φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



นั่งเรือชมรอบเมืองโคเปนเฮเกน
เขียนเมื่อ 2014/05/26 02:58
#เสาร์ 3 พ.ค. 2014

หลังจากที่ตอนที่แล้วเที่ยวในเมืองลุนด์ https://phyblas.hinaboshi.com/20140524

คราวนี้เรานั่งรถไฟต่อมาและข้ามฝั่งประเทศมายังเมืองโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก

โคเปนเฮเกนเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของสแกนดิเนเวีย รองจากสตอกโฮล์มเมืองหลวงของสวีเดน ตัวเมืองตั้งอยู่บนเกาะสองเกาะที่คั่นกันด้วยแม่น้ำสายเล็กๆอยู่คือเกาะซีแลนด์ (Zealand) หรือที่ในภาษาเดนมาร์กเรียกว่าเชแลน (Sjælland) ซึ่งเป็นเกาะหลักของเดนมาร์ก กับเกาะอามา (Amager) เกาะเล็กๆซึ่งมีสะพานเชื่อมไปสู่สวีเดนและเป็นที่ตั้งของสนามบินโคเปนเฮเกน

ชื่อเมืองโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ที่เราเรียกกันนั้นมาจากภาษาอังกฤษ แต่เมืองนี้มีชื่อเรียกต่างกันออกไปหลากหลายมากตามแต่ละประเทศในยุโรป

ภาษาเดนมาร์กเรียกว่า เคิบม์เฮาน์ (København)
ภาษาสวีเดนเรียกว่า เชอเปินฮัมน์ (Köpenhamn)
ภาษานอร์เวย์เรียกว่า เคอเบินฮาฟน์ (København)
ภาษาฟินแลนด์เรียกว่า เกอเป็นฮะมินะ (Kööpenhamina)
ภาษาเยอรมันเรียกว่า โคเพินฮาเกิน (Kopenhagen)
ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า โกเปอนาก (Copenhague)
ภาษาสเปนเรียกว่า โกเปนาเก (Copenhague)
ภาษาโปรตุเกสเรียกว่า โกเปนญากา (Copenhaga)
ภาษารัสเซียเรียกว่า คาเปนกาเกน (Копенгаген)
ภาษาเอสเปรันโตเรียกว่า โคเพนฮาโก (Kopenhago)

ส่วนประเทศที่ไม่ได้อยู่ในยุโรปส่วนใหญ่ก็จะเรียกตามภาษาอังกฤษ

ในหน้านี้จะมีการพูดถึงสถานที่ต่างๆมากมายในโคเปนเฮเกนซึ่งชื่อส่วนใหญ่เป็นภาษาเดนมาร์ก ภาษาเดนมาร์กเป็นภาษาที่มีหลักการออกเสียงที่ไม่ค่อยตายตัวและเข้าใจค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่จะเห็นว่าอ่านไม่ค่อยตรงกับที่สะกดเท่าไหร่ เช่นสระตัวหนึ่งอาจออกเสียงได้หลายแบบแล้วแต่คำ และตัวสะกดท้ายก็มักไม่ออกเสียงชัดเจน

อย่างเช่นชื่อเกาะอามา (Amager) จะเห็นว่า ger ไม่ออกเสียงเลย อ่าน "อามา" เฉยๆ โดยที่พยางค์ท้ายให้หยุดเสียงเหมือนเป็นคำตาย ส่วนชื่อเกาะเชแลน (Sjælland) ก็ไม่ออกเสียง d เลย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเขียน "ด์" เช่นเดียวกับคำอื่นๆอีกหลายคำ



เรานั่งรถไฟมาถึงสถานีรถไฟกลางของโคเปนเฮเกน



ภายในสถานีกว้างขวางมาก คนคับคั่ง มีร้านค้าตั้งอยู่เต็มไปหมด



ถ้าออกมาจากสถานีทางด้านหนึ่งจะเจอกับสวนสนุกทิโวลี (Tivoli) เป็นสวนสนุกที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่ง



กว่าเราจะมาถึงนี่ก็บ่ายแก่ๆแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้มากมาย ที่จริงเมืองนี้ก็เป็นเมืองใหญ่ที่มีที่เที่ยวมาก แต่เนื่องจากเวลาจำกัดแผนวันนี้จึงแค่จะมานั่งเรือชมรอบๆเมืองเพื่อให้ได้เห็นภาพรวมเท่านั้น

นี่คือลิงก์รายละเอียดเกี่ยวกับการนั่งเรือชมเมือง http://www.stromma.dk/en/copenhagen/sightseeing/sightseeing-by-boat/the-grand-tour

เรือที่เราขึ้นนี้จะออกจากท่าเรือที่กัมล์สตรัน (Gammel Strand) ซึ่งแปลว่าชายหาดเก่า อยู่ไม่ไกลจากสถานีนักสามารถค่อยๆเดินจากสถานีรถไฟไปได้ เรือมีออกทุกชั่วโมง และใช้เวลานั่งเรือเที่ยวชมทั้งหมดประมาณหนึ่งชั่วโมง

เราค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ ชมบ้่านเมืองระหว่างทางไปพลางๆ เมืองนี้เป็นเมืองที่สวยดีมาก





นี่เป็นบริเวณจตุรัสหน้าศาลาว่าการเมือง (Rådhuspladsen) ตึกนี้คือศาลาว่าการเมือง ตัวอาคารเริ่มสร้างในปี 1892 และสร้างเสร็จเปิดใช้การตั้งแต่ปี 1905



ข้างๆนั้นเป็นโรงแรมพาเลซโฮเทล (Palace Hotel) เป็นอาคารที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง ถูกสร้างเสร็จในปี 1910



จากเดินเลี้ยวเข้าไปตรงนี้คือถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ ชื่อถนนสตรายต์ (Strøget)





ที่เห็นอยู่นี่คือคนจริงนะไม่ใช่หุ่น เขาแต่งชุดทาสีทองทั้งตัวแบบนี้แล้วด้านล่างก็เป็นโถสำหรับให้คนหยอดตัง



เดินตามถนนมาเรื่อยๆก็มาถึงลานกว้างกัมล์ทอร์ว (Gammeltorv) ซึ่งแปลว่าตลาดเก่า



จากตรงนี้เดินเลี้ยวขวาไป



ก็จะเจอคลองเฟรเดอริกสโฮล์ม (Frederiksholms Kanal)



มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นเกาะสล็อตสโฮล์มน์ (Slotsholmen) ซึ่งจะเห็นพระราชวังคริสเตียนสบอร์ (Christiansborg Slot) เป็นที่ตั้งของรัฐสภา ที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี และศาลฎีกา



แล้วเดินเลียบคลองไป



ถัดไปก็จะเห็นพิพิธภัณฑ์ทอร์แวล์สน์ (Thorvaldsens museum) ซึ่งเก็บผลงานของนักแกะสลักชาวเดนมาร์ก แบร์ตล์ ทอร์แวล์สน์ (Bertel Thorvaldsen)



มองข้ามไปทางโน้นจะเห็นหอศิลป์นิโกไล (Nikolaj kunsthal) เป็นอาคารที่มีหอคอยยอดเขียวสวยเด่น



เดินเลียบคลองมาจะเจอกับวงเวียนแห่งหนึ่งชื่อจตุรัสฮอยโบร (Højbro)



รูปปั้นขี่ม้าของแอ็บแซลอน (Absalon) เป็นอาร์ชบิช็อปชาวเดนมาร์ก มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1128 - 1201



ท่าขึ้นเรือที่เราจะมาขึ้นก็อยู่ตรงนี้เอง ตอนที่ไปถึงยังไม่เถึงเวลาออกก็เดินเรื่อยเปื่อยสักพักรอ



ระหว่างนั้นก็เห็นมีรถทัวร์สำหรับนำเที่ยวมาจอดเป็นระยะ



รถแบบนี้ก็มี



หลังจากรอสักพักเรือที่จะขึ้นก็มาถึงตอนสี่โมงตามเวลา



เราขึ้นเรือไปรอสักพักเรือก็ไม่ยอมออกสักทีจนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเรือจึงจะออก เห็นเขาบอกว่ารอแขกบางคนอยู่

ระหว่างรอก็เห็นคนแล่นเรือผ่านเป็นระยะ



มีพายเรือเล่นกันด้วย



แล้วเรือก็เริ่มออก คนผู้หญิงที่ใส่แว่นดำอยู่นี้คือคนที่คอยอธิบาย เวลาบรรยายเขาจะพูดสามภาษาคือภาษาเดนมาร์ก ภาษาอังกฤษ และภาษาสเปน



หลังลอดสะพานแห่งแรกออกมาจะเจอกับอาคารรูปร่างสวยงามที่เรียกว่าเบิร์สน์ (Børsen) เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเดนมาร์ก สร้างขึ้นเมื่อปี 1619 และสร้างเสร็จในปี 1640 โดดเด่นที่ยอดหลังคาเป็นรูปหางมังกรสี่ตัวพันกัน



ส่วนยอดอาคาร ขยายให้เห็นชัดเจน



เรือแล่นไปตามทางจนออกมาจากคลองเล็กๆมาสู่แม่น้ำสายใหญ่ซึ่งคั่นระหว่างเกาะซีแลนด์กับเกาะอามา ผ่านสิ่งก่อสร้างสวยๆมากมาย เราก็ถ่ายภาพเก็บไว้ตลอดทาง







อาคารใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ตรงนี้คือโรงอุปรากรโคเปนเฮเกน



เรือเลี้ยวเข้าคลองแคบๆด้านหลังโรงอุปรากร







ที่ปลายทางของคลองมีเรือหลวงของกองทัพเดนมาร์กจอดค้างไว้อยู่



กลับมาสู่แม่น้ำสายใหญ่ที่อีกด้านของโรงอุปรากร



ทิวทัศน์ข้างทางแม่น้ำสายใหญ่




มีเรือใหญ่อยู่เต็มไปหมด





เรือค่อยๆแล่นไปทางเหนือเรื่อยๆจนใกล้ออกถึงปากอ่าว ได้เห็นรูปปั้นเงือกน้อย (Den lille havfrue) อันมีชื่อเสียง คนที่มาโคเปนเฮเกนมักจะมาเยี่ยมชมรูปปั้นนี้กัน แต่มองจากเรือได้เห็นแต่ด้านหลังจากระยะไกล



หลังจากเห็นเงือกน้อยแล้วเรือก็วกกลับก่อนที่จะออกสู่ทะเล ระหว่างทางก็แล่นผ่านแอแมเลียนบอร์ (Amalienborg) บ้านพักในฤดูหนาวของเชื้อพระวงศ์เดนมาร์ก เป็นสถาปัตยกรรมแบบบารอก ประกอบไปด้วยอาคารสี่หลังหน้าตาเหมือนกันตั้งล้อมรอบลานกว้าง น่าเสียดายว่าจากมุมนี้เห็นชัดได้แค่สองหลัง



อาคารที่เห็นสวยเด่นอยู่ด้านหลังนี้คือโบสถ์เฟรเดอริก (Frederiks Kirke)



จากนั้นเรือก็เลี้ยวเข้าคลองแคบๆอีกแห่งหนึ่งชื่อว่าคลองคริสเตียนสเฮาน์ (Christianshavns Kanal)





ที่เห็นมีหอคอยสวยเด่นนี้คือโบสถ์แห่งพระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา (Vor Frelsers Kirke) สร้างตามสถาปัตยกรรมแบบบารอก สร้างด้วยอิฐ ยอดหอคอยเป็นบันไดเวียนสวยงาม ความสูงถึงยอดสูง ๙๐ เมตร ตัวโบสถ์สร้างเสร็จในปี 1695 แต่หอคอยสร้างเสร็จในปี 1752



เห็นคนนั่งอยู่ริมคลอง ไม่รู้ว่าเป็นใคร เขามองมาที่เรือที่พวกเรานั่งอยู่แล้วโบกมือเรียกด้วย เห็นดื่มเหล้าอยู่อาจจะเมาอยู่ก็เป็นได้



พอออกมาจากคลองคริสเตียนสเฮาน์ก็จะเจอกับหอสมุดหลวง (Det Kongelige Bibliotek) อยู่ด้านหน้า ที่นี่เป็นหอสมุดแห่งชาติและเป็นหอสมุดของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนด้วย เป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย



และถ้ามองไปทางซ้ายจะเห็นสะพานลังเงโบร (Langebro) เป็นสะพานที่ข้ามระหว่างแม่น้ำสายใหญ่ที่เราแล่นอยู่นี้



เรือเลี้ยวเข้าไปยังคลองเล็กที่เห็นอยู่ข้างหน้านี้ ซึ่งก็คือคลองเฟรเดอริกสโฮล์มซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เราเริ่มออกเรือนั่นเอง



เรือแล่นผ่านด้านหน้าของพระราชวังคริสเตียนบอร์ที่เราเดินผ่านมาตอนแรกสุด



นี่คือสะพานด้านหน้าพระราชวังชื่อว่าสะพานมาร์มอร์โบรเอิน (Marmorbroen) จะเห็นว่าสลักลวดลายสวยงาม



และต่อมาก็ต้องลอดผ่านสะพานสตอร์มโบรเอิน (Stormbroen) ซึ่งมีช่องลอดใต้ที่แคบที่สุดแต่ก็ขนาดพอดีให้เรือลำที่เราแล่นนี้ผ่านไปได้พอดี สังเกตจากเรือที่อยู่ด้านหน้าลำนี้ซึ่งมีขนาดเท่ากันกว่าจะลอดผ่านไปได้ก็ต้องค่อยๆแล่นช้าๆ พลาดนิดเดียวก็ชน



หลังลอดใต้สะพานนี้เราก็กลับมาถึงตำแหน่งที่เห็นหอศิลป์นิโกไลและพิพิธภัณฑ์ทอร์แวล์สน์เหมือนอย่างตอนแรกที่เดินมา



หลังจากนั้นเรือก็กลับมายังจุดเริ่มต้น เป็นอันสิ้นสุดการเที่ยวชมรอบเมืองซึ่งใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ตอนที่เสร็จก็ประมาณห้าโมงครึ่งแล้ว


ทัวร์เรือจบลงแต่เพียงเท่านี้ จะเห็นว่าเรือได้แล่นผ่านสถานที่สำคัญต่างๆของโคเปนเฮเกนมากมาย ทำให้ได้รู้จักอะไรมากขึ้นเยอะเลย ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถือว่าคุ้มทีเดียว แต่ข้อเสียคือมุมมองมีข้อจำกัด บางอย่างอยู่ไกลจากฝั่งมากก็ไม่อาจเห็นได้ชัด และไม่สามารถลงไปเดินชมได้ด้วย สถานที่แต่ละแห่งสามารถเข้าไปเดินชมได้ถ้าหากมีเวลา

แน่นอนว่าหากจะเที่ยวโดยเก็บรายละเอียดของแต่ละสถานที่ที่ว่ามาก็คงต้องใช้เวลาเที่ยวหลายวันเลย นอกจากนี้ยังมีสถานที่อื่นๆที่เรือไม่ได้ผ่านด้วย แต่เรามีเวลาเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวันดังนั้นแค่นั่งเรือก็เพียงพอ หากมีโอกาสก็หวังว่าสักวันจะกลับมาเที่ยวโคเปนเฮเกนโดยละเอียด เมืองนี้ใหญ่และมีอะไรมากมายจริงๆ



สุดท้ายเราก็เดินกลับมาตามทางเรื่อยๆเพื่อจะกลับไปยังสถานีรถไฟ ระหว่างทางก็เดินผ่านถนนคนเดินและแวะซื้อแม็กโดนัลด์ทานกัน แม็กที่นี่แปลกกว่าที่อื่นตรงที่ไม่มีซอสมะเขือเทศแจกฟรี ต้องซื้อเพิ่ม แต่ถ้าเป็นสวีเดนซอสจะแถมฟรีเหมือนประเทศอื่นๆ



ขากลับรถไฟคนแน่นมากจนแทบไม่มีที่นั่ง แต่ก็ได้ที่นั่งตอนที่รถไฟวิ่งผ่านมาลเมอซึ่งคนลงเยอะ

จากนั้นรถไฟก็กลับไปถึงเมืองคริครานสตา และเราก็นั่งรถเมล์ต่อเพื่อไปยังหมู่บ้านเดเกแบร์ยาซึ่งเป็นบ้านพี่เจ้าของบ้านที่เราอยู่ ซึ่งเขาทำสปาเก็ตตีให้ทาน ก่อนที่จะไปส่งเราที่บ้านที่เราพักในหมู่บ้านฟูรูบูดา



การเที่ยวในวันนี้ก็จบลงเท่านี้ จบลงไปอย่างประทับใจ แต่ความสนุกยังแค่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ยังคงมีสถานที่สนุกๆอีกหลายแห่งรออยู่ในวันต่อๆไป https://phyblas.hinaboshi.com/20140528


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ยุโรป >> เดนมาร์ก

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文