# จันทร์ 25 พ.ค. และ พฤหัส 4 มิ.ย. 2026เนื่องจากใบอนุญาตพำนักอยู่ญี่ปุ่นกำลังจะหมดลงก็เลยเลยต้องมาทำเรื่องต่ออายุ ที่ผ่านมาก็ต้องทำอยู่ทุกปี เป็นอะไรที่ยุ่งยาก แต่ก็ต้องทำ ไม่งั้นก็อยู่ญี่ปุ่นต่อไม่ได้ แล้วต่อทีนึงเขาก็ก็ให้แค่ปีเดียว
สำหรับสถานที่ทำหรับทำเรื่องเกี่ยวกับใบอนุญาตพำนักอยู่นั้นมีอยู่ทุกจังหวัด ซึ่งโดยปกติแล้วจะตั้งอยู่ในเมืองหลักของจังหวัด ที่ผ่านมาเมื่อก่อนเคยอยู่ทั้งเซนไดและฟุกุโอกะก็มีที่สำหรับทำอยู่ในเมือง
ตอนอยู่ที่เซนไดก็ทำที่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเซนได (
仙台出入国在留管理局) เล่าไว้ใน
https://phyblas.hinaboshi.com/20230531ตอนอยู่ฟุกุโอกะก็ไปทำที่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฟุกุโอกะ (
福岡出入国在留管理局)
และสำหรับครั้งนี้มาอาศัยอยู่ที่เมืองอุตสึโนมิยะ ซึ่งก็เป็นเมืองหลักของจังหวัดโทจิงิ ในเมืองนี้มี
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว (
東京出入国在留管理局) สาขาอุตสึโนมิยะ
ที่ไม่ได้ใช้ชื่อว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอุตสึโนมิยะเพราะว่าที่นี่ไม่ใช่เมืองหลักของภูมิภาค แม้จะเป็นเมืองหลักของจังหวัดก็ตาม แต่ยังไงก็ถือเป็นเมืองในภูมิภาคคันโตว ซึ่งใจกลางก็คือโตเกียวอยู่แล้ว ยังดีที่ไม่ต้องเข้าไปทำถึงโตเกียวแต่มีสาขาตามจังหวัดต่างๆให้เลือกทำได้
สถานที่เปิดเวลา 9:00-16:00 วันธรรมดาเท่านั้น ทำให้เราต้องตัดสินใจลางานครึ่งวัน โดยทำงานช่วงเช้าแล้วก็ไปตอนบ่าย
สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมไปนั้นก็มีไม่กี่อย่างเพราะครั้งนี้แค่ไปต่ออายุ ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนตอนไปทำใหม่
- ใบสมัครที่กรอกข้อมูลเสร็จด้วยตัวเอง
- รูปถ่ายติดลงบนใบสมัคร
- พาสปอร์ต
- ใบอนุญาตพำนักอยู่ใบปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ต้องให้บริษัทช่วยเตรียมให้ ซึ่งอันนี้เราก็ส่งเมลไปให้ฝ่ายบุคคลที่บริษัทช่วยส่งมาให้ทางไปรษณีย์
- ใบสมัครที่ให้ทางบริษัทกรอกให้
- เอกสารรับรองว่าเป็นพนักงานของบริษัท
- เอกสารเพิ่มเติมเพื่อแสดงสถานะของบริษัท
เอกสารเพิ่มเติมนี้จะต่างไปตามประเภทของบริษัท ต้องหาข้อมูลให้ดี แต่บริษัทที่รับคนต่างชาติเยอะอยู่แล้วจะรู้ดีว่าต้องเตรียมอะไร ให้ทางฝ่ายบุคคลจัดการให้ได้
สำหรับสถานที่ตั้งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสาขาอุตสึโนมิยะนั้นอยู่ทางตะวันตกของเมือง ซึ่งก็เป็นคนละฝั่งกับทั้งสถานที่ที่เราพักและทำงานซึ่งอยู่อยู่ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตกนั้นไม่มีรถรางนั่งไปได้ ต่างจากฝั่งตะวันออกที่มีรถราง ดังนั้นก็เลยไปได้โดยรถเมล์เท่านั้น โดยนั่งจากสถานีอุตสึโนมิยะมาลงที่ป้าย
หน้าศาล (
裁判所前)

ตั้งอยู่หน้าศาลท้องถิ่นอุตสึโนมิยะ (
宇都宮地方裁判所) พอลงรถเมล์มาก็เห็นอาคารศาลอยู่ฝั่งตรงข้ามเลย

ถนนตรงนี้มีดอกไม้ตามทางสวยดี

เดินไปนิดหน่อยแล้วข้ามฝั่งถนนก็ถึงอาคารเป้าหมาย ที่นี่ที่จริงแล้วเป็นที่ทำการอะไรอย่างอื่นอีกหลายอย่างด้วย มีอยู่หลายชั้น แต่ว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอยู่ชั้นล่างเลย

มาถึงก็เห็นคนนั่งๆยืนๆอยู่หน้าทางเข้า คนพวกนี้ดูแล้วก็เป็นคนต่างชาติที่มายื่นเรื่องเหมือนเรา เวลามาทำเรื่องต้องรอคิวยาว ข้างในมีที่นั่งให้รอได้ แต่ก็ดูจะไม่พอเลยมีคนออกมารอข้างนอกบ้าง

ทางเข้าอยู่ตรงนี้ ภายในเล็กนิดเดียว ค่อนข้างแออัด คนแน่นตลอด

เข้าไปถึงก็เริ่มจากกดบัตรคิวแล้วก็รอไป ตอนที่เราไปถึงมันขึ้นว่าต้องรอถึง ๕๐ กว่าคิว ก็รอยาวไป เห็นว่าปกติต้องรอนานเป็นชั่วโมงกันเป็นปกติ

ระหว่างรอก็ออกมาหาอะไรกินสักหน่อย เพราะเป็นเวลาเที่ยง

ฝั่งตรงข้ามมีร้าน
โดซังโกะไอไอราเมง (どさん子あいあいラーメン) แต่ว่าวันนั้นพอดีร้านปิดอยู่ เห็นมีติดป้ายบอกที่หน้าร้านไว้ด้วย บอกว่าปิดร้านตลอดสัปดาห์นี้

ก็เลยต้องเดินออกมาไกลหาร้านอื่นกิน

เดินย้อนมาทางตะวันออกก็เจอร้าน
โมโตมาจิยะ (
元町家) เป็นร้านราเมงแบบอิเอะเกย์ แต่ว่าไม่ใส่ผักปวยเล้ง ซึ่งถือว่าต่างจากอิเอะเกย์ส่วนใหญ่ที่มักจะต้องมี แต่ว่าร้านนี้เน้นใส่ต้นหอมหั่นแทนเป็นหลัก

เมื่อเข้ามาในร้านก็เลือกเมนูโดยกดที่เครื่องขาอัตโนมัติ

กินดูแล้วก็ถือว่าอร่อยดี แม้จะไม่มีผักปวยเล้งก็ตาม แต่ยังไงก็คิดว่าอยากให้มี

หลังจากกินเสร็จก็เดินย้อนกลับมารอคิว ซึ่งก็กระเตื้องไปพอสมควรแล้วแต่ก็ยังต้องรอต่ออีกนาน จนในที่สุดก็ถึงคิวหลังจากที่รอมานานเกือบ ๒ ชั่วโมง นานมากจริงๆ เป็นเพราะว่าเป็นวันจันทร์ด้วย เห็นเขาว่าถ้ามาวันอังคารถึงพฤหัสคนจะน้อยกว่านี้
แล้วก็ทำเรื่องเสร็จ ใช้เวลารวมแล้วก็ ๒ ชั่วโมงกว่า กลับมานั่งรถเมล์กลับ

ตอนทำเรื่องเสร็จเขาคืนบัตรใบอนุญาตพำนักใบปัจจุบันกับพาสปอร์ตให้พร้อมกับใบนี้ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าเรามาทำเรื่องแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องรอเขาส่งใบแจ้งว่าทำเรื่องเสร็จมาให้ทางไปรษณีย์แล้วจึงกลับมาที่นี่อีกพร้อมเอาใบนี้มาด้วย

หลังจากนั้นผ่านไปประมาณสัปดาห์ ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน ก็มีใบแจ้งส่งมา บอกให้มารับบัตรใหม่ภายในวันที่ 16 มิถุนายน เราจึงตัดสินใจไปรับในวันถัดไปคือพฤหัสที่ 4 มิถุนายน

การไปเอาต้องเตรียมของไป ๕ อย่าง
- พาสปอร์ต
- ใบอนุญาตพำนักอยู่ใบเก่า
- อากรแสตมป์ ๖๐๐๐ เยน
- ใบหลักฐานการทำเรื่องเสร็จ
- ใบแจ้ง (ก็คือใบนี้ที่เขาส่งมา)
ก็ลางานครึ่งบ่ายแล้วกลับมาที่นี่อีกที ครั้งนี้คิวรอแค่ ๒๐ กว่าคนเท่านั้น ต่างจากตอนมาทีแรกมาก เพราะเป็นวันพฤหัส

แล้วก็มารับบัตรคิวแล้วก็ไปหาอะไรกินเหมือนเดิม

แต่คราวนี้ร้านโดซังโกะไอไอราเมงเปิดแล้ว ก็เลยได้กิน

ภายในร้าน มานั่งตรงที่นั่งเคาน์เตอร์ริมสุด

ข้างๆมีทั้งปฏิทินและอ่างล้างมือ ข้างบนยังมีโทรทัศน์ติดผนังอยู่ด้วย

เมนู เป็นราเมงมิโสะเป็นหลัก แล้วก็มีอย่างอื่น รวมถึงเกี๊ยวซ่าด้วย

สั่งราเมงมิโสะใส่กระเทียม ๗๐๐ เยน

กินเสร็จก็ไปที่ทำการไปรษณีย์อุตสึโนมิยะโอบาตะ (
宇都宮小幡郵便局) ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันนี้ เพราะว่าต้องซื้ออากรแสตมป์สำหรับไปจ่ายค่าทำเรื่อง


อากรแสตมป์ราคา ๖๐๐๐ เยน

เสร็จแล้วก็กลับไปนั่งรอคิว ครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง กดบัตรคิวตอน 12:25 แต่โดนเรียกประมาณ 13:20 ต่างจากตอนไปยื่นเรื่องซึ่งต้องรอเกือบ ๒ ชั่วโมง
ทั้งหมดก็มาเขียนบันทึกเล่าเป็นประสบการณ์ว่าเมื่ออยู่ญี่ปุ่นก็ต้องมาทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้ทุกปีเพื่อให้ได้อยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ และที่จริงก็ยังไม่ได้จบแค่นี้ด้วย เพราะเมื่อต่ออายุใบอนุญาตพำนักอยู่แล้วก็ยังมีเรื่องอย่างอื่นที่ต้องไปทำตามมาอีกด้วย