φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เดินทางข้ามสามประเทศในวันเดียว
เขียนเมื่อ 2014/05/16 20:34
#พฤหัส 1 พ.ค. 2014

หลังจากที่เกริ่นนำเกี่ยวกับสวีเดนไปในหน้าที่แล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20140514

คราวนี้จะขอเริ่มเล่าเนื้อเรื่องสำหรับวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นวันแรก

เป็นวันที่ไม่มีอะไรมากนอกจากการเดินทางทั้งวัน โดยเริ่มจากตอนเช้าจัดสัมภาระข้าวของให้เรียบร้อยแล้วเดินทางไปยังสนามบินปักกิ่งเพื่อขึ้นเครื่องไปยังสนามบินที่เฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของฟินแลนด์ จากนั้นรอเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปลงที่โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เมืองหลวงของเดนมาร์ก แล้วรอให้พี่คนรู้จักขับรถมารับเพื่อข้ามฝั่งไปค้างบ้านเขา



เครื่องออกตอนเวลา 10:55 เครื่องบินที่นั่งนี้เป็นของสายการบินฟินแอร์ (Finnair) ซึ่งเป็นสายการบินของฟินแลนด์ ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิ

ระยะเวลาเดินทางยาวนาน ๘ ชั่วโมง ระหว่างนั้นมีอาหารบนเครื่องให้สองมื้อ ถือว่าอร่อยใช้ได้



เครื่องบินกำลังจะบินถึงเฮลซิงกิ



ภาพที่ถ่ายจากบนเครื่องก่อนลง



แล้วเครื่องก็มาลงที่สนามบินเฮลซิงกิ สนามบินนี้มีชื่อเต็มว่าสนามบินเฮลซิงกิ-วันตา (Helsinki-Vantaan lentoasema) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองวันตา (Vantaa) เมืองข้างๆเมืองเฮลซิงกิ อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเฮลซิงกิ ๑๗ กม.

ตอนที่ลงมาก็เห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนมากันมากมายเต็มไปหมด



ข้างนอกฝนกำลังตกอยู่เปียกแฉะไปหมด



ในสนามบินนี้จุดขึ้นเครื่องของประเทศในกลุ่มเชงเกนกับนอกกลุ่มเชงเกนจะแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับการจะไปเปลี่ยนเครื่องเพื่อไปยังประเทศที่อยู่ในกลุ่มเชงเกนนั้นจะต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย และเราจะได้ปั๊มตราคนเข้าเมืองที่นี่เลยแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปนอกสนามบินเลยก็ตาม

ก่อนที่จะข้ามด่านตรวจคนเข้าเมืองเราเดินเล่นในบริเวณนี้สักหน่อย ตรงนี้มีบริเวณที่มีส่วนจัดแสดงคล้ายๆเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆอยู่



แล้วก็มีพวกร้านขายของที่ระลึก



มีร้านหนังสือ



นี่คือหนังสือมูมิน ตัวละครที่มีหน้าตาคล้ายฮิปโปโปเตมัส มาจากหนังสือการ์ตูนเด็กชื่อดังของฟินแลนด์ ซึ่งต้นฉบับเดิมเป็นภาษาสวีเดน



ในนี้ยังมีหนังสือแนะนำเที่ยวประเทศต่างๆเป็นภาษาฟินแลนด์และภาษาอังกฤษวางขายอยู่มาก มีของประเทศไทยด้วย



พวกนิตยสารภาษาฟินแลนด์ เห็นมีเรื่องเกี่ยวกับประธานเหมาเจ๋อตงด้วย



ตรงนี้เป็นศูนย์สอบถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนเครื่อง มีข้อมูลอะไรสงสัยก็มาถามตรงนี้ได้



แล้วก็มีร้านขายสินค้าปลอดภาษีอีกจำนวนมาก



ต้องเดินไปทางนี้เพื่อไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง



เมื่อข้ามมาแล้วบริเวณนี้ก็จะเจอจุดขึ้นเครื่องต่างๆสำหรับขึ้นไปยังประเทศในกลุ่มเชงเกน ซึ่งบริเวณนี้กว้างกว่ามาก




มีพวกร้านค้าอะไรเยอะแยะมากมาย




ร้านหนังสือตรงนี้มีขายพวกมังงะเป็นภาษาฟินแลนด์ด้วย



อย่างเล่มนี้คือมาโดกะภาษาฟินแลนด์



มิไรนิกกิภาษาฟินแลนด์ ลองเปิดดูข้างในอ่านได้



พวกร้านอาหารก็มีอยู่มาก




เราเดินเรื่อยเปื่อยภายในสนามบินจนเกือบทั่วเลย กว้างมากทีเดียว แต่ไม่ได้ออกไปนอกบริเวณจุดรอขึ้นเครื่อง หลังจากนั้นก็หาที่นั่งพักเพื่อรอเวลา ในที่สุดก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องเพื่อไปยังโคเปนเฮเกน





เครื่องใช้เวลาชั่วโมงกว่าเพื่อมาลงยังสนามบินโคเปนเฮเกนเวลา 18:25 เครื่องที่นั่งเป็นแค่เครื่องเล็กๆและระหว่างทางไม่มีอาหารให้เพราะเป็นแค่ระยะสั้น

สนามบินโคเปนเฮเกนเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรปเหนือ ตั้งอยู่ในเขตแคสตรุป (Kastrup) ของโคเปนเฮเกน ห่างจากใจกลางเมืองแค่ ๘ กม. และห่างจากเมืองมาลเมอ (Malmö) ของสวีเดน ๒๔ กม.

ผู้โดยสารที่มาลงที่นี่ไม่เพียงแต่คนที่ต้องการมาเดนมาร์ก แต่ยังมีคนจำนวนมากที่มาลงเพื่อข้ามไปยังตอนใต้ของสวีเดน เนื่องจากสนามบินนี้อยู่ติดชายแดนที่ข้ามไปยังสวีเดน

ที่เราตัดสินใจมาลงที่นี่แทนที่แทนที่จะไปลงที่สตอกโฮล์มเมืองหลวงของสวีเดนก็เพราะเมืองที่พี่คนรู้จักอยู่นั้นอยู่เกือบใต้สุดของสวีเดน เดินทางจากโคเปนเฮเกนได้ภายในเวลาสองชั่วโมง

ภายในสนามบินโคเปนเฮเกนนั้นดูแล้วกว้างใหญ่ มีร้านค้าตั้งอยู่มากมาย




ที่ดูโดดเด่นอย่างหนึ่งก็คือร้านขายตัวต่อเลโก นั่นเพราะเดนมาร์กเป็นประเทศต้นกำเนิดของเลโกนั่นเอง




ช้างตัวใหญ่ที่ต่อด้วยเลโก



หลังจากเดินผ่านดงร้านขายของก็ออกมายังจุดรับกระเป๋า



รับกระเป๋าเสร็จก็ออกมาด้านนอกเพื่อรอพี่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นสามีชาวสวีเดนของพี่คนรู้จักมารับ แต่เนื่องจากต้องรอคนในครอบครัวซึ่งบินมาจากไทยโดยสายการบินนอร์วิเจียน (Norwegian) ซึ่งต้องเปลี่ยนเครื่องที่ออสโล และมาถึงตอน 19:55 ถึงช้ากว่าประมาณชั่วโมงครึ่งก็เลยมีเวลาเดินเล่นระหว่างรอ



ตรงนี้คือจุดขึ้นรถไฟ, รถเมล์ และรถใต้ดินเพื่อเข้าไปยังตัวเมือง หรือเพื่อไปยังเมืองอื่น



ร้าน 7-11 ที่นี่มีอยู่ไม่น้อย



ออกมาเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย อากาศกำลังดี เย็นสบาย



จากตรงนี้มองเห็นทางรถไฟซึ่งอยู่ใต้ดินด้วย ตรงนี้เป็นชานชลาที่ขึ้นรถไฟ



แล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนมาพร้อมหน้า พี่เขาก็พาเราขึ้นรถเพื่อขับข้ามไปยังฝั่งสวีเดนและไปยังบ้านเขา

การข้ามไปมาระหว่างเดนมาร์กและสวีเดนนั้นใช้สะพานเออเรซุนด์ (Öresundsbron) ซึ่งเป็นสะพานยาว ๘ กม. ที่พาดข้ามช่องแคบเอเรซุนด์ซึ่งกั้นระหว่างเกาะอามา (Amager) ของเดนมาร์ก และจังหวัดสโกเน (Skåne) ทางภาคใต้สุดของสวีเดน

ตลอดเส้นทางของสะพานนี้ไม่ได้เป็นทางที่อยู่เหนือน้ำทั้งหมด ที่ปรากฏเป็นสะพานคือแค่ครึ่งที่อยู่ฝั่งสวีเดน แต่ครึ่งทางฝั่งเดนมาร์กจะมุดใต้ดิน ทำให้เป็นลักษณะกึ่งอุโมงค์กึ่งสะพาน หากมองจากอากาศจะเห็นภาพเป็นเหมือนว่าสะพานมุดหายลงไปกลางน้ำ

สะพานนี้มีทั้งทางรถยนต์และรถไฟ โดยทางรถไฟนี้มีความสำคัญมากที่เชื่อมคาบสมุทรสแกนดิเนเวียเข้ากับยุโรปส่วนอื่น ทำให้สามารถนั่งรถไฟจากสวีเดนผ่านเดนมาร์กไปยังเยอรมันและผ่านต่อไปยังประเทศอื่นในยุโรปได้

ภาพถ่ายขณะอยู่บนสะพาน ขณะนั้นเวลาประมาณสองทุ่มเกือบสามทุ่มแล้วแต่ฟ้ายังไม่มืดเนื่องจากเริ่มเข้าใกล้ฤดูร้อน และแถวนั้นอยู่ละติจูดสูงมาก ทำให้กลางวันยาว กลางคืนจะสั้นนิดเดียว แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวจะกลับกัน ดังนั้นมาช่วงนี้ดีแล้ว ฟ้าสว่างนานก็มีเวลาเที่ยวนาน



ด่านเข้าสวีเดน



ระหว่างทางเต็มไปด้วยดอกนาโนฮานะ เห็นบอกว่าช่วงนี้กำลังเริ่มผลิดอก เขาปลูกดอกนี้เอาไว้เพื่อทำน้ำมัน ช่วงนี้ไม่ว่าไปไหนก็จะเห็นดอกนี้เต็มไปหมด แต่ไม่นานเขาก็จะเริ่มเก็บเกี่ยว



หลังจากนั่งรถประมาณชั่วโมงกว่าก็มาถึงบ้านเขาซึ่งอยู่ที่หมู่บ้านเดเกแบร์ยา (Degeberga) ซึ่งอยู่ในอำเภอคริครานสตา (Kristianstad) แต่ว่าที่นี่ยังไม่ใช่บ้านที่เขาจะให้เราพักอยู่ บ้านที่เราจะไปพักนั้นอยู่ที่หมู่บ้านฟูรูบูดา (Furuboda) ซึ่งก็อยู่ในอำเภอเดียวกัน อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ที่นั่นเป็นบ้านเก่าของเขาซึ่งตอนนี้ให้พ่อแม่เขาอาศัยอยู่ แต่มีที่เหลือให้เราไปพักได้



ที่เขาพามาที่นี่ก่อนก็เพื่อจะมาทำอาหารมื้อเย็นต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งวันนี้และวันอื่นๆเขาก็ช่วยทำอาหารให้ทุกวันเลย ซึ่งก็อร่อยทุกมื้อ แถมยังช่วยประหยัดค่าอาหารได้มาก เพราะว่าค่าครองชีพที่นี่แพงมาก ถ้าหาอะไรทานเองก็หมดตัวได้

หลังจากทานอาหารเสร็จเขาก็ขับรถพาต่อเพื่อพาเราไปส่งที่บ้านที่เราจะพักที่ฟูรูบูดา

ขอจบเรื่องราววันนี้แต่เพียงเท่านี้ สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านทีพักจะเขียนถึงในตอนต่อไป

เป็นวันที่มีแต่การเดินทางจริงๆ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีทำให้ได้เดินทางข้ามไปเห็นถึงสามประเทศภายในวันเดียว

อ่านตอนต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20140518


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ยุโรป >> สวีเดน
-- ต่างแดน >> ยุโรป >> ฟินแลนด์
-- ต่างแดน >> ยุโรป >> เดนมาร์ก

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文