดี ต่างชาติก็ให้ความสนใจกับภัยพิบัติคราวนี้อยู่เหมือนกัน

เมนู ดูแล้วมีราเมงหลายชนิดดี ทั้งราเมงกระดูกหมู ราเมงโชวยุ ราเมงเกลือ แล้วก็มีราเมงมิโสะแบบเผ็ด ครั้งนี้เราเลือกสั่งราเมงโชวยุ ราคา ๘๐๐ เยน ในนี้ใช้ชื่อเมนูว่าเป็น
อิโตชิมะจูกะโซบะ (
糸島中華そば) แต่ก็ไม่ใช่โซบะ เพราะคำว่าจูกะโซบะก็หมายถึงราเมง โดยเฉพาะมักหมายถึงราเมงโชวยุ

นอกจากนั้นเปิดดูอีกหน้าก็เจอจัมปงอาหารทะเลด้วย ดูแล้วก็น่าสน แต่ว่าตอนกลางวันเพิ่งกินพวกปลาหมึกมาเลยคิดว่ามื้อนี้กินแค่ราเมงธรรมดาที่ใส่เนื้อหมูดีกว่า นอกจากนี้ก็เลือกสั่งเห็ดหูหนู (キクラゲ) เพิ่ม ราคา ๑๐๐ เยน

แล้วราเมงก็มา ตามด้วยเห็ดหูหนูที่มาเป็นชามแยกไม่ได้ใส่ลงมาเลย แต่ว่าดูปริมาณแล้วจัดเต็มเยอะมากทีเดียว

ก่อนกินก็เอาเห็ดหูหนูทั้งหมดมาใส่ลงในชาม แล้วก็เติมขิงดองเบนิโชวงะแบบจัดเต็มพร้อมกับโรยหน้างาด้วย พอรวมกับต้นหอมหั่นและหน่อไม้ที่ใส่อยู่แล้วก็ทำให้ชามนี้เต็มไปด้วยของที่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น ทั้งยังอร่อยด้วย ไม่ผิดหว้งที่มากินที่นี่เลย

หลังจากกินเสร็จก็เดินกลับสถานี โดยใช้เส้นทางต่างไปจากตอนขามาเล็กน้อย ระหว่างทางก็ผ่านร้าน MK ด้วย เจอโดยบังเอิญ

ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามี MK อยู่ในที่แบบนี้ด้วย เป็น MK แห่งที่ ๔ ที่เจอในเมืองฟุกุโอกะแล้ว หลังจากที่เคยเจอไป ๓ ที่ ซึ่งเล่าถึงไปแล้ว
- เวสต์คอร์ตเมย์โนฮามะ
https://phyblas.hinaboshi.com/20250102- ย่านโดอิ
https://phyblas.hinaboshi.com/20250211- แบรนช์ฮากาตะ ย่านจิโยะ
https://phyblas.hinaboshi.com/20250322แต่ที่เราไปกินมาจริงๆก็คือแค่ที่สาขาโดอิเท่านั้น ที่อื่นแค่เจอโดยบังเอิญ เช่นเดียวกับครั้งนี้

ตรงนี้มีร้าน
นางาฮามาราเมงริกิมารุ (
長浜ラーメン
力◯) นอกจากนี้ก็ยังมีร้านราเมงร้านอื่นๆอีก แถวนี้ดูแล้วก็เต็มไปด้วยร้านราเมงไม่น้อยเลยทีเดียว ไว้ถ้ามีโอกาสแวะมาอีกก็อยากได้แวะกินร้านอื่นด้วยเหมือนกัน

นอกจากนี้ก็มีร้าน
สึเกซังอุดง (
資さんうどん) เป็นร้านอุดงชื่อดังที่มีหลายสาขาทั่วฟุกุโอกะ และกำลังจะขยายไปทั่วญี่ปุ่น แต่แถวสถานีฮากาตะกับแถวที่เราอยู่กลับไม่มีสักร้าน

จากนั้นก็มาถึงถนนหน้าสถานี จากตรงนี้ตรงไปก็ถึงสถานี

แล้วก็กลับเข้าสถานีไปนั่งรถไฟเดินทางกลับ

เท่านี้ก็สิ้นสุดการเที่ยวคารัตสึที่ปิดท้ายด้วยร้านราเมงในฟุกุโอกะลง เป็นวันนึงที่ได้เที่ยวสนุกพอใจเต็มที่เลย
ขอปิดท้ายด้วยภาพของกินเล่นที่ซื้อมาจากฟุรุซาโตะไคกังอาร์ปีโนเมืองคารัตสึ แกะกล่องมาข้างในก็มี ๓ ห่อแบบนี้ เอามาเริ่มเปิดกินไปห่อหนึ่งตอนคืนนั้นหลังจากที่กลับมา
