φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



สะพานคินไตและปราสาทอิวากุนิ สะพานโค้งสวยและปราสาทบนเขา
เขียนเมื่อ 2013/04/23 02:17
#พฤหัส 24 ม.ค. 2013

เข้าสู่เช้าวันที่ ๘ ของการเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่น และเป็นวันที่ ๒ ของการเที่ยวฮิโรชิมะ

หลังจากที่เมื่อคืนเดินทางมาเข้าพักที่ฮิโรชิมะ https://phyblas.hinaboshi.com/20130419

วันนี้เราจะออกเดินทางไปเที่ยวเมืองข้างๆก่อน แล้วค่อยกลับมาเที่ยวในเมืองฮิโรชิมะจริงๆอีกที



สถานที่ที่จะไปเที่ยวตอนเช้านี้คือสะพานคินไต (錦帯橋, คินไตเกียว) และปราสาทอิวากุนิ (岩国城, อิวากุนิโจว) ซึ่งไม่ได้อยู่ในจังหวัดฮิโรชิมะ แต่อยู่ในจังหวัดข้างๆ คือจังหวัดยามางุจิ (山口県)



สถานที่เที่ยวอยู่ในเมืองอิวากุนิ (岩国市) ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ติดกับจังหวัดฮิโรขิมะ เดินทางจากฮิโรชิมะไปใกล้กว่าจากเมืองยามางุจิเสียอีก ดังนั้นคนที่มาเที่ยวฮิโรชิมะจึงนิยมแวะมาเที่ยวสะพานคินไตด้วย

สะพานคินไตเป็นสะพานที่สวยงามขึ้นชื่อมาก ลักษณะสะพานเป็นสะพานโค้งที่มี ๕ โค้งต่อเนื่องกันไป มีฐานสะพานอยู่ระหว่างโค้งแต่ละโค้ง รวมแล้วยาว ๑๙๓.๓ เมตร กว้าง ๕ เมตร เป็นสะพานข้ามแม่น้ำนิชิกิ (錦川, นิชิกิงาวะ) ซึ่งเป็นแม่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดยามางุจิ ทิวทัศน์ธรรมชาติบริเวณรอบๆสะพานนี้สวยงามมาก

สะพานนี้เชื่อมระหว่างปราสาทอิวากุนิกับเขตตัวเมืองอิวากุนิ โดยปราสาทอิวากุนินี้ถูกสร้างขึ้นบนภูเขาโยโกยามะ (横山) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขตตัวเมือง

ปราสาทอิวากุนิถูกสร้างขึ้นในปี 1615 สมัยเอโดะ เป็นปราสาทของผู้ปกครองแคว้นอิวากุนิ (岩国藩) ซึ่งเป็นชื่อเรียกเขตการปกครองซึ่งคือเขตเมืองอิวากุนิในปัจจุบัน รวมถึงบริเวณรอบๆ

ส่วนสะพานคินไตนั้นถูกสร้างขึ้นมาภายหลัง ในปี 1673 โดยผุ้ครองแคว้นอิวากุนิรุ่นที่สาม คิกกาวะ ฮิโรโยชิ (吉川広嘉) โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบสะพานนี้มาจากสะพานข้ามทะเลสาบซีหู (西湖) ในเมืองหางโจว (杭州市) มณฑลเจ้อเจียง (浙江省) ประเทศจีน

เกี่ยวกับทะเลสาบซีหูเคยเล่าถึงไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20120222

สะพานนี้แรกกสุดเมื่อถูกสร้างเสร็จได้แค่ปีเดียวก็เจอน้ำท่วมพังไป จึงมีการสร้างใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม หลังจากนั้นก็อยู่มาได้อีกนาน แต่ในปี 1950 ก็โดนพายุไต้ฝุ่นเลยพังไปอีกรอบ หลังจากนั้นจึงมีการสร้างใหม่ขึ้นมาแทนอีก เสร็จในปี 1953

ส่วนปราสาทอิวากุนิที่เห็นอยู่บนเขาในปัจจุบันนี้ก็เป็นของที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากคอนกรีตเสริมเหล็กในปี 1962 แทนของเก่าที่พังไปแล้ว

ปัจจุบันสะพานคินไตกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะกลายเป็นจุดชมซากุระขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง ตัวสะพานนั้นให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามได้



แผนที่จังหวัดยามางุจิ แสดงตำแหน่งเมืองอิวากุนิเป็นสีชมพูเข้ม จะเห็นว่าอยู่ติดกับจังหวัดฮิโรชิมะเลย




เมืองอิวากุนินี้มีถูกนำมาใช้เป็นฉากในอนิเมะด้วย คือเรื่อง リーンの翼 (rean no tsubasa) เป็นอนิเมะเรื่องสั้นๆ ๖ ตอนที่ฉายเมื่อปี 2005



นี่คือภาพสะพานคินไตซึ่งปรากฏในอนิเมะ เป็นฉากที่สะพานกำลังจะถูกไฟเผา เห็นแล้วเสียดายแทนเลยถ้าสะพานสวยๆแบบนี้ต้องถูกเผาทำลาย






นอกจากนี้สะพานคินไตนี้ถูกใช้เป็นฉากของละครไทยเรื่องฟ้ากับตะวันที่ฉายทางช่อง itv เมื่อนานมาแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างมั่วตรงที่ในเรื่องบอกว่า สะพานคินไตอยู่ในฮิโรชิมะ และพระเอกนางเอกสามารถเดินทางไปกลับระหว่างที่นี่กับบ้านที่อยู่ฮิโรชิมะได้ เป็นว่าเล่น ทั้งที่ความจริงต้องใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง

อนึ่ง เกี่ยวกับละครเรื่องนี้ ถ้าจะให้เราจับผิดจริงๆมีจุดผิดให้พูดถึงได้อีกเต็มไปหมด ใครที่ได้มาเที่ยวฮิโรชิมะจะรู้ว่าอะไรหลายอย่างในละครมันไม่สมจริงเลย



วันนี้เรารีบตื่นแต่เช้า แล้วรีบไปเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม แต่เนื่องจากยังเช้ามาก จึงยังไม่มีพนักงานมาประจำเคาน์เตอร์ แต่ว่าสามารถเช็กเอาต์ได้ไม่มีปัญหา แค่เอากุญแจไปวางคืนใส่ไว้ในกล่องก็พอ เสร็จแล้วก็สามารถออกจากโรงแรมไปได้เลย



แล้วเราก็ไปยังสถานีเพื่อขึ้นรถไฟ



อาหารเช้าวันนี้คือขนมปังไส้ทงคัตสึ ราคา ๑๒๐ เยน ซื้อในร้านสะดวกซื้อในสถานี



แต่แล้วก็เจอปัญหาเมื่อเราขึ้นรถไฟผิดขบวน แม้จะวิ่งไปทิศทางเดียวกัน แต่รถไฟที่เราขึ้นเป็นรถไฟที่วิ่งไปสุดแค่สถานีอิตสึไกจิ (五日市駅) เท่านั้น



สถานีอิตสึไกจิตั้งอยู่ในเขตซาเอกิ (佐伯区) เป็นเขตทางตะวันตกสุดของฮิโรชิมะ สมัยก่อนบริเวณนี้เป็นเมืองอิตสึไกจิ (五日市町) แต่ปัจจุบันถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองฮิโรชิมะแล้วตั้งแต่ปี 1985 แต่ชื่อสถานีก็ยังใช้ชื่อเดิมอยู่

เมื่อรถไฟสุดแค่นี้เราก็เลยต้องลงที่สถานีนี้แล้วไปรอรถไฟเที่ยวต่อไปที่จะเลยไปถึงอิวากุนิได้ ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เราเสียเวลา เพราะถ้าไม่รีบขึ้นรถไฟนี้มาลงที่นี่ก็ต้องรอรถไฟที่สถานีฮิโรชิมะต่อไปอยู่ ดี ซึ่งก็คือขบวนเดียวกันถึงสถานีอิวากุนิเวลาเดียวกัน

รถไฟที่เรานั่งนี้ออกจากสถานีฮิโรชิมะเวลา 7:15 แล้วไปถึงสถานีอิตสึไกจิเวลา 7:31 จากนั้นเราก็รอรถเที่ยวที่จะไปต่อถึงอิวากุนิ ซึ่งมาเวลา 7:40 แต่ถ้าเราไม่ได้มารอที่นี่เราก็ขึ้นรถไฟขบวนนี้จากสถานีฮิโรชิมะเวลา 7:24 ได้

พอขึ้นมาพบว่าคนแน่นเต็มรถไฟ ไม่มีที่นั่งเลย



แต่พอเวลาผ่านไปคนก็บางตาลงเรื่อยๆ จนเริ่มมีที่นั่ง



แล้วก็ถึงอิวากุนิเวลา 8:18




จุดรอรถเมล์



สำหรับรถเมล์ของสะพานคินไตนั้นมีตั๋วพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ตั๋วรถเมล์ไปกลับสะพานคินไตราคา ๔๘๐ เยน ที่จริงก็ราคาเท่าค่าโดยสารไปกลับธรรมดา เพียงแต่ตั๋วมีรุปสวยใช้เป็นที่ระลึกได้ และมีแผนที่ให้ดูด้วย



แล้วรถที่จะต้องนั่งก็มาถึง



แล้วเราก็นั่งรถมาถึงสะพานคินไต ใช้เวลาประมาร ๒๐ นาที



เป็นสะพานที่สวยงามตามที่เห็นในภาพจริงๆ ไม่มีผิดหวัง



ก่อนจะไปเดินข้าม เราเดินลงไปดูตัวสะพานจากด้านล่างก่อน



มองจากด้านล่างก็สวยมาก
 



มองใต้สะพาน



ได้เวลาเดินข้ามสะพาน ตรงนี้ต้องจ่าย ๓๐๐ เยน จะได้บัตรสำหรับข้ามมา ต้องเก็บหางบัตรไว้ใช้ข้ามตอนขากลับด้วย



ทิวทัศน์ที่เห็นจากสะพานนั้นสวยงามมากเหลือจะบรรยาย





ภูเขาที่อยู่ตรงหน้านี้มีปราสาทอิวากุนิตั้งอยู่



ภาพใช้กล้องของเพื่อนถ่าย ขยายเข้าไปจนเห็นปราสาทที่อยู่ด้านบนได้ชัดเลย



ข้ามมาถึงฝั่งตรงข้ามแล้ว



แล้วเราก็เดินต่อไป เป้าหมายต่อไปคือไปขึ้นเขาเพื่อขึ้นไปยังปราสาทอิวากุนิ



ระหว่างทางเจอพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาอิวากุนิ เข้าได้ฟรี แต่ข้างในไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ



ปราสาทก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว แต่หนทางยังอีกไกล



แผนที่บริเวณนี้ จะเห็นว่าหนทางขึ้นไปยังปราสาทต้องไปอ้อมเส้นทางบนเขาด้านซ้ายไกล



ความจริงแล้วที่นี่มีรถกระเช้าสามารถใช้นั่งขึ้นไปด้านบนเขาได้โดยตรงเลย แต่ว่าช่วงที่ไปเนี่ยมันปิดอยู่พอดี ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วเพราะดูข้อมูลจากเว็บมาก่อน ก็เลยเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าจะต้องปีนเขา แต่ก็ไม่ได้สูงมาก อยู่ในระดับที่สามารถเดินได้อยู่

แล้วเราก็ค่อยๆเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เส้นทางเรียบง่ายมาก ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย




ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาทีเท่านั้นก็ไปถึงจุดที่รถกระเช้าจะมาส่งถ้านั่งรถกระเช้าขึ้นมา แสดงว่าการที่เราไม่นั่งรถกระเช้าก็แค่เสียเวลาเพิ่มขึ้น ๒๐ นาทีเท่านั้น ไม่เป็นไร เสียเวลาเพิ่มขึ้นแต่ประหยัดเงินแแถมยังได้เดินดูธรรมชาติข้างทางไปด้วย ถือว่าคุ้ม การปีนเขาก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวเหมือนกัน ดีแล้วที่วันนี้รถกระเช้าปิดพอดี



มีร้านขายพวกของกินด้วย แต่ไม่มีคนอยู่ ทุกอย่างขายด้วยเครื่องขายอัตโนมัติหมด ทั้งน้ำและไอศกรีม



มีตู้กาจาปงด้วย ไม่รู้ว่าขึ้นมาถึงนี่แล้วจะมีใครมากด



ตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่เยี่ยมมาก มาจังหวะนี้พอดีได้เห็นแสงบันไดนางฟ้าด้วย สวยงามมาก



ขยายเข้าไปที่ตัวสะพานคินไต



รูปนี้ใช้กล้องเพื่อน ขยายได้ชัดมาก เห็นคนที่เดินอยู่บนสะพานด้วย



จากตรงนี้เหลืออีกแค่ ๓๐๐ เมตรก็จะถึงปราสาทอิวากุนิ ใช้เวลาเดินแค่ ๕ นาที มีสองทางให้เลือกคือทางซ้ายเป็นทางเดินธรรมดา ทางขวาเป็นทางเดินเลียบเขา คนทั่วไปเขาแนะนำให้เดินเส้นทางทางซ้าย




ขึ้นบันไดนี้ไปก็จะถึงปราสาทอิวากุนิแล้ว



เมื่อขึ้นมาถึงก็เจอปราสาทอิวากุนิทันที



ลองถ่ายจากมุมต่างๆ สวยงามมาก





ทางเข้าปราสาท เข้าไปชมด้านในได้



ค่าเข้า ๒๖๐ ไม่แพงเกินไปก็เลยตัดสินใจเข้าไป



ภายในจัดแสดงพวกของโบราณต่างๆ




 

มีแบบจำลองสะพานคินไตอยู่ด้วย



แผนที่แสดงตำแหน่งสะพานมีชื่อเสียงทั้งหลายของญี่ปุ่น ไว้มีโอกาสก็อยากไปดูของที่อื่นบ้างเหมือนกัน



ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิว



มองทิวทัศน์จากด้านบนนี้ก็เห็นชัดสวยดี คุ้มค่าแล้วที่ขึ้นมา




แล้วก็ได้เวลาเดินลง



แต่หลังจากลงมาแล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าเรายังไม่ได้มาเดินบริเวณสวนซากุระซึ่งอยู่ริมน้ำทางฝั่งปราสาทเลย ก็เลยลงไปเดินสักหน่อย



บริเวณนี้มีต้นซากุระอยู่มากมาย พอถึงฤดูใบไม้ผลิจะบานสวย เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมาชมกัน แต่ตอนนี้ยังฤดุหนาวอยู่ ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น


 

ได้เวลาเดินข้ามสะพานเพื่อกลับไป ตอนข้ามสะพานกลับต้องเอาหางบัตรให้เขาดูด้วย ไม่งั้นอาจต้องเสียค่าข้ามเพิ่ม



ทิวทัศน์จากบนสะพานเพื่อมองกลับไปก็ยังคงสวยงาม




กลับมาถึงสถานที่รอรถเมล์



ระหว่างรอรถเมล์เห็นมีร้านขายของที่ระลึก มีเซมเบ้รูปสะพานคินไตด้วย จะเห็นว่ารูปกล่องทำเป็นรูปโค้งๆ แต่ว่าแพงมากและดูแล้วน่าจะขนยาก กล่องรูปร่างแบบนี้อาจพังง่าย ก็เลยไม่เอาดีกว่า



สักรถเมล์ก็มา เราก็ขึ้นไปนั่ง



แล้วรถเมล์ก็พากลับมาส่งที่สถานีรถไฟ เราก็มารอรถไฟเพื่อกลับไปเที่ยวในจังหวัดฮิโรชิมะต่อ เป้าหมายคราวนี้เป็นสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดฮิโรชิมะ นั่นคือเกาะมิยาจิมะ (宮島) ติดตามต่อได้ https://phyblas.hinaboshi.com/20130507





ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "rean no tsubasa" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "rean no tsubasa"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「リーンの翼」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて「リーンの翼」の製作者に帰属します。



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> ยามางุจิ
-- ท่องเที่ยว >> ปราสาท >> ปราสาทญี่ปุ่น
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文