ไทย

日本語

中文

φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
เขียนเมื่อ 2013/01/18 00:10
#พฤหัส 17 ม.ค. 2013

ในที่สุดก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเขาบ้างสักทีหลังจากที่เคยวางแผนจะไปหลายครั้งแต่ก็ยกเลิกไป ครั้งนี้ในที่สุดก็ได้ไปจริงๆแล้ว


อย่างเมื่อปีที่แล้วเราเคยวางแผนจะไปญี่ปุ่น ช่วงเวลาเดียวกับตอนนี้เลย และยังถึงขั้นทำวีซาเตรียมไว้แล้วด้วย ดังที่เล่าไปในหน้า https://phyblas.hinaboshi.com/20111118

แต่สุดท้ายก็พบว่าไม่พร้อมอะไรหลายอย่างก็เลยเปลี่ยนแผนเป็นไปเที่ยวหางโจวแทน ก็เลยได้เขียนบันทึกการท่องเที่ยวในหางโจวแทน https://phyblas.hinaboshi.com/20120827

แต่ครั้งนี้ในที่สุดก็ได้ไปจริงๆแล้ว แผนเที่ยวครั้งนี้เริ่มวางมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อนหน้า ซึ่งเพื่อนที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเริ่มออกปากชวนให้ไปเที่ยวตอนช่วงปิดเทอมฤดูหนาว ซึ่งหลังจากค่อยๆหาข้อมูลและวางแผนมาเรื่อยๆ

จนออกมาเป็นแผนเที่ยว ๑๒ วัน คือตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 28 มกราคม โดยพักกับเพื่อนที่เกียวโตเป็นหลัก ซึ่งไม่ต้องเสียค่าที่พัก และก็แค่มีไปพักตามโรงแรมตามสถานที่ที่ไปเที่ยวในบางคืน จึงประหยัดได้มาก

เนื่องจากที่พักอยู่เกียวโต ดังนั้นสถานที่ที่ไปส่วนใหญ่จึงอยู่ในภูมิภาคคันไซ โดยใช้เกียวโตเป็นศูนย์กลาง ทุกวันเที่ยวแบบวันเดียวกลับ และตกเย็นต้องกลับมานอนบ้านเพื่อนที่เกียวโต เป็นลักษณะแบบนี้


ส่วนเป้าหมายว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้างขอเก็บไว้พูดภายหลัง บอกหมดตั้งแต่แรกเดี๋ยวจะไม่สนุก



ในเที่ยวนี้เรานั่งเครื่องบินสายการบินไทยรอบ TG622 ออกจากสุวรรณภูมิ 23:15 วันที่ 16 และไปถึงสนามบินนานาชาติคันไซ (関西国際空港) ในตอนเช้าเวลา 6:25 วันที่ 17

ภาพที่สุวรรณภูมิตอนกำลังขึ้นเครื่อง



และแล้วก็ลงจอดที่สนามบินนานาชาติคันไซตอนเช้า พอลงจากรถก็ต้องนั่งรถไฟฟ้าภายในสนามบินเพื่อไปยังบริเวณตรวจคนเข้าเมือง



ตรวจคนเข้าเมือง เสียเวลาไปพอสมควรเนื่องจากแถวยาว แล้วเราลืมนำบัตรที่ต้องกรอกข้อมูล เลยต้องเข้าแถวใหม่อีกรอบ กว่าจะผ่านไปได้ก็พบว่ากระเป๋าที่โหลดขึ้นเครื่องเหลือเป็นใบสุดท้ายแล้ว





สนามบินนานาชาติคันไซ (関西国際空港, คันไซโคกุไซคูโกว) เป็นสนามบินขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลในบริเวณจังหวัดโอซากะ (大阪府) โดยกินพื้นที่ในอาณาเขตของเมืองถึง ๓ เมือง คือเมืองอิซึมิซาโนะ (泉佐野市), เมืองทาจิริ (田尻町) และเมืองเซนนัง (泉南市)

โดยเกาะที่ตั้งนี้สร้างขึ้นมาจากการถมพื้นดินบริเวณนอกชายฝั่งของสามเมืองนี้ ตัวเกาะเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่โดยสะพานเชื่อมต่อสนามบินแห่งชาติคันไซ (関西国際空港連絡橋, คันไซโคกุไซคูโกวเรนรากุเกียว) หรือเรียกด้วยชื่อเล่นว่าสกายเกตบริดจ์อาร์ (スカイゲートブリッジR) ซึ่งยาว ๓๗๕๐ เมตร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองอิซามิซาโนะ สะพานนี้มีทั้งรถยนต์และรถไฟวิ่ง นอกจากนั้นยังมีเรือสำหรับข้ามไปเมืองโควเบะ (神戸市)

สนามบินแห่งนี้เปิดบริการตั้งแต่ปี 1994 และได้มาแทนสนามบินนานาชาติโอซากะ (大阪国際空港, โอซากะโคกุไซคูโกว) ซึ่งเล็กกว่าและแออัด ปัจจุบันเปลี่ยนมาให้บริการในประเทศเป็นหลัก

แต่ว่าสนามบินนานาชาติคันไซนั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองโอซากะมาก ห่างไปประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าชั่วโมงเพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองโดยรถไฟ

ปกติทางรถไฟในญี่ปุ่นจะแบ่งออกเป็นสองชนิด คือทางรถไฟของ JR (Japan Railways) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นเครือข่ายทางรถไฟขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทั่วประเทศ รวมทั้งชิงกันเซงก็เป็นของ JR เท่านั้น

กับทางรถไฟของบริษัทเอกชนท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่หลากหลายบริษัทตามแต่ท้องถิ่นต่างๆ แต่ละบริษัทมมีทางรถไฟอยู่แค่ในบริเวณหนึ่งเล็กๆเท่านั้น เมื่อสุดเขตก็ต้องเปลี่ยนไปใช้บริการรถไฟอีกเขตแทนต่อ

โดยในหลายพื้นที่จะพบว่ามีทางรถไฟของทั้ง JR และของบริษัทเอกชนท้องถิ่นอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็มักจะไม่ใช่เส้นทางเดียวกันซะทีเดียว แต่บางทีก็แล่นคู่ขนานกันในบริเวณใกล้ๆกันเพื่อกระจายตำแหน่งสถานีให้ทั่วถึง

ทางรถไฟที่เชื่อมต่อกับสนามบินคันไซแห่งนี้ก็เองก็มีทั้งทางรถไฟของ JR และของบริษัทเอกชนท้องถิ่น ซึ่งมีชื่อว่าทางรถไฟไฟฟ้านังไก (南海電気鉄道, นังไกเดงกิเทตสึโดว) เป็นทางรถไฟในเส้นทางระหว่างเมืองโอซากะกับเมืองวากายามะ (和歌山市) ซึ่งสนามบินคันไซอยู่ในระหว่างเส้นทางนี้พอดี

ทางรถไฟทั้งสองสายนี้ไม่ได้วิ่งเส้นทางเดียวกัน

JR มีรถด่วนที่เร็วที่สุดคือรถด่วนพิเศษฮารุกะ (特急はるか, ทกกิวฮารุกะ) ซึ่งก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงสถานีชินโอซากะ (新大阪駅) ซึ่งเป็นสถานีหลักสำหรับขึ้นรถไฟชิงกันเซงของโอซากะ และถ้าจะเดินทางไปเกียวโตก็ต้องใช้เวลาประมาณ ๘๐ นาที

รถไฟของนังไกเองก็มีรถด่วนเช่นกัน แต่จะไปลงสุดสายที่สถานีนัมบะ (難波駅) ซึ่งก็เป็นย่านในกลางเมืองที่สำคัญ และถ้าจะไปเกียวโตก็ต้องนั่งรถต่อไปอีก ไม่มีรถด่วนต่อเดียวถึงอย่างฮารุกะ จึงไม่สะดวกเท่า สำหรับคนที่ต้องการไปเกียวโต

แผนที่แสดงทางรถไฟบริเวณรอบๆสนามบินนานาชาติคันไซ จากเว็บ http://maps.loco.yahoo.co.jp/maps
โดยทางรถไฟของ JR จะแสดงด้วยเส้นประ (สีน้ำเงินคือชิงกันเซง) ส่วนของบริษัทเอกชนท้องถิ่นแสดงด้วยเส้นทึบสีเทา (บางส่วนที่ซ้อนทับกันก็จะไม่เห็นเส้นสีเทา) ส่วนเส้นสีๆคือรถไฟใต้ดิน สนามบินตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆตรงกลาง ทางใต้เป็นจังหวัดวากายามะ ส่วนทางเหนือเป็นจังหวัดโอซากะ
ที่เห็นสายรถไฟตัดกันยุ่งๆนั่นคือบริเวณใจกลางเมืองโอซากะซึ่งมีเครือข่ายรถไฟใต้ดินระโยงระยางอย่างทั่วถึง



แผนที่จังหวัดโอซากะ สีม่วงเข้มคือเขตเมืองโอซากะ เกาะสนามบินจะเห็นอยู่ด้านล่าง เป็นเกาะที่แบ่งออกเป็นสามส่วนเพราะอยู่บนอาณาเขตของสามเมือง




สำหรับคนที่คิดจะเที่ยวในแถบภูมิภาคคันไซซึ่งมีโอซากะกับเกียวโตเป็นศูนย์กลาง มีบัตรรถไฟที่น่าสนอยู่สองชนิด ซึ่งใช้ได้เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น เมื่อใช้แล้วจะนั่งรถไฟได้ไม่จำกัดภายในช่วงวันที่กำหนดอย่างคุ้มสุดๆ

ชนิดแรกคือ JR west rail pass ซึ่งเอาไว้ใช้บริการรถไฟของ JR ภายในภูมิภาคแถบนี้ แบ่งออกเป็น ๓ ชนิด คือ Kansai area passKansai WIDE area pass และ Sanyō area pass
รายละเอียดอ่านใน http://www.westjr.co.jp/global/en/travel-information/pass

และอีกชนิดคือ Kansai thru pass ซึ่งเอาไว้ใช้รถไฟเอกชนท้องถิ่นหลายแห่งในบริเวณย่านนี้ และยังใช้รถไฟใต้ดินและรถเมล์ในเมืองได้ด้วย
รายละเอียดอ่านใน http://www.surutto.com/tickets/kansai_thru_english.html

แต่ไม่มีบัตรรถไฟไหนที่ใช้ได้ทั้ง JR และทางรถไฟเอกชนท้องถิ่น จะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าจะไปไหน ต้องดูเส้นทางให้ดี

สำหรับเราในครั้งนี้ซึ่งมาเที่ยว ๑๒ วัน ได้อยู่ในแถบคันไซถึง ๗ วัน ดังนั้นจึงซื้อ Kansai WIDE area pass แบบ ๔ วัน และ Kansai thru pass แบบ ๓ วันใช้กำลังดี

นี่คือบัตร Kansai thru pass ซึ่งซื้อมาราคา ๕๐๐๐ เยน ใช้ได้ ๓ วัน โดยวันที่ใช้ไม่ต้องต่อเนื่องก็ได้ สามารถขึ้นรถไฟเอกชนท้องถิ่นในแถบคันไซได้เกือบทั้งหมด และยังนั่งพวกรถไฟฟ้าและรถเมล์บางแห่งได้ด้วย บัตรเป็นลักษณะบัตรบางๆ เวลาใช้ก็เอาไปหยอดใส่ช่องตรวจตั๋วเหมือนกับบัตรรถไฟฟ้าทั่วไป แต่ถ้าจะขึ้นพวกรถด่วนต้องเสียตังเพิ่ม



ส่วนนี่คือบัตร Kansai WIDE area pass ซื้อมาราคา ๗๐๐๐ เยน ใช้ได้ ๔ วัน โดยต้องใช้ต่อเนื่องติดกัน เวลาซื้อต้องบอกวันที่เขาให้แน่ว่าจะเริ่มใช้วันไหน สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR ในแถบคันไซได้เกือบทั้งหมด รวมถึงรถด่วน และชิงกันเซงด้วย ลักษณะเป็นบัตรใบใหญ่ เอาไว้ใช้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูเพื่อเข้าช่องพิเศษ ไม่ได้ใช้หยอดใส่ช่องตรวจเหมือนอย่างของ Kansai thru pass



สำหรับวันแรกนี้เพื่อความสะดวกเราเลือกใช้ Kansai thru pass ในการเดินทาง โดยเลือกใช้แบบ ๓ วัน ซึ่ง ๓ วันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง ใช้วันเว้นหลายวันก็ได้ ซึ่งจะต่างจาก JR west rail pass ซึ่งต้องใช้ต่อเนื่อง



ก่อนจะออกเดินทางเราต้องฝากสัมภาระไว้ที่นี่ก่อนเพื่อจะไปเที่ยววากายามะก่อน แล้วค่อยแวะกลับมาเอากระเป๋าแล้วมุ่งสู่เกียวโตหาเพื่อนตามแผน

ซึ่งภายในสถานีจะมีตู้สำหรับฝากสัมภาระอยู่ ซึ่งต้องเสียเงินค่าฝากมากน้อยตามขนาดของสัมภาระ



เนื่องจากสัมภาระเยอะ เราเลยเลือกตู้ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องจ่ายค่าฝากถึง ๖๐๐ เยน



วิธีการใช้คือก่อนอื่นหาตู้ที่ยังว่างอยู่แล้วเอาของเข้าไปวางไว้ในตู้ จากนั้นก็ปิดประตู แล้วหยอดเหรียญลงไปในตู้จนครบราคา เสร็จแล้วก็บิดกุญแจเพื่อล็อกแล้วก็เอากุญแจออกมา เท่านี้ก็เรียบร้อย เหรียญสามารถแลกได้ใกล้ๆ

แล้วพอจะเอาของคืนก็แค่เอากุญแจอันนี้มาเปิด แต่ต้องระวังว่าเมื่อเปิดแล้วถ้าจะปิดใหม่ก็ต้องเสียเงินอีกที

บรรยากาศภายในสนามบิน มีพวกร้านขายของที่ระลึกมากมาย




แล้วก็มีศูนย์อาหาร มีของกินเพียบเลย ในบริเวณนี้มีห้องน้ำอยู่ด้วย ไปลองเข้าห้องน้ำของที่นี่มาแล้ว มีที่ฉีดแบบอัตโนมัติอย่างที่เขาร่ำลือกันจริงๆ น่าใช้ทีเดียว (แต่ไม่ได้ถ่ายมาหรอก จะให้เอากล้องมาถ่ายห้องน้ำก็ดูกระไรอยู่)



เมื่อพร้อมแล้วก็เดินออกจากบริเวณสนามบิน ประตูนี้เชื่อมไปสู่บริเวณที่ขึ้นรถไฟ



นี่คือที่ขายตั๋วของรถไฟ JR สามารถเข้าไปซื้อ JR west rail pass ชนิดต่างๆได้ที่นี่



ส่วนนี่คือที่ขายตั๋วของรถไฟนังไก สามารถซื้อ Kansai thru pass รวมถึงบัตรอะไรอีกหลายอย่างได้ที่นี่



ที่ขึ้นรถไฟของ JR และนังไกนั้นอยู่ติดกันเลย อันนี้ของนังไกอยู่ทางขวา



และของ JR อยู่ทางซ้าย



สำหรับครั้งนี้เราขึ้นของนังไก

สถานีรถไฟของที่นี่เรียกว่าสถานีสนามบินคันไซ (関西空港駅, คันไซคูโกวเอกิ)

รถไฟที่ออกจากที่นี่ทั้งหมดจะมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่สถานีนัมบะ (難波駅) ใจกลางเมืองโอซากะ



บรรยากาศบนรถไฟ ที่นี่เป็นต้นสายรถก็เลยจอดรออยู่ต้องรอสักพักถึงจะออก



ระหว่างที่รออยู่มีฝรั่งคนหนึ่งขึ้นมาแล้วเขาก็ถามว่ารถคันนี้ใช่ไปนัมบะมั้ย ถามเป็นภาษาอังกฤษ ไอ้เราก็ไม่คิดว่าอยู่ดีๆจะมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษที่นี่ แต่ก็ตอบไปง่ายๆว่า เยส ดีสเทรนโกทูนัมบะ จากนั้นเขาก็ขอบคุณแล้วก็ไปนั่ง นี่น่าจะเป็นภาษาอังกฤษประโยคเดียวที่เราได้พูดตลอดเที่ยวนี้

พูดถึงเรื่องภาษาแล้ว หลายคนเคยบอกมาว่าคนที่นี่พูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ แม้จะพูดอังกฤษกับเขาเขาก็จะพยายามตอบกลับเป็นญี่ปุ่น แต่ที่เราเจอส่วนใหญ่ในสนามบินหรือย่านท่องเที่ยวดังๆที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะนี่ตรงกันข้ามเลย พอเขารู้ว่าเป็นชาวต่างชาติก็คุยเป็นภาษาอังกฤษมาเลย ตอบเขาเป็นภาษาญี่ปุ่นเขาก็ยังจะพูดภาษาอังกฤษต่อ แต่เราก็ชินกับอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นแล้ว ไม่มีปัญหานัก


รอไม่นานรถไฟก็ออกแล้วมุ่งหน้าข้ามทะเลไปยังแผ่นดินใหญ่ สถานีที่อยู่ถัดมาจากสนามบินก็คือสถานีริงกูทาวน์ (りんくうタウン) ซึ่งคำว่าริงกูมาจากคำว่า ริง (臨) ซึ่งแปลว่าหันหน้าเข้า กับคำว่า คู (空) ซึ่งย่อมาจาก คูโกว (空港) ซึ่งแปลว่าสนามบิน ส่วนทาวน์เป็นภาษาอังกฤษ แปลโดยรวมก็หมายถึงเมืองที่หันเข้าสู่สนามบิน นั่นเพราะย่านนี้เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับสนามบินมากที่สุด สถานีนี้ไม่ว่ารถไฟของ JR หรือของนังไกก็ต้องผ่านเช่นเดียวกัน



แล้วก็มาถึงสถานีอิซึมิซาโนะ (泉佐野駅) ซึ่งเป็นสถานีจุดเปลี่ยนรถไฟ สำหรับคนที่ต้องการไปวากายามะต้องมาเปลี่ยนรถไฟที่นี่



แต่ถ้าเป็นรถไฟของ JR จะเริ่มแยกไปคนละเส้นทาง ไม่มาที่สถานีนี้ แต่จะไปที่สถานีฮิเนโนะ (日根野駅) ซึ่งก็เป็นจุดเปลี่ยนรถไฟในลักษณะเดียวกัน

รถไฟขบวนต่อไปจะมาตอน 8:34 ต้องรอสักพัก



แล้วรถไฟก็มา จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่เมืองวากายามะต่อไป



สำหรับตอนนี้ก็ตัดจบเพียงเท่านี้ หน้านี้เป็นเพียงแค่บทนำโหมโรงก่อนการเดินทางที่แท้จริงจะเริ่มเท่านั้น

ตอนหน้าจะเป็นเรื่องราวการเที่ยวในเมืองวากายามะ ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่ได้ไปเที่ยว ติดตามอ่านกันต่อได้ https://phyblas.hinaboshi.com/20130122




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

-----------------------------------------

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> โอซากะ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

~ เกี่ยวกับเรา ~

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่ายประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด


ติดตามอัพเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  บทความล่าสุด

โทวจิมโบว หน้าผาสวยงามอันเป็นแหล่งฆ่าตัวตายยอดนิยม
เดินข้ามสะพานแดงไปชมเกาะโอชิมะ เกาะเล็กๆบนทะเลญี่ปุ่น
เที่ยวตอนเหนือของจังหวัดฟุกุอิ เริ่มต้นจากสถานีอาวาระอนเซง
เดินเล่นยามเช้าในเมืองโคมัตสึ
เดินเที่ยวแถวสถานีโคมัตสึยามค่ำคืนและเข้าพักในโฮสเทล

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
บ้านเก่าของจางเสวียเหลียงในเทียนจิน
เที่ยวจิ่นโจว ๓ วัน ๒ คืน 23 - 25 พ.ค. 2015
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เที่ยวฮ่องกงในคืนคริสต์มาสอีฟ เดินทางไกลจากสนามบินมาทานติ่มซำอร่อยโต้รุ่ง
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

บทความแต่ละเดือน

2018

1 2 3 4
5 6 7 8
9 10 11 12

2017

1 2 3 4
5 6 7 8
9 10 11 12

2016

1 2 3 4
5 6 7 8
9 10 11 12

2015

1 2 3 4
5 6 7 8
9 10 11 12

2014

1 2 3 4
5 6 7 8
9 10 11 12

ค้นบทความเก่ากว่านั้น