φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



[ef] ตอนที่ ๔. ห้วงคำนึงที่ไม่จางหาย (消えない想い)
เขียนเมื่อ 2009/06/08 09:58
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42

ตอนที่ ๔. ห้วงคำนึงที่ไม่จางหาย (消えない想い)

>> กลับไปตอนที่ ๓
>> อ่านต่อตอนที่ ๕

>> กลับไปหน้าสารบัญ

ᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳ

เสียงออดดัง...

“......เอ๋?”
ภาพที่พร่ามัว
พอเริ่มตั้งสติได้ ภาพที่เห็นก็เป็นภาพห้องเรียนตามปกติ
ห้องเรียน

.....ห้องเรียน!?
ผมรีบตื่นขึ้นทัีนที


“อ้าว ตื่นแล้วเหรอ ฮิมุระ”
“คุเซะ...?”
คุเซะที่ดูท่าทางกำลังอารมณ์ดี กำลังตบไหล่ผม

“ได้เห็นหน้าที่กำลังหลับของฮิมุระก่อนที่จะจากกันแบบนี้แล้วรู้สึกดีจัง”
“ถ้าดีใจพอแล้วละก็ไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดฤดูร้อนหรอก รีบออกเดินทางไปเลยไป”
เพราะยังรู้สึกเบลออยู่เลยไม่ได้พูดมากไปกว่านี้
หรือว่า.. ผมกำลังหลับในห้องเรียนอยู่หรือนี่...
ดูเหมือนคาบเรียนที่ ๔ จะเลิกไปแล้ว ตอนนี้เป็นตอนพักเที่ยง

“คุเซะ นายเห็นตอนฉันหลับใช่มั้ย?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ก็นั่งข้างกันอยู่แบบนี้ไม่เห็นก็แปลกแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นทำไมไม่ช่วยปลุกล่ะ”
ผมเป็นนักเรียนทุนที่ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนอยู่ แค่หลับในห้องไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องที่จะทำให้ถูกมองในทางไม่ดีได้

“อ้อ ถ้าเรื่องครูละก็ ดูท่าทางดีใจใหญ่เลยล่ะ เห็นบอกว่ารู้สึกดีที่ได้เห็นอะไรแปลกๆ”
“อะไรกันน่ะ โรงเรียนนี้”
ถ้าไม่ได้ว่าอะไรก็คงจะสบายใจได้ล่ะนะ
ครั้งหน้าจะต้องไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้ว

“แต่ว่านะ คนอย่างนายหลับในห้องเนี่ย... เป็นอะไรไปน่ะ เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง?”
“ฉันไม่ได้เป็นพวกใช้ชีวิตสบายๆแบบนายสักหน่อย”
“จะว่าไปเห็นเมื่อวานบอกว่าไปพบนางิมาสินะ..... หรือว่า!?”
พลัก...!
มีรองเท้าลอยมาใส่หน้าของคุเซะเข้าอย่างจัง


“ทำอะไรน่ะ”
คุเซะเงียบลงแล้วพูดกับนางิที่กำลังเดินเข้ามา

“เธอนั่นแหละพูดอะไรน่ะ”
นางิมองคุเซะด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“เรื่องของพวกเราจะเป็นยังไงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ”
“เธอก็อย่าพูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนั้นสิ”
ใช้คำว่า “พวกเรา” แบบนี้สิยิ่งจะทำให้เข้าใจผิด

“นี่เธอแอบฟังที่พวกฉันคุยกันอยู่ล่ะสิ เป็นงานอดิเรกที่แย่จริงๆเลยนะ”
“อย่าพูดบ้าๆน่ะ เสียงเธอน่ะดังออกขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องได้ยินหมดแหละ”
“อย่าพูดแบบนี้เลยน่ะ ดูไม่น่ารักเลยจริงๆ”
“แต่ฉันว่าคนที่บอกให้นางิทำตัวน่ารักเนี่ยแย่กว่าอีก”
“พวกเธอเนี่ย... แกล้งเด็กผู้หญิงที่บอบบางแบบนี้แล้วสนุกงั้นสินะ?”
“บอบบาง...”
คุเซะทำท่าจะพูดต่อแต่ก็เงียบไปแล้วก็ส่งรองเท้าคืนให้นางิ
ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดต่อไปก็เปล่าประโยชน์

“เอาเถอะ ตอนนี้ฉันมีนัดกินข้าวกลางวันน่ะ”
“กับผู้หญิงสินะ”
“ใช่สินะ”
“เหลือเวลาที่จะได้ทานข้าวกับยามาโตะ นาเดชิโกะอีกแค่ไม่นานแล้วนี่นา ภายในช่วงเวลานี้ก็ต้องสนุกให้เต็มที่หน่อย” (*ยามาโตะ นาเดชิโกะ เป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงญี่ปุ่นที่สมบูรณ์แบบ)
คุเซะพูดขึ้นอย่างมีความสุข
เดี๋ยวพอไปถึงเยอรมนีหมอนี่ก็คงพูดว่า “สาวเยอรมันสุดยอด” อีกแหงๆเลย

“จะว่าไป ยูเองก็ดูท่าจะมีแฟนแล้วสินะ”
“เอ๋..”
“พูดอะไรน่ะ”
พอนางิพูดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทั้งผมและคุเซะต่างก็มีปฏิกิริยาพร้อมกัน


“เอ รู้สึกเห็นบอกว่าชื่อ ยุโกะ สินะ”
“ยูโกะต่างหาก เธอเนี่ยเรียกชื่อยาวๆไม่เป็นจริงๆเลยนะ”
“อ่า ใช่ๆ ยูโกะ น่ารักมากเลยล่ะ รู้สึกจะอยู่ปี ๑ สินะ เด็กคนนั้น”
“เดี๋ยวนะ ยูโกะปี ๑ ที่ว่าน่ะ หรือว่าจะเป็นน้องสาวของครูอามะมิยะ”
“ทำไมนายถึงรู้เรื่องแบบนี้ได้ล่ะ”
“งั้นเหรอ น้องสาวของครูอามะมิยะนี่เองหรอกเหรอ”
ยัยนี่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ฟังนามสกุลเลยตั้งแต่แรกจริงๆสินะ

“ถึงจะอยู่คนละชั้นกันแต่ว่าเด็กน่ารักแบบนั้นน่ะไม่มีทางพลาดสายตาฉันไปได้อยู่แล้วล่ะ”
“พูดซะดูเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากเลยนะ”
“งั้น ไปกันเุถอะ”
“ที่ไหน?”
“ก็ต้องไปหายูโกะจังแหงอยู่แล้ว”
“....ทำไมจู่ๆ”
หมอนี่มันมีนัดทานข้าวไว้ไม่ใช่หรือไงกัน

“ที่จริงก็แค่อยากเห็นหน้าฮิมุระตอนที่อยู่กับยูโกะจังสักหน่อยน่ะ”
“ตรงไปตรงมาจังเลยนะ เธอเนี่ย”
“มันก็มีเด็กผู้หญิงที่ชอบแบบนี้อยู่เยอะไม่ใช่เหรอ”
“เราว่าเด็กแบบนั้นน่ะควรจะเปลี่ยนมุมมองใหม่ที่มองคนใหม่สักหน่อยนะ”
“เฮ้ย.... พวกนายน่ะช่วยเงียบกันหน่อยได้มั้ย”
ต่อให้ไม่ได้ไปกับคุเซะ ผมก็ไม่ได้คิดจะไปหายูโกะอยู่แล้วสักหน่อย
ทั้งที่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะเจอกันอีกแท้ๆ
แค่ไม่ได้เจอยัยนั่น....... แค่ไม่ต้องเจอ

“ฮิมุระ? นายเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย ดูเหงื่อออกเชียว”
“อ้า เปล่า ไม่มีอะไร”
“อ๊ะ”
“หืม?”
นางิมองมาที่ผมด้วยสีหน้าที่ดูตกใจเล็กน้อย

“จะว่าไปแล้ว ครูอามะมิยะเรียกให้ยูไปหาที่ห้องศิลปะน่ะ”
“ไปหา.... ตอนไหนเหรอ?”
“พักเที่ยงวันนี้”
“พักเที่ยง... มันตอนนี้ไม่ใช่เหรอ!”
“ก็คงงั้นล่ะ”
“เธอนี่นะ..”
ถึงผมจะพยายามหลบแค่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นคำสั่งของครูแล้วก็คงจะขัดไม่ได้ล่ะ
ผมรีบลานางิกับคุเซะแล้วเดินออกจากห้องทันที

......................
ผมเคาะประตูจากนั้นจึงค่อยๆเปิด

“ครูอามะมิยะ”
อามะมิยะกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง ยืนตากลมพร้อมกับสูบบุหรี่อยู่
ชายคนนี้เป็นพวกติดบุหรี่งั้นเหรอ


“ครูครับ”
“อ้า...”
พอเรียกอีกที อามะมิยะจึงหันมา
สภาพดูไม่ได้เอาซะเลย

“โทษที โทษที ไม่รู้ตัวเลย พอดีนอนไม่พอมา ๒ วันแล้วน่ะเลยไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร”
“งั้นหรือครับ”
ทางนี้เองเมื่อคืนก็นอนไม่พอเพราะมัวแต่ฝันร้ายอยู่เหมือนกัน แต่ยังไงก็ไม่อยากเผลอหลับไปต่อหน้าชายคนนี้หรอกนะ
ผมยืดตัวขึ้นแล้วเดินมายืนข้างๆอามะมิยะ

“แย่หน่อยนะ แต่ขอสูบให้เสร็จก่อนนะ เพิ่งจะจุดไปเมื่อตะกี้เอง”
“ไม่เป็นไรครับ”
อามะมิยะยิ้มเล็กน้อยแล้วพ่นควันขึ้นไปบนเพดาน

“ที่ห้องพักครูก็ห้ามสูบบุหรี่ ในโรงเรียนก็ไ่ม่มีที่จะสูบน่ะนะ จริงๆนอกจากคาบเรียนแล้วก็ไม่อยากเข้ามาที่นี่สักเท่าไร แต่มันไม่มีที่ที่จะให้สูบบุหรี่ได้อย่างสบายใจนี่สิ”
“ไม่อยากเข้าใกล้ห้องศิลปะ... งั้่นหรือครับ?”
“อื้อ เพราะที่นี่มีแต่กลิ่นอุปกรณ์วาดรูปน่ะนะ”
“หา..”
เป็นคำตอบที่แปลก

“ไม่ชอบกลิ่นอุปกรณ์วาดรูปงั้นหรือครับ?”
ไม่คิดว่านั่นจะเป็นคำพูดของครูสอนศิลปะ

“อื้อ เกลียดมากเลยล่ะ”
“แปลกจังนะครับ”
“พอได้กลิ่นอุปกรณ์วาดรูปทีไร มันก็ทำให้นึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมา”
“หมายถึงอะไรหรือครับ”
อามะมิยะทิ้งบุหรี่ที่สูบจนเหลือสั้นลงไปในกระป๋อง ข้างในดูเหมือนจะยังมีน้ำเหลือ ได้ยินเสียงไฟดับลง

“เรื่องของตัวเองที่เคยตั้งใจที่จะเป็นจิตรกรน่ะ”
พูดถึงตรงนี้ก็ไม่ได้มีท่าทีเศร้าอะไร น้ำเสียงยังดูเป็นปกติ
ผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

“จริงสิ โทษทีนะที่ต้องรบกวนเวลาพักแบบนี้ ทานมื้อกลางวันมาแล้วสินะ”
“เปล่าครับ ปกติผมไม่ทานข้าวกลางวัน”
“วัยอย่างเธอน่ะที่จริงควรจะทานอาหารให้ครบ ๓ มื้อจะดีกว่านะ แต่เอาเถอะ ฉันคงไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอมากไป”
“ครับ ก็คงจะเป็นงั้นล่ะครับ”
“ฮิมุระคุงเนี่ย ยังเป็นคนที่่น่าสนใจเหมือนเคยเลยนะ เห็นคนเขาพูดกันน่ะ ว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็สุดยอดไปหมด จะติดก็ตรงนิสัยนี่ล่ะ ถึงอย่างงั้น แม้แต่พวกครูก็ยังมีอยู่หลายคนที่ไม่รู้ค่าในตัวเธอน่ะนะ”
“ถึงจะพูดยังไงผมก็ไม่คิดที่จะเข้าชมรมศิลปะหรอกนะครับ”
ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีกคราวนี้ แต่กันไว้ก่อนดีกว่า

“วันนี้ไม่ได้จะมาพูดเรื่องนั้นหรอก ไม่ต้องทำท่าระวังขนาดนั้นก็ได้”
“ถ้าอย่างงั้นมีธุระอะไรกันครับ?”
“แน่นอน เรื่องของยูโกะไงล่ะ”
ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เองหรอกเหรอ


“ฉันรู้ว่าก่อนที่จะมาอยู่ที่บ้าน ยูโกะเคยอยู่สถานรับเลี้ยงมาก่อน แต่ว่าเธอเองก็อยู่ที่นั่นด้วยสินะ”
“ครับ”
“อย่างนี้นี่เอง มิน่ายูโกะถึงได้ท่าทางดูสนิทกับเธอนัก เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันงั้นสินะ ดีจังเลย ความทรงจำหวานชื่นสมัยเด็ก”

“อาบน้ำด้วยกันกี่ครั้งล่ะ”
“ไม่เคยครับ!”
“อ้าว? แล้วขอแต่งงานล่ะ?”
“เรื่องแบบนั้นแค่คิดก็ไม่เคยครับ”
ชายคนนี้คิดว่าเพื่อนสมัยเด็กหมายถึงอะไรกันแน่เนี่ย

“ขอโทษนะครับ แต่พวกเราไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
“งั้นเหรอกเหรอ?”
ผมพยักหน้า

“เพราะว่ายัยนั่น หลังแผ่นดินไหวครั้งนั้นได้ไม่นาน ก็ออกไปจากสถานรับเลี้ยงแล้ว”
“อืม... จะว่างั้นก็ใช่นะ แล้วฮิมุระคุงคิดยังไงกับยูโกะล่ะ?”
“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ”
ผมรีบตอบไปทันที คำถามของอามะมิยะไม่เห็นมีอะไรจะต้องติดใจเลยสักนิด
ดูเหมือนอามะมิยะจะไม่ได้มาถามในฐานะครู แต่เข้ามาถามในฐานะคนในครอบครัวของยูโกะ

“งั้นเหรอ”
“ตอนที่อยู่ที่สถานรับเลี้ยงก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดด้วย เพราะงั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเลยตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ”
ผมยังคงพูดยืนกรานต่อไป
ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้คิดอะไรแล้วหรอก แต่นั่นเป็นเพราะว่ายัยนั่นเป็นคนที่เปิดประตูสู่ฝันร้าย..
ไม่อยากจะเจอกับมันอีก ฝันร้ายที่ผมพยายามเก็บซ่อนมันเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

“ฮิมุระคุง”
“ครับ”
อามะมิยะหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาแล้วก็จุดไฟ

“รู้เกี่ยวกับครอบครัวของยูโกะมั้ย? ไม่สิ ไม่ใช่เรื่องที่บ้าน”
เรื่องของครอบครัวที่แท้จริงของยูโกะงั้นเหรอ?

“ไม่ครับ แทบไม่รู้อะไรเลย”
บางทีเมื่อก่อนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างก็จริง แต่ตอนนี้ก็แทบจะจำอะไรไม่ได้แล้ว

“ยูโกะน่ะ ไม่มีพ่อ”
“....ตายแล้วสินะครับ”
“เปล่าหรอก ดูเหมือนตั้งแต่แม่ของยูโกะตั้งครรภ์จะไม่เคยบอกกับใครเลยสักครั้ง บางทีแม้แต่เจ้าตัวก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ”
“เรื่องแบบนั้นไม่ต้องมาบอกผมก็ได้ครับ”
ถึงตอนนี้แล้ว ต่อให้รู้เรื่องของยูโกะไปก็...
แต่ว่า ยัยนั่นไม่รู้จักพ่อตัวเองงั้นสินะ
ผมเอง ถึงจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ยังมีทั้งพ่อและแม่

“ยูโกะน่ะ่เป็นลูกคนเดียว แม่ก็ต้องทำงานตั้งแต่เช้าจนดึก ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่ดูเหมือนจะทำงานวิจัยเกี่ยวกับคอนกรีตหรืออะไรนี่แหละ
แล้วแม่ของยูโกะก็ตายไปกับแผ่นดินไหวในครั้งนั้นด้วย ดูเหมือนว่าจะโดนตู้หนังสือในห้องทดลองหล่นทับน่ะ”

“ห้องทดลอง... งั้นหรือครับ”
“ใช่ แม่ของยูโกะน่ะตอนที่เกิดแผ่นดินไหวไม่ได้อยู่ที่บ้าน ยูโกะมักจะรอแม่กลับมาอยู่คนเดียว เป็นแบบนั้นประจำเลยล่ะ การที่ยูโกะซึ่งยังเด็กสามารถหนีออกมาจากห้องพักที่กำลังไหม้อยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ คงจะต้องเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ล่ะนะ”
“แต่ว่าตอนนั้นเธอก็ได้รับแผลไฟไหม้ ทำให้เธอต้อง....”
ไม่สามารถใส่เสื้อในฤดูร้อนได้

“ยูโกะบอกแบบนั้นเหรอ?”
“ก็ไม่ได้บอกตรงๆหรอกครับ”
“เห..”
อามะมิยะดูมีท่าทีสนใจ
ยูโกะไม่เคยพูดถึงเรื่องแผลไฟไหม้ให้คนอื่นฟังหรือยังไงนะ

“มีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง ที่บ้านก็เลยรับยูโกะไปอยู่ด้วย แต่ว่าพ่อที่บ้านน่ะ หลังจากที่รับยูโกะเข้ามาอยู่ด้วยแล้วไม่นานก็ออกเดินทางไปทำงานต่างประเทศทันที แม่ก็ขาไม่ค่อยดีมักจะเอาแต่นอนเล่นอยู่กับบ้าน”
...ทำไมผมจะต้องมาฟังเรื่องพวกนี้ด้วยนะ

“ยูโกะน่ะ ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยจะได้รับความอบอุ่นของครอบครัวเลย”
“ครูก็อยู่ด้วยไม่ใช่หรือครับ”
“เปล่า..”
อามะมิยะเริ่มมีสีหน้าเศร้า

“ตอนที่เก็บยูโกะมาเลี้ยงน่ะ ฉันเริ่มเป็นครูแล้วเลยค่อนข้างยุ่ง แม้จะไม่มากแต่ก็ไม่มีเวลาที่จะมาดูแลยูโกะหรอก”
อามะมิยะพ่นควันบุหรี่ออกมาดัง ฟู่

“ยูโกะน่ะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยได้รับความรักจากใครเลย”
“คงไม่ได้กำลังจะบอกให้ผมคอยดูแลยัยนั่นหรอกนะครับ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
อามะมิยะยิ้มขึ้นแล้วหันหน้าออกไป

“เธอจะว่ายังไงก็แล้วแต่เธอตัดสินใจเองนั่นล่ะ แค่อยากให้รู้เรื่องของยูโกะไว้เท่านั้นเอง”
“นั่นไม่ออกจะเป็นการยุ่งเรื่องส่วนตัวมากไปหรือครับ”
“คงงั้นล่ะนะ”
อามะมิยะยักไหล่เล็กน้อย

“แค่นี้ใช่มั้ยครับ”
อามะมิยะทิ้งบุหรี่ทั้งที่ยังยาวอยู่ลงในกระป๋องแล้วหันคอกลับมา

“ความจริงแล้ว ต่อไปจะพูดถึงปัญหาที่แท้จริงล่ะนะ”
...งั้นที่พูดมาจนถึงตอนนี้มันอะไรกันล่ะ

“เมื่อวานนี้ ดูเหมือนจะมีเด็กนักเรียนหญิงปี ๑ เข้ามาที่ห้องกันหลายคนเพื่อจะถามเกี่ยวงานวิชาศิลปะน่ะ”
“หา?”
“เธอช่วยพูดให้หน่อยได้มั้ย ช่วยบอกให้ฮิโรโนะซังหยุดทำแบบนั้นที่ห้องศิลปะทีได้มั้ย”
“..............”

“ก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะมีไล่จับนักเรียนหญิงที่เดินผ่านแถวห้องศิลปะแล้วก็ขอร้องให้ถอดเสื้อผ้าน่ะ แย่เลยนะ เรื่องมันก็เลยมาถึงฉันซึ่งเป็นที่ปรึกษาน่ะ ฮิโรโนะซังก็ไม่ค่อยจะฟังที่ฉันพูดสักเท่าไรด้วยสิ แต่ถ้าเป็นเธอบางทีอาจจะช่วยพูดได้นะ”
“ขอตัวก่อนล่ะครับ”
“เฮ.. เฮ้ย เดี๋ยวก่อนฮิมุระคุง”
ผมก้มหน้าลงแล้วเดินออกไปอย่างไม่สนอะไรทั้งสิ้น

ทั้งเรื่องของยูโกะ แล้วก็เรื่องของนางิไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลยสักนิด
ทั้งๆที่น่าจะได้ใช้่เวลาอันมีค่าในตอนเที่ยงอย่างสบายๆแท้ๆ กลายเป็นใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ไปซะแล้ว
เปล่าประโยชน์.... จริงๆ

.......................
หลังเลิกเรียน
นางิไม่ได้เข้ามาเรียนคาบบ่ายเลย คุเซะเองก็บอกว่ามีนัด หลังเลิกคาบโฮมรูมก็รีบออกจากห้องเรียนไปทันที
ในห้องตอนนี้ก็ไม่มีใครแล้ว
วันนี้ไม่มีงานพิเศษให้ทำ เลยกะจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเหมือนทุกทีแต่...
ผมเปิดกระเป๋าแล้วหยิบกระดาษที่คั่นอยู่ในหนังสือเรียนออกมา
นั่นคือเครื่องบินกระดาษของยูโกะ

เครื่องบินกระดาษสีขาว
นาฬิกาข้อมือสีแดง
คริสต์มาสที่ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายสิ้น...
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกตรึงโดยด้ายที่มองไม่เห็น
ด้ายที่ยึดอยู่อย่างแน่นหนาไม่มีทีท่าว่าจะคลายลง

........................
ทางฟากโน้นของประตู มีแต่ภาพแสงสีส้มส่งผ่านออกมา
มีลมพัดเบาๆแต่อากาศยังคงร้อนอยู่


ยูโกะอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ที่ขอบระเบียง ปล่อยให้เส้นผมปลิวลู่ไปตามลม
ยัยนั่นซึ่งกำลังหันหลังอยู่ กำลังทำหน้ายังไงอยู่กันนะ
พอจะก้าวเข้าไปหา

“รุ่นพี่.....?”
ยูโกะก็หันมาทางนี้
จากนั้น.....

“อ๊ะ?”
ขณะเดียวกับที่พูดขึ้น อยู่ดีๆยูโกะก็วูบลงไป

“!”
ชั่วขณะที่ยูโกะกำลังล้มลง ผมก็รีบวิ่งออกไป แล้วรีบคว้ามือของยูโกะที่กำลังจะล้มลงไปขึ้นมา

“ฮึบ!”
ผมพยายามดึงร่างที่กำลังล้มลงไปตรงด้านโน้นของดาดฟ้าที่ไม่มีรั้วขึ้นมาอย่างสุดกำลัง
จากนั้นทั้งผมและยูโกะต่างก็กลิ้งไปบนพื้นพร้อมกัน


“โอย”
“ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?”
“นั่นน่าจะเป็นคำพูดของฉันมากกว่านะ เธอเป็นอะไรไปน่ะ”
“ฉันแค่ไม่ค่อยมีแรงนิดหน่อยน่ะค่ะ บางทีอยู่ดีๆ้ก็ล้มลงไปเลย”
“ถ้างั้นก็อย่ามายืนอยู่ในที่แบบนี้สิ”
“ขอโทษนะคะ”
คิดอะไรอยู่กันแน่นะ ยัยนี่

“ความจริง...”
ยูโกะเริ่มยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“แค่คิดว่าถ้าอยู่ที่นี่อาจจะได้เจอกับรุ่นพี่ฮิมุระอีกน่ะค่ะ”
“บ้าหรือเปล่า เธอน่ะ”
“เพราะอยากเจอ อยากพูดคุยด้วยน่ะค่ะ...”
“จะดีเหรอ ยูโกะ”
“เอ๋ คะ”
“อย่าทำอะไรอันตรายแบบนี้สิ”
“ค่ะ”
ยูโกะยิ้มแล้วตอบรับอย่างว่าง่าย

“แต่ว่า ถ้าจะพูดจาแบบนี้ละก็”
“อะไรอีกล่ะ”
“ขอเรียกว่าพี่ชายได้มั้ยคะ”
“ฉันไม่ใช่พี่ชายของเธอสักหน่อย”
เธอน่ะต่างจากอากาเนะ
น้องสาวของผม..... คนที่จะเรียกผมว่าพี่ชายได้มีแต่อากาเนะเท่านั้น

“แล้วเธอเองก็มีพี่ชายอยู่แล้วนี่”
ถึงจะยากที่จะยอมรับก็เถอะ แต่พี่ชายของยูโกะก็คืออามะมิยะ
ครูศิลปะคนนั้นก็ ถึงจะเห็นแบบนี้แต่ก็ดูจะเป็นห่วงยูโกะอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นถึงได้เรียกผมไปหา

“รุ่นพี่”
“อะไรอีกล่ะ”
“ฉันน่ะ ฉันบอกว่าฉันดีใจที่ได้พบกับรุ่นพี่อีกสินะคะ”
“อื้อ รู้แล้วล่ะ”
“รู้มั้ยคะว่าทำไมฉันถึงได้ดีใจ?”
“จะไปรู้ได้ไงกัน”
ผมคิดว่ายูโกะคงจะต้องการมาขอพึ่งพิงหรืออะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
เพราะคิดว่าถ้าพูดออกไปยูโกะอาจจะเข้ามาอ้อนจริงๆก็ได้

“รุ่นพี่เนี่ยหัวช้าจริงๆเลยนะ..... เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด”
“คิดจะหาเรื่องกันเหรอ?”
“เพราะรุ่นพี่ฮิมุระน่ะ..”
ยูโกะเริ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย

“เพราะรุ่นพี่เป็นรักแรกของฉันไงล่ะคะ...”
ได้ยินเช่นนั้นผมก็ไม่ทันได้คิดอะไร รีบผลักยูโกะออกแล้วลุกขึ้นทันที แต่ยูโกะกลับเข้ามากอดผมไว้แน่น


“นั่นสินะคะ ฉันน่ะไม่ใช่น้องสาวคุณหรอก ถ้าเป็นน้องสาวละก็ คงจะไม่เข้ามากอดคุณในลักษณะแบบนี้หรอก”
“ยูโกะ”
“รักแรกของฉันน่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สิ้นสุดลง”
ผมคิดว่ายูโกะก็แค่ต้องการใครสักคนใ้ห้พึ่งพิงเท่านั้นเอง
เธออยู่มาโดยไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากใครเลย
ผมรู้จักถึงความอบอุ่นนั้นดี
ความอบอุ่นที่มือของอากาเนะนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ดี

“ยูคุง...”
งั้นนี่เอง.....
ยูโกะที่เรียกผมว่าพี่ชายในตอนนั้น เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงอยู่ตลอด
ผมเอื้อมมือมาข้างหลังเธอ
สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเธอ
ผมเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็อยากได้สิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมา

-“พี่ชายนี่ ดีจังเลยนะ...”-
เสียงนั้นดังขึ้นมาในหัว ทำให้ผมหยุดมือลง


-“ทั้งที่บอกว่าจะไม่ลืมเรื่องของอากาเนะแท้ๆ..... จะให้คนนั้นมาแทนอากาเนะสินะ?”-
ไ่มใช่อย่างงั้น ผมเองก็แค่อยากจะตัดขาดจากอดีตแล้วมุ่งต่อไปข้างหน้าเท่านั้น

-“แบบนั้น ไม่ยอมหรอก”-
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นแบบนี้

-“พี่ชายน่ะ เป็นคนฆ่าอากาเนะ”-
ถ้าตอนนั้นผมไม่หนีออกมา...... อย่างน้อยอากาเนะก็คงจะไม่ต้องตายอยู่คนเดียว เรื่องนั้นผมเข้าใจดี


“ยูโกะ”
ผมค่อยๆปล่อยมือออกจากยูโกะ
ดูเหมือนเธอจะยังมึนหัวอยู่

“ในวันคริสต์มาสนั่นน่ะ วันที่ทุกอย่างถูกเผาทำลายไปน่ะ”
“รุ่นพี่...?”
“ก่อนรุ่งเช้า หลังจากไฟได้มอดไปแล้ว ฉันได้กลับไปที่บ้าน”
บ้านที่เคยอาศัยอยู่มาตั้งแต่เล็กนั้นได้พังลงอย่างสิ้นเชิง ข้างในยังมีแต่หมอกควันลอยเต็มไปหมด

“ฉันเริ่มขุดซากบริเวณที่อากาเนะนอนอยู่ออกทีละชิ้นทีละชิ้น แต่เพราะว่ายังเป็นเด็ก เลยไม่สามารถทำอะไรได้เลย”
แม้ถึงรุ่งเช้า ฟ้าก็ยังคงมีแต่เมฆดำปกคลุม มองไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย

“ภายใต้ท้องฟ้าที่ยังคงมืดมิดอยู่ตลอดนั้น ฉันก็ได้พบ.... ของลักษณะเหมือนท่อนยาวๆที่ไหม้เกรียมสีดำสนิท”
“รุ่นพี่ หยุดเถอะค่ะ”
“นั่นคือน้องสาวของฉัน....”
ไม่ใช่ นั่นน่ะ ไม่ใช่อากาเนะอีกต่อไปแล้ว ใบหน้าเธอที่เรียกผมว่าพี่ชายนั้น ไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว
พอได้เห็นนาฬิกาข้อมือสีแดงซึ่งแขนเล็กๆนั้นกำไว้อยู่ ผมถึงได้รู้...

“รุ่นพี่...”
“แม้ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก”
อย่างน้อย ผมก็ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของยูโกะ
ผมซึ่งปล่อยให้น้องสาวตายโดยไม่ช่วยอะไรน่ะ ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นหรอก

“เพราะฉะนั้น ยูโกะ เธอน่ะอย่าเข้ามายุ่งกับฉันอีกเลย”
“พูดเอาแต่ใจจังเลยนะคะ คุณเองก็ยังมาที่นี่เลย”
“.....นั่นสินะ”
ผมฝืนยิ้มออกมา
ผมอยากจะตัดความสัมพันธ์กับยูโกะจริงๆน่ะเหรอ
ดูเหมือนการกระทำกับคำพูดของผมจะขัดกันอย่างชัดเจนจริงๆ

“ฉันจะทำให้คุณลืมเอง”
“....อะไร?”
แววตาที่แฝงไปด้วยความตั้งใจได้จ้องมาที่ผม

“ฉันจะลบความทรงจำที่แสนเศร้าของคุณออกไปเอง”
กลิ่นหอมล่องลอยออกมาจากเส้นผมของเธอ
ผมเริ่มรู้สึกได้ว่ายูโกะไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว

“เพราะฉะนั้น ให้ฉันอยู่ด้วยเถอะ.... ฉันอยากจะอยู่.... เคียงข้างคุณ”
ผมไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป ทั้งๆที่ถ้าตอบไปอย่างชัดเจน เรื่องยุ่งยากทั้งหมดก็จะหายไปแท้ๆ

“วันนี้จะรออยู่ที่นี่จนมืดเพื่อดูดาวกันมั้ยคะ”
“......ฉันไม่ได้สนใจสักหน่อย”
“แต่ว่า มันสวยนะคะ พอมองดูดาวเต็มฟ้าจากตรงนี้แล้ว รู้สึกราวกับจะถูกดูดเข้าไปเลย บางที ถ้าดูด้วยกันสองคน อาจจะยิ่งสวยยิ่งขึ้นไปอีก”
รู้สึกราวกับเสียงของอากาเนะได้ดังขึ้นมาอยู่เรื่อยๆเป็นพักๆ
บางทีเด็กคนนั้นคงจะไม่ยอมยกโทษให้ผมเป็นแน่
เธอคงจะได้แต่หลับอยู่ในดินเย็นๆโดยไม่อาจจะมีโอกาสได้มามองดูท้องฟ้าสวยงามยามค่ำคืนอีกแล้ว


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- บันเทิง >> เกม >> vn

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

บทความแต่ละเดือน

2023年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2022年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2021年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2020年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文