# ศุกร์ 23 ก.พ. 2023บันทึกการเที่ยวมัตสึชิมะ ต่อจากตอนที่แล้วที่แวะกินข้าวหน้าหอยนางรมไป
https://phyblas.hinaboshi.com/20240227เดินต่อมาอีกนิดก็มาถึง
วัดซึยงัง (
瑞巌寺) เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่ง มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึงปี 828 สมัยยุคเฮย์อัง อาคารที่เก่าแก่ที่สุดที่เหลืออยู่คือหอหลักที่สร้างในปี 1609
ที่หน้าทางเข้าไปในบริเวณวัดซึยงัง จะเห็นว่าส่วนหนึ่งกำลังซ่อมแซมอะไรอยู่

ก่อนอื่นต้องซื้อตั๋วเข้าชมตรงนี้ ราคาค่าเข้าชมคือ ๗๐๐ เยน

ทางเข้าด้านใน รอบๆมีส่วนที่ปิดไว้กำลังซ่อมแซม

ภายในบริเวณวัด

ตรงนี้ก็มีส่วนที่กำลังซ่อมแซมอยู่ เปิดเผยให้เห็นท่อที่ลากอยู่ในนี้

ทางเข้าไปยังส่วนอาคารหลัก

จากนั้นก็เข้าไปชมตัวอาคารหลัก

เวลาที่ชมต้องถอดรองเท้าตรงนี้แล้วเอาไปวางเก็บ ใส่รองเท้าแตะที่เขาเตรียมไว้ให้แทน

เพียงแต่ว่าภายในนั้นเขาห้ามถ่ายรูปเลย จึงไม่ได้เก็บภาพมา ได้แต่เก็บความประทับใจเอาไว้ในความทรงจำ
ส่วนข้างๆนั้นเป็นโฮวมตสึกัง (
宝物館) เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพวกของโบราณไว้ แต่ว่าในนี้ก็ไม่สามารถถ่ายรูปจึงไม่ได้เก็บภาพอะไรมา

ส่วนตรงนี้เป็นประตูเข้าไปยังส่วนลานกลางอาคารหลัก

จากลานตรงนี้มองเห็นอาคารหลักโดยรอบ มองเข้าไปเห็นด้านในซึ่งเราก็ได้เข้าไปเดินดูมาแล้วแค่ถ่ายรูปไม่ได้ แต่จากด้านนอกถ่ายรูปได้ไม่เป็นอะไร

ตรงนี้ก็มีส่วนที่เห็นกำลังก่อสร้างอยู่เช่นกัน

จากนั้นในนี้ก็ดูจะไม่มีอะไรแล้ว ที่จริงใช้เวลาไปพอสมควรภายในอาคารหลักและพิพิธภัณฑ์ แต่ถ่ายรูปไม่ได้เลยมีรูปมาลงแค่นี้

จากนั้นออกมาจากวัดซึยยังแล้วต่อขึ้นมาทางเหนือก็เจอวัดอีกแห่งคือโยวโตกุอิง (
陽徳院) เป็นวัดเล็กเก่าแก่อีกแห่ง สร้างขึ้นในปี 1650

หน้าประตูทางเข้าวัด

ภายในบริเวณ

ประตูทางเข้า มองจากด้านใน

จากนั้นด้านหลังมีทางเดินลึกเข้าไป

เดินขึ้นบันไดไป

ก็มาเจอส่วนที่เรียกว่าโฮวเงะเดง (
宝華殿) เป็นสุสานที่ถูกทำไว้สวยงาม

เดินดูรอบด้าน

มีศิลาจารึก แต่ว่าแทบอ่านไม่ออก

จากตรงนี้ช่องให้มองออกไปยังทะเล

มองไปแล้วก็เจออาคาร
ปราสาทมัตสึชิมะ (
松島城) ซึ่งเราก็ได้เห็นมาทีนึงแล้วจากบนเรือ อาคารนี้เป็นแค่จุดชมทิวทัศน์ ไม่ใช่ปราสาทญี่ปุ่นโบราณจริง แค่เป็นตึกสมัยใหม่ที่สร้างเลียนแบบ มัตสึชิมะนั้นจริงๆแล้วไม่เคยมีปราสาทมาก่อน

ใช้กล้องกะทัดรัดขยายเข้าไปดูชัดๆ แบบนี้ก็สวยดี มีปลาชาจิประดับที่ยอดด้วย

จากนั้นก็ออกจากวัดมาแล้วเดินมาดูตรงปราสาท ระหว่างทางผ่านย่านที่ดูเป็นที่อยู่อาศัย น่าเดินดี

ตัวอาคารอยู่ด้านหน้านี้แล้ว

แต่ว่าน่าเสียดายที่ตอนนี้กำลังปิดอยู่ เข้าไม่ได้ ได้แต่มองดูจากตรงทางเข้า

ตรงนี้มีทางเข้า บอกว่าค่าเข้า ๓๐๐ เยน ถ้าเข้าได้ก็คงจะเข้า เพราะเป็นอาคาร ๓ ชั้นน่าจะชมทิวทัศน์ได้สวยอยู่ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกหน่อย

ข้างๆนั้นเป็นลานจอดรถ ถ่ายภาพปราสาทจากตรงนี้ได้

ออกจากลานจอดรถมา มองไปฝั่งตรงข้ามเป็นบริเวณใกล้ๆกับท่าขึ้นเรือสำหรับชมรอบอ่าวที่เราเพิ่งไปขึ้นมา และใกล้ๆเป็นทางเข้าไปยังอาคารวัดอีกแห่งที่สร้างบนเกาะเล็กเรียกว่า
โกไดโดว (
五大堂)

ข้ามถนนไปนึกว่าจะเจอทางเข้าเลย แต่ที่เจอก่อนเลยคือร้านขายขนม

ส่วนทางเข้าอยู่ตรงนี้

แต่พอมาดูก็พบว่าตอนนี้กำลังปิดปรับปรุงสะพานที่ใช้ข้ามอยู่ เพราะโกไดโดวตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆที่ตองข้ามสะพานแดงไป ถ้าสะพานปิดอยู่ก็ข้ามไปไม่ได้

ลองมองจากข้างๆ เห็นสะพานแดงสำหรับข้าม แต่ว่าข้ามไม่ได้ก็ได้แต่มอง

ข้างๆนั้นยังมีป้ายที่ระลึกเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นทสึนามิด้วย

ตรงนี้เป็นที่นั่งเล่น บนนี้น่าจะมีลายอะไรสวยๆอยู่ แต่มีหิมะปกคลุม มองไม่ค่อยเห็น

จากตรงชายฝั่งมองไปก็ยังเห็นปราสาทมัตสึชิมะ

จากนั้นมองเลียบริมชายฝั่งไปก็เห็นเกาะเล็กๆอีกเกาะที่อยู่ริมชายฝั่ง นั่นคือ
เกาะฟุกุอุระ (
福浦島)

ตอนต่อไปจะเป็นการไปเที่ยวเกาะฟุกุอุระ
https://phyblas.hinaboshi.com/20240229