φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



นั่งเรือล่องแม่น้ำอิรวดี เที่ยวเมืองมีนกูน
เขียนเมื่อ 2015/09/24 21:44
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42
# จันทร์ 3 ส.ค. 2015

หลังจากที่เมื่อวานไปลุยเที่ยวเมืองหลวงเก่าของพม่า ๓ เมืองต่อเนื่องและปิดท้ายด้วยดูพระอาทิตย์ตกดินที่สะพานอูเบนแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20150922

ตอนนี้เข้าสู่วันที่ ๑๐ ของการเที่ยวในพม่าแล้ว เป้าหมายวันนี้คือการล่องเรือข้ามแม่น้ำอิรวดีไปเที่ยวเมืองมีนกูน (
မင်းကွန်းmingun)

ตอนเช้าตื่นมาตีห้าเพราะเมื่อคืนนอนเร็ว นั่งทำอะไรไปเรื่อยจากนั้นพอถึงหกโมงครึ่งก็ไปทานข้าว แล้วก็กลับห้อง จากนั้นพอเจ็ดโมงกว่าก็ลงมารอรถที่จะไปส่งถึงท่าเรือ

พอเจ็ดโมงครึ่งแท็กซีที่โรงแรมเรียกให้ก็มารับเรา เรานั่งแท็กซีไปยังท่าเรือในราคา ๖๐๐๐ จ๊าด คนขับเป็นคนเดียวกับที่พาเราไปส่งที่มหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์วันก่อน

ที่เราออกตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งก็เพราะโรงแรมบอกเอาไว้ว่าเรือที่จะไปมีนกูนออกตอนแปดโมง แต่พอขึ้นรถแท็กซีเขาก็บอกทันทีว่าจริงๆเรือออกตอนเก้าโมง ดังนั้นพวกเรามาเร็วไปหน่อย ถึงอย่างนั้นเขาก็พาไปส่งให้ตั้งแต่ตอนนั้นเลย แล้วก็ให้เราไปรอเอาชั่วโมงกว่าที่ท่าเรือ



ถึงท่าเรือแล้ว ขณะนั้นฟ้ากำลังสวย เมฆเยอะแต่ก็ไม่ได้คลุมปิดท้องฟ้ามิด แถวนั้นดูจะไม่มีอะไรทำเลยก็เลยได้แตนั่งแก่วไปก่อน รอเวลาใกล้เก้าโมงแล้วจึงไปซื้อตั๋ว



ซื้อตั๋วเรือ ราคาค่าตั๋วไปกลับ ๕๐๐๐ จ๊าด



ยิ่งใกล้เวลาเรือออกคนก็ยิ่งมารอมากขึ้นเรื่อยๆ เกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ ระหว่างรอมีโอกาสได้ชวนบางคนคุย เราได้เจอคนจีนด้วย ก็เลยคุยอะไรกันเยอะเลย พอเจอคนพูดภาษาเดียวกันได้มันก็คุยอะไรๆกันง่าย เสียดายไม่มีคนญี่ปุ่นด้วย นอกจากนั้นยังได้เจอคนฟิลิปปินส์ที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในไทยด้วย ซึ่งเขาพูดภาษาไทยได้ แต่เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย



ถึงเวลา ได้เวลาขึ้นเรือ การขึ้นเรือนั้นเป็นอะไรที่ลำบากสุดๆ เพราะเขาจอดเรืออยู่ห่างชายฝั่งแล้วใช้แผ่นไม้รองเป็นพื้นให้เราเดินไปจนถึงเรือ เป็นอะไรที่เสี่ยงมากทีเดียว ถ้าพลาดก็ตกลงไปเปียกทั้งตัวแน่นอน ที่ต้องกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าน้ำท่วมระดับน้ำขึ้นสูง ทำให้ลักษณะริมฝั่งน้ำเปลี่ยนไปหมด



ขึ้นมาบนเรือแล้ว นั่งบนดาดฟ้าเรือ แต่ที่นั่งเต็มเราจึงนั่งพื้น ระหว่างนั้นก็คุยกับชาวจีนไปเรื่อยๆค่าเวลาในขณะที่เรือแล่น เขาเล่าให้ฟังว่ามาเที่ยวพม่าตั้ง ๑๖ วัน โดยอยู่ที่พุกามตั้ง ๖ วัน นานกว่าเราอีก แถมเที่ยวพม่าเสร็จจะไปเที่ยวเวียดนามต่ออีกด้วย และปีก่อนหน้านี้เขาก็เคยไปเที่ยวไทยเป็นระยะเวลายาวแบบนี้มาด้วยเช่นกัน ดูแล้วเป็นคนที่ชอบเที่ยวมาก ที่เขาสามารถเที่ยวได้นานต่อเนื่องเป็นเดือนเพราะว่าทำงานเป็นอาจารย์แล้วตอนนี้มันเป็นเวลาปิดเทอมอยู่



เรือออกห่างชายฝั่งและแล่นไปทางเหนือซึ่งเป็นทิศสวนแม่น้ำอิรวดีจากนั้นก็ไปจอดที่มีนกูนซึ่งอยู่ชายฝั่งตะวันตกในจุดที่เหนือขึ้นไป

พอเรือแล่นมาจนใกล้มีนกูนผู้คนก็ลุกขึ้นมาถ่ายรูปกัน



ซึ่งจากตรงนี้เราสามารถเห็นเจดีย์มีนกูนปะโทดอจี (
မင်းကွန်းပုထိုးတော်ကြီးmingun pahtodawgyi) ได้ เจดีย์นี้อยู่ใกล้ชายฝั่งสามารถเห็นได้โดดเด่นจากไกลเลย



เจดีย์มีนกูนปะโทดอจีนี้เป็นเจดีย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ มันเริ่มถูกสั่งให้สร้างโดยพระเจ้าปะดุงในปี 1790 แต่มีเหตุทำให้สร้างไม่เสร็จ เพิ่งสร้างไปแค่ส่วนของฐานเท่านั้นเอง แต่แค่นี้ก็ใหญ่มากแล้ว ถ้าสร้างเสร็จมันจะสูง ๑๕๐ เมตร ซึ่งจะกลายเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก สูงกว่าพระปฐมเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐมเสียอีก

เมื่อสร้างไม่เสร็จเจดีย์นี้ก็เลยถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน ในปี 1839 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ซากเจดีย์ที่สร้างไม่เสร็จนี้เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่

มองไปอีกทาง จะเห็นอีกเจดีย์หนึ่งสวยเด่น ตรงนี้คือเจดีย์ซีนพยูแม (
ဆင်ဖြူမယ်စေတီhsinbyume zedi) หรืออีกชื่อคือ เจดีย์เมียเธนดาน (မြသိန်းတန်စေတီmyatheindan zedi) ซึ่งเป็นอีกเจดีย์ที่สำคัญของที่นี่ อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย จากตรงนี้ยังเห็นไม่ชัดเพราะถูกบังอยู่



เจดีย์นี้ถูกสั่งให้สร้างในปี 1816 โดยพระเจ้าบาจีดอ (จักกายแมง) โดยสร้างอุทิศให้เจ้าหญิงซีนพยูแม (
ဆင်ဖြူမယ်hsinbyume แปลว่า "เจ้าหญิงช้างเผือก") ซึ่งเป็นสนมของพระเจ้าบาจีดอ และตายในปี 1812 จากการคลอดลูก



หลังจากใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเรือก็แล่นมาจนถึงท่าเรือมีนกูน



ที่เห็นตั้งอยู่ตรงท่าเรือนี้คือเจดีย์ปนดอ (
ပုံတော်စေတီpondaw zedi) เป็นเจดีย์เล็กๆที่เป็นแบบจำลองย่อส่วนของเจดีย์มีนกูนปะโทดอจีที่สมมุติว่าสร้างเสร็จแล้ว



การเที่ยวในมีนกูนไม่จำเป็นต้องนั่งรถอะไร แม้ว่ามาถึงจะมีคนขับรถรับจ้างมาเสนอบริการให้แต่ที่จริงระยะทางมันใกล้ สามารถเดินได้ คนส่วนใหญ่ก็เดินกัน



จากตรงนี้เดินออกไปนิดเดียวก็ถึงเจดีย์มีนกูนปะโทดอจี




การจะเข้าชมที่นี่ต้องซื้อตั๋ว ๓๐๐๐ จ๊าด ซึ่งตั๋วนี้เป็นตั๋วสำหรับเที่ยวภายในมีนกูนและยังรวมถึงซะไกง์ด้วย แต่ในทางปฏิบัติเราพบว่าเมื่อวานเราก็ไปซะไกง์มาแล้วก็ไม่เห็นมีที่ไหนต้องแสดงบัตรนี้ตอนเข้าเลย



มีทางให้ขึ้นไปยังด้านบน แม้พื้นจะเป็นหินซึ่งค่อนข้างแข็งและมีเศษอยู่มากแต่ก็ต้องถอดรองเท้าทำให้เดินลำบากพอดู



พอขึ้นมาถึงด้านบนก็สภาพเห็นรอยแตกเต็มไปหมด การจะเดินข้ามไปมาค่อนข้างลำบาก และยิ่งต้องเดินเท้าเปล่าอยู่ด้วยเลยไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่เลย





แต่มันก็เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดี พอขึ้นมาก็เห็นอะไรสวยๆคุ้มค่าที่อุตส่าห์ปีนมา



จากตรงนี้มองเห็นเจดีย์ซีนพยูแมด้วย อยู่ไม่ไกลมากเดี๋ยวก็เดินไปได้




มองลงไปข้างล่าง



ข้างๆเจดีย์มีขายพวกเครื่องดื่มเย็นๆ น้ำมะพร้าว ราคา ๑๕๐๐ จ๊าดแพงมาก





หลังจากชมเจดีย์ร้างแห่งนี้เสร็จเราก็เดินต่อไปยังเป้าหมายต่อไป ระหว่างทางมีผ่านพวกวัดเล็กๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้แวะเพราะไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ



มาถึงเป้าหมายถัดไปนั่นคือระฆังมีนกูน (
မင်းကွန်းခေါင်းလောင်းတော်ကြီးmingun haung laung daw kyi) ซึ่งอยู่ภายในศาลานี้



ระฆังนี้เป็นระฆังขนาดใหญ่ สร้างในปี 1810 เสร็จในปี 1812 สูง ๓.๖๖ เมตร



สามารถเข้าไปภายในระฆังได้ด้วย ด้านในมีรอยขีดเขียนอยู่เต็มไปหมด



จากด้านในมองขึ้นไปยังส่วนยอดของระฆัง



ระหว่างทางเจอรถวัวด้วย ถ้าเดินไม่ไหวสามารถใช้บริการพวกนี้ได้ แต่ว่าระยะทางไม่ไกลมากสามารถเดินไปได้ ดังนั้นจึงไม่เห็นใครจ้างรถวัวเลย





แล้วก็เดินมาจนถึงเจดีย์ซีนพยูแม



เป็นเจดีย์สีขาวที่สวยมากจริงๆ




เดินขึ้นมาชั้นบน




เจดีย์ขาวกับเมฆขาว ดูแล้วเข้ากันได้อย่างสวยงาม




เดินต่อขึ้นไปได้อีกจนถึงเจดีย์ส่วนด้านบนสุด



จากตรงนี้สามารถมองออกไปเห็นเจดีย์มีนกูนปะโทดอจีได้อีกมุม



เรานั่งพักอยู่ในนั้นสักพักแล้วก็ออกมา



ระหว่างทางที่เดินกลับเห็นเจดีย์เล็กๆริมฝั่งน้ำก็เลยแวะไปเดินเล่นสักหน่อยก่อนกลับถึงท่าเรือ




เสร็จแล้วเดินกลับมาถึงท่าเรือ เราซื้อชาเขียวลิ้นจี่ ๕๐๐ จ๊าด ดับกระหายสักหน่อยก่อนที่จะขึ้นเรือ



จากนั้นขึ้นเรือ ครั้งนี้นั่งอยู่ด้านใน ไม่นั่งบนดาดฟ้ากันแล้วเพราะแดดแรง




กลับมาถึงมัณฑะเลย์ จากนั้นก็นั่งแท็กซีกลับโรงแรม จ่ายอีก ๖๐๐๐ จ๊าด


จากนั้นเราก็ไปที่ร้านรับแลกตังค์เพื่อจะไปแลกเงินจ๊าดคืนเป็นเงินดอล ตอนแรกไปที่ธนาคารแล้วเห็นว่าเขาไม่มีธนบัตรใหญ่ มีให้ใหญ่สุดคือ ๑๐ ดอล ดังนั้นจึงถามเขาว่ามีที่ไหนที่สามารถแลกธนบัตรหน่วยใหญ่กว่านี้ได้มั้ย เขาก็แนะนำให้ไปที่ร้านรับแลกตังค์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล

ร้านที่ว่านั้นอยู่ข้างๆสถานีรถไฟของเมืองมัณฑะเลย์นี้เอง ชื่อร้านเธนยะดะนา (သိန်းရတနာthein yadanar
) พนักงานข้างในพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนเป็นอย่างดี แถมยังมีคนนึงพูดไทยได้ด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาเลยทีเดียว เราคุยกับเขาเป็นไทยปนจีน



แลกเงินคืน ๕๒ ดอล อัตราแลกตอนนี้อยู่ที่ ๑๒๓๗ จ๊าดต่อดอล พอคูณแล้วก็ต้องใช้เงินไป ๖๔๓๒๔ จ๊าด แต่ที่จ่ายไปจริงๆคือ ๖๔๓๐๐ จ๊าด
พอแลกแล้วก็ยังเหลือเงินจ๊าดอยู่อีกจำนวนหนึ่ง เก็บไว้ใช้ตอนเย็นนี้ถ้าเหลือค่อยไปแลกที่สนามบินอีกที

หลังจากเสร็จแล้วเราเดินผ่านห้างยะดะนาโบนฝั่ง Skywalk ซึ่งเป็นฝั่งที่ร้างดูอีกที แล้วก็แวะไปส่วนที่เป็นตลาดชั้น ๑ ด้วย ภาพทั้งหมดลงให้เห็นไปแล้วในตอนของเมื่อ ๒ วันก่อน



จากนั้นกลับมาโรงแรมนั่งพักจนถึงเย็นแล้วก็กลับไปยัง Diamond Plaza เพื่อกินอาหารร้านเดียวกับเมื่อวานอีก


วันนี้สั่งข้าวผัดสัปปะรด ราคา ๒๕๐๐ จ๊าด อร่อยมาก



เสร็จแล้วก็ลงไปชั้นล่างซื้อขนมมาเพิ่มเติมอีกหน่อยกลับบ้าน นี่เป็นคุกกี้กล้วยไม้ ๙๕๐ จ๊าด





แล้วก็กลับมาโรงแรมอีกที จากนั้นรอจนถึงทุ่มครึ่งกว่าก็ออกไปอีกเพื่อไปชมการแสดงพื้นบ้านอีกชุดหนึ่ง คราวนี้เป็นแนวต่างจากที่ไปดูเมื่อ ๒ วันก่อน โรงละครตั้งอยู่บนถนนสาย ๓๙ ในบริเวณระหว่างถนนสาย ๘๐ ถึง ๘๑ ชื่อคณะแสดง Moustache Brothers


การแสดงของที่นี่คือการแสดงการเต้นพื้นบ้านควบคู่ไปกับการแสดงตลกล้อเลียนเสียดสีการเมือง นักแสดงหลักมีอยู่ ๓ คน ชื่อปาปาเล ลูมอ และ ลูซอ โดยปาปาเลกับลูมอเป็นพี่น้องกันและไว้หนวดทั้งคู่จึงเป็นที่มาของชื่อคณะ แต่ว่าตอนนี้ปาปาเลเสียชีวิตลงไปแล้วจึงเหลือแค่ลูมอกับลูซอและสมาชิกคนอื่นๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในครอบครัว


การแสดงเริ่มทุกวันเวลาสองทุ่มครึ่ง ค่าชมคือ ๑๐๐๐๐ จ๊าด

เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากเกินไปเราจึงเดินมา ใช้เวลาสักพักในที่สุดก็ถึง



เมื่อเรามาถึงการแสดงก็ใกล้เวลาแล้ว เห็นฝรั่งกลุ่มหนึ่งนั่งรออยู่แล้ว



ภายในห้องแสดงมีพวกรูปถ่ายต่างๆติดอยู่จำนวนมาก แสดงถึงผลงานที่ผ่านๆมาของคณะนี้





แล้วการแสดงก็เริ่มขึ้น ในการแสดงนั้นเวลาเขาพูดถึงประเทศตัวเองเขาจะพยายามเน้นใช้คำว่า บามา (
ဗမာ) ซึ่งเป็นชื่อเก่าของประเทศ ซึ่งก็คือคำว่า "พม่า" ในภาษาไทย หรือที่แผลงเป็น Burma ในภาษาอังกฤษ เขาบอกว่าชื่อเมียนมา (မြန်မာ) เป็นชื่อที่รัฐบาลเปลี่ยนให้ใหม่ เขาไม่ชอบใช้มัน แต่จริงๆแล้วทั้งสองชื่อนี้ต่างก็เป็นชื่อที่ถูกใช้ในภาษาพม่ามาแต่ไหนแต่ไรเหมือนกัน





อย่างไรก็ตาม เรามีความรู้สึกว่าภาพที่อยู่บนจอทีวีด้านขวาได้ดึงดูดความสนใจของผู้ชมไปจากการแสดงของเขาไม่มากก็น้อย





การแสดงจบลง พวกเราเดินกลับโรงแรม ระหว่างทางได้แวะถ่ายภาพเมืองมัณฑะเลย์ยามค่ำคืนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะลาจากไปแล้ว



ทางรถไฟยามค่ำคืน



เรากลับโรงแรมไปพักผ่อน คืนนี้มีเวลาเล่นเกมต่อไปอีกเล็กน้อย ถึงตรงที่อาช่าได้หนังสือที่ตามหาแล้ว จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาหาโอดีเลีย ตอนนี้สามารถชวนโอดีเลียมาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางได้แล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20150819



และนี่ก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เปิดเกมนี้ขึ้นมาเล่นในพม่า ที่เหลือค่อยกลับไปเล่นต่อ แต่ก็ต้องเว้นช่วงไปอีกระยะเพราะกลับไปถึงมีอะไรต้องสะสางอีกเยอะ

แล้วการเที่ยวทุกอย่างก็จบลงตามแผน วันรุ่งขึ้นจะเดินทางกลับแล้ว เรื่องเล่าเหลือแค่ตอนสุดท้ายแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20150926



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> พม่า

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ตัวอักษรกรีกและเปรียบเทียบการใช้งานในภาษากรีกโบราณและกรีกสมัยใหม่
ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

บทความแต่ละเดือน

2023年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2022年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2021年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2020年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

2019年

1月 2月 3月 4月
5月 6月 7月 8月
9月 10月 11月 12月

ค้นบทความเก่ากว่านั้น

ไทย

日本語

中文