φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



กำแพงเมืองจีนด่านหวงฮวาเฉิง ซากกำแพงเก่าริมฝั่งทะเลสาบ
เขียนเมื่อ 2012/05/05 15:54
แก้ไขล่าสุด 2020/02/20 07:40


#จันทร์ 30 เม.ษ. 2012

ช่วงวันหยุดวันแรงงาน ที่มหาวิทยาลัยของเพื่อนเขามีจัดทริปพาไปเที่ยว เราเองก็เลยถือโอกาสตามเขาไปด้วย

สถานที่เที่ยวนั้นคือกำแพงเมืองจีนด่านหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่กลับสวยงามและน่าเที่ยวมาก นั่นก็คือกำแพงเมืองจีนริมน้ำด่านหวงฮวาเฉิง (黄花城水长城) ตั้งอยู่ในเขตหวยโหรว (怀柔区) ห่างออกไปจากศูนย์กลางเมืองปักกิ่งประมาณ ๖๐ กว่ากิโลเมตร

ก่อนหน้านี้เราเคยได้ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนด่านที่คนนิยมไปเช่นมู่เถียนยวี่ (慕田峪长城) https://phyblas.hinaboshi.com/20110930

และจวียงกวาน (居庸关长城) https://phyblas.hinaboshi.com/20120310

แต่ด่านนี้ต่างจากด่านเหล่านั้นที่ไปมามาก เพราะกำแพงเมืองจีนด่านนี้มีจุดเด่นตรงที่อยู่ติดริมทะเลสาบ สามารถชมทิวทัศน์กำแพงเมืองจีนไปพร้อมกับชมทะเลสาบ

ถ้าหากอยากเดินบนกำแพงเมืองจีนด่านนี้อาจจะยากสักหน่อยเพราะมันขาดเป็นท่อนๆ และสภาพก็ไม่ค่อยดี อันตรายพอสมควร เนื่องจากสมัยสงครามนั้นญี่ปุ่นได้มาทิ้งระเบิดแถวนี้ทำลายไปจนเละ

ปัจจุบันมีการบูรณะซ่อมแซมเพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวได้ แต่ก็ยังไม่ได้ซ่อมแซมจนมีสภาพดูดี จึงยังคงเห็นสภาพดั้งเดิมของกำแพงที่ขาดๆวิ่นๆ

การเที่ยวที่นี่ไม่เน้นปีนตัวกำแพงเหมือนอย่างด่านอื่น เน้นการเดินชมทิวทัศน์กำแพงเมืองจีนจากรอบๆทะเลสาบมากกว่า กำแพงส่วนที่ขึ้นไปปีนได้นั้นไม่ยาวเท่าไหร่ แถมไม่ต่อเนื่องด้วย พอเดินไปสุดก็ต้องกลับไปลงทีจุดเริ่มต้นแล้วค่อนไปหาทางขึ้นเพื่อปีนจุดต่อไป

การเดินทางไปเที่ยวที่นี่สามารถไปขึ้นรถจากท่ารถตงจื๋อเหมิน (东直门) นั่งรถเมล์สาย 916快 ไปยังย่านชุมชนเขตหวยโหรว ลงที่ป้ายหนานหัวหยวนซานชวี (南华园三区) ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง แล้วเดินต่อไปทางตะวันตกอีกไม่กี่นาทีจนถึงป้ายหนานหัวหยวนซื่อชวี (南华园四区) นั่งสาย H21 ต่อ นั่งไปจนสุดสายก็ถึง ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รวมแล้วเดินทางกันนานจนเหนื่อยเลย



เริ่มจากขึ้นรถเมล์สาย 916快 วันที่เราไปนั้นเนื่องจากเป็นวันหยุดคนก็เลยแน่นมากๆเลย



เสร็จแล้วเราก็ไปลงที่ย่านชุมชมเขตหวยโหรว เตรียมจะต่อรถเมล์ไปแต่ก็พบว่ารถเมล์คนแน่นมาก เบียดขึ้นรถไม่ไหว ถึงเบียดขึ้นไปได้ก็ต้องยืนตลอดทาง สุดท้ายจึงไม่ได้ขึ้นรถเมล์ไป แต่ก็มีพวกรถรับจ้างพาไปส่ง พวกนี้จะคิดราคาแพงมาก แต่ถ้ามากันคนเยอะก็จะได้ราคาถูกหน่อย เราไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆที่จะไปเหมือนกันรวมแล้วได้ ๗ คน เขาก็ยอมให้ขึ้นในราคาคนละ ๑๕ หยวน ถือว่าถูกดีมาก

ด้านหน้าทางเข้า



ประตูทางเข้าและที่ขายตั๋ว



บัตรผ่านประตู ค่าเข้า ๓๔ หยวน



เข้ามาถึงก็เจอซุ้มขายกระทิงแดงเลย ไม่รู่ทำไมขายแต่กระทิงแดงอย่างเดียว



สิ่งที่เห็นทันทีหลังจากเข้าประตูมาก็คือเขื่อนกั้นแม่น้ำ และมีฉากหลังเป็นกำแพงเมืองจีนที่ขาดๆแหว่งๆ



เราข้ามสะพานนี้ไป



ช่วงที่ไปนั้นดอกกานพลู (丁香) บานเต็มทางแถวนั้นไปหมด ทำให้สวยงามมาก





ดอกกานพลูและฉากหลังเป็นกำแพงเมืองจีน




ดอกอื่นก็เจอบ้างแต่ไม่เด่นเท่า




เราเดินเข้าไปยังบริเวณเขื่อน



ภาพที่ถ่ายบนเขื่อน




จุดขึ้นเรือ ที่นี่สามารถนั่งเรือเล่นชมวิวได้ แต่เราไม่ได้นั่ง



แล้วเราก็มาเดินบนเส้นทางริมเขาแบบนี้เพื่อชมกำแพงเมืองจีนจากริมน้ำก่อนที่จะขึ้นไปปีนจริงๆ





เดินแล้วหวาดเสียวเหมือนกัน



มองกลับไปทางเขื่อนก็ได้ภาพที่สวย





ระหว่างทางก็มีศาลาให้พักประปราย และก็เห็นคนเล่นอะไรริมน้ำกันบ้าง แต่ไม่มีคนลงไปเพราะเขาห้าม




ตกปลาก็ได้ด้วย



ดอกกานพลูสีม่วงเห็นอยู่ประปราย มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นกำแพงเมืองจีนส่วนที่อยู่กลางน้ำ




แล้วเราก็มาถึงตรงที่เหมือนเป็นจุดพักใหญ่ มีคนมากมาย มีร้านอาหารและร้านขายของเต็มไปหมด





เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็นบริเวณสวนเกาลัด แต่ดูเหมือนว่าต้นจะยังไม่ออกดอกออกใบเลยดูแห้งแล้งอย่างที่เห็น




ตรงนี้เราก็มาเจอกับกำแพงส่วนหนึ่งที่สามารถขึ้นไปปีนได้ แต่ว่าส่วนนี้คนขึ้นน้อยเพราะอยู่ลึกเข้ามาไกล เนื่องจากเหลือเวลาน้อยเราตัดสินใจไม่ปีนขึ้นไปส่วนนี้



เรากลับมาเส้นทางเดิมแล้วข้ามสะพานไป




ตรงนี้จะเจออีกบริเวณที่สามารถขึ้นบนกำแพงได้ เป็นบริเวณหลักที่คนปีนกันเยอะ




นี่เป็นส่วนสำคัญที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลย คือกำแพงส่วนที่ขาดและเหมือนจะทิ่มหัวลงน้ำ



กำแพงสองส่วนนี้ถูกตัดขาดกันอยู่อย่างที่เห็น เราไม่สามารถข้ามไปได้ ถ้าจะปีนกำแพงฟากโน้นต้องไปปีนขึ้นจากบริเวณสวนเกาลัดที่ผ่านมาตะกี้



แล้วเราก็ปีนสูงขึ้นไป



คนเยอะ เรือก็เยอะ



ปีนต่อขึ้นไป



ก็มาเจอส่วนของกำแพงที่ดูเละจนไม่เป็นขั้นบันได ปีนต่อไปยาก แต่มีเส้นทางตัดออกด้านข้างทางซ้าย เราจึงเดินไปทางนั้นแทน



แต่ก็เห็นคนที่เขาพยายามปีนขึ้นไปอยู่เยอะ





ทีนี้เราเดินต่อมาที่กำแพงอีกส่วนหนึ่ง ตรงนี้ปลายก็ขาดเละเหมือนกันต้องปีนขึ้นไป แต่ปีนไม่ยาก



กำแพงแต่ละส่วนของที่นี่จะมีป้ายติดอยู่ว่า 保护长城 人人有责 未开发长春 禁止攀登 "โปรดช่วยกันอนุรักษ์กำแพงเมืองจีน กำแพงส่วนนี้ยังไม่เปิดสู่สาธารณะ ไม่อนุญาตให้ปีน"



แต่ก็อย่างที่เห็น เขาก็ปีนกันเป็นปกติเหมือนไม่มีป้ายนี้อยู่ในสายตา

ขึ้นมาแล้วมองกลับไปจะเห็นชัดว่ากำแพงส่วนนี้โดนตัดขาดและมีถนนลากผ่าน ก็คือถนนที่เราเดินมานี่ล่ะ และเดี๋ยวเราเดินบนกำแพงเสร็จต้องเดินกลับมาเดินตามถนนนี้ต่อ ไม่สามารถเดินบนกำแพงไปสุดแล้วไปลงอีกจุดได้



ปีนสูงขึ้นไป






จากตรงนี้เราไม่ได้เดินต่อแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลา แต่ว่าจุดนี้ถือว่าสูงที่สุดของบริเวณที่จะสามารถปีนได้แล้ว ดังนั้นก็เพียงพอ



ที่จริงระหว่างทางก็มีทางให้ลง แต่ก็ต้องกลับไปที่ถนนสายเดิมอยู่ดี



ทิวทัศน์เมื่อขึ้นมาด้านบน มองลงไป สวยงามมาก







มุมนี้สวยที่สุด เห็นด้านล่างเส้นทางที่เราเดินผ่านมาชัดเลย ในทะเลสาบมีเรือเยอะจริงๆ



จบเท่านี้ ขากลับเรานั่งรถเมล์สาย H21 คันนี้กลับ



คนแน่นจริงๆ แต่เราโชคดีขึ้นมาแล้วได้ที่นั่ง



แต่รถติดมหาศาลเพราะคนมาเที่ยวเต็มไปหมดวันนี้ ทำให้ใช้เวลาเดินทางกลับนานมากกว่าตอนขามา
เราใช้เวลาบนรถเมล์สาย  H21 เพื่อกลับไปยังย่านชุมชนเขตหวยโหรวชั่วโมงครึ่ง จากนั้นจากท่ารถเขตไหวฺโหรวเดินทางกลับตัวเมืองปักกิ่งใช้เวลาสองชั่วโมงครึ่ง รวมแล้วสี่ชั่วโมง นั่งรถกันอย่างทรหดทีเดียว คราวหลังเป็นบทเรียนว่าอย่าไปเที่ยวตอนวันหยุด จะลำบากแบบนี้



ที่ท่ารถตงจื๋อเหมินนั้น พอเรากลับมาถึงก็สังเกตเห็นว่ามันมีป้ายโฆษณากำแพงเมืองจีนด่านนี้ติดอยู่เต็มเลย ดูเหมือนจะสนับสนุนการท่องเที่ยวที่นั่นเต็มที่ ภาพที่เขาเอามาลงก็สวยมากด้วย ไม่แปลกที่คนจะไปเยอะ



ภาพนี้ตอนฤดูใบไม้ร่วง สวยมาก ทำเอาเราอยากกลับไปอีกตอนช่วงนั้นเลย ใครมาปักกิ่งช่วงพฤศจิกายนอย่าลืมแวะไปชมความงามที่นั่นกันนะ มันต้องสวยกว่าตอนที่เราไปครั้งนี้เยอะแน่เลย





แถมท้าย อันนี้เป็นรูปของคนที่เขาไปปีนกันมาตอนช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง http://www.beijinghikers.com/v2/resources/news/hiking-photos-huanghuacheng-to-little-west-lake-2011-04-13/

ได้ภาพสวยกว่าที่เราไปมาเยอะเลย น่าเสียดายที่เที่ยวนี้จัดมาตอนปลายฤดูใบไม้ผลิเข้าไปแล้ว ดอกที่บานเด่นก็เห็นจะเหลือเพียงแต่ดอกกานพลูเท่านั้นเอง

คราวต่อไปหากมีใครมาเที่ยวปักกิ่งแล้วให้เราพาเที่ยวกำแพงเมืองจีน เราคงจะเลือกพามาด่านนี้




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- จีน >> จีนแผ่นดินใหญ่ >> ปักกิ่ง
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- opencv
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
maya
javascript
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文