φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



นั่งรถไฟเที่ยวจากเกียวโตสู่นาโงยะ
เขียนเมื่อ 2013/07/04 02:28
#อาทิตย์ 27 ม.ค. 2013

เดินทางจากเกียวโตสู่นาโงยะ

หลังจากที่เมื่อคืนได้ชมงานเทศกาลที่นาระเสร็จแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20130630

เราก็กลับสู่หอพักเพื่อนที่เกียวโตแล้วเก็บข้าวของเพื่อจะออกเดินทางออกไปในตอนเช้าเพื่อมุ่งหน้าสู่นาโงยะ

เข้าสู่เช้าวันที่ ๑๑ จาก ๑๒ วันของการเที่ยวญี่ปุ่น นี่เป็นวันก่อนวันสุดท้ายแล้ว



เมืองนาโงยะ (名古屋市) เป็นเมืองหลักและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดไอจิ (愛知県) และใหญ่ที่สุดในภาคกลาง (中部, จูบุ) ของญี่ปุ่น และใหญ่เป็นอันดับ ๔ ของญี่ปุ่น รองจากโตเกียว โยโกฮามะ โอซากะ ตามลำดับ

แผนที่จังหวัดไอจิ สีม่วงเข้มคือเมืองนาโงยะ




ที่จริงตอนแรกคิดว่าการมาญี่ปุ่นครั้งนี้จะเน้นเที่ยวแต่แถบตะวันตกของญี่ปุ่น ช่วงที่วางแผนนั้นเดิมทีแรกสุดไม่ได้กะจะเที่ยวนาโงยะด้วย แต่หลังจากแผนไปสักพักก็นึกได้ว่าถ้าเครื่องบินขาไปและกลับขึ้นลงคนละเมืองกันน่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ากว่า จะได้มีโอกาสเห็นสนามบินสองแห่งไม่ต้องไปซ้ำ เรามีเพื่อนคนญี่ปุ่นที่มีบ้านอยู่ที่เมืองข้างๆนาโงยะด้วยสามารถขอไปค้างบ้านเขาได้ พอลองถามเขาเขาก็บอกว่าพักได้ก็เลยตกลงได้ว่าขามามาลงที่โอซากะ แต่ขากลับกลับจากนาโงยะ โดยคืนสุดท้ายค้างบ้านเพื่อน

เพื่อนคนนี้บ้านอยู่ที่เมืองอันโจว (安城市) อยู่ในจังหวัดไอจิเช่นเดียวกัน นั่งรถไฟไปกลับจากนาโงยะได้สะดวก ดังนั้นแผนของวันนี้คือเที่ยวในนาโงยะหนึ่งวันเต็ม แล้วพอตอนเย็นก็ไปพักที่บ้านเพื่อน

ที่จริงแล้วเมืองนาโงยะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอะไรนัก สถานที่เที่ยวก็ไม่ได้มีมากแม้ว่าเมืองจะใหญ่มากก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นแหล่งซื้อของมากกว่า ไปไหนก็มีแต่ตึกสูงๆเต็ม เป็นเมืองที่เจริญมาก

ที่เราตัดสินใจเที่ยวเมืองนี้ทั้งวันเพราะมีเพื่อนอยู่ เขาสามารถพาเที่ยวได้ ยังไงก็ดีกว่าไปที่อื่นแล้วเที่ยวคนเดียว แล้วเนื่องจากวันนี้เที่ยวแต่ที่เมืองเดียวทั้งวัน ดังนั้นจำนวนสถานที่เที่ยวจึงเยอะเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนานในแต่ละที่



การเดินทางจากเกียวโตไปนาโงยะนั้นมีอยู่หลายวิธี ถ้าหากนั่งชิงกันเซงไปก็ใช้เวลาแป๊บเดียว ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น สำหรับรถโนโซมิซึ่งไม่มีจอดระหว่างทาง ตรงดิ่งจากเกียวโตไปถึงนาโงยะเลย ส่วนถ้าเป็นโคดามะจะมีแวะจอดระหว่างทางสองสถานีจึงช้ากว่า ใช้เวลาประมาณ ๕๐ นาที

แน่นอนว่าใช้ชิงกันเซงเป็นวิธีที่เร็วที่สุดเพราะเป็นรถไฟความเร็วสูงและเส้นทางก็ตัดตรงไปถึงเลยด้วยระยะทางแค่ ระยะทาง ๑๔๗.๖ ก.ม. แต่ว่าค่าใช้จ่ายก็แพงที่สุดถึง ๔๙๓๐ เยน

อีกวิธีหนึ่งซึ่งเป็นวิธีที่ถูกที่สุดก็คือนั่งรถไฟของ JR ค่าโดยสารแค่ ๒๕๒๐ เยน โดยต้องนั่งอย่างต่ำสองต่อเพราะไม่มีรถไฟไกลจากเกียวโตไปถึงนาโงยะ โดยต้องต่อรถที่สถานีไมบาระ (米原駅) จังหวัดชิงะ เส้นทางใกล้เคียงกับชิงกันเซงแต่ว่าอ้อมกว่า โดยรวมแล้วต้องใช้เวลามากกว่า ๒ ชั่วโมงถ้าหากจะไม่นั่งรถด่วนพิเศษเลย แต่ถ้าหากไปต่อรถด่วนพิเศษจากไมบาระก็จะเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายก็จะแพงขึ้นมาก ต้องจ่ายเพิ่มอีก ๑๑๕๐ เยน รวมเป็น ๓๖๗๐ เยน

เส้นทางรถไฟ JR ยังมีอีกเส้นทางที่สามารถไปได้เหมือนกัน คือนั่งรถ ๔ ต่อ ผ่านเส้นทางรถไฟสายคุซัตสึ (草津線) แล้วผ่านเส้นทางเลียบชายฝั่งจังหวัดมิเอะเส้นทางนี้ค่อนข้างอ้อมและต้องเปลี่ยนรถหลายต่อดังนั้นโดยทั่วไปก็คงไม่มีใครใช้

และนอกจากนี้แล้วยังมีวิธีสุดท้ายอีกวิธี นั่นคือเส้นทางที่เราเลือกใช้ในครั้งนี้ นั่นคือการนั่งรถไฟของคินเทตสึ (近鉄) อ้อมผ่านทางจังหวัดนาระและจังหวัดมิเอะ เป็นเส้นทางที่อ้อมไกลที่สุดและใช้เวลามาก ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วคนทั่วไปก็คงจะไม่เลือกเช่นกัน แต่ว่าเราอยากนั่งรถไฟผ่านเส้นทางที่ยังไม่เคยนั่ง การได้นั่งรถไฟแล้วมองทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างก็เป็นการเที่ยวอย่างหนึ่งเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางที่สั้นที่สุดและเร็วที่สุดเสมอไป

เส้นทางนี้ต้องนั่งรถสองต่อ โดยเปลี่ยนรถที่สถานียามาโตะยางิ (大和八木駅) เมืองคาชิฮาระ (橿原市) จังหวัดนาระ

ออกเดินทางจากสถานีเกียวโตตอนเวลา 6:55 ใช้เวลา ๕๙ นาที ไปถึงสถานียามาโตะยางิตอนเวลา 7:54
จากนั้นรอต่อรถด่วนรอบเวลา 8:03 ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๔๖ นาที ไปถึงสถานีคินเทตสึนาโงยะเวลา 9:49

เนื่องจากเป็นเส้นทางอ้อมจึงไกลมากถึง ๒๐๘ ก.ม. โดยรวมแล้วใช้เวลา ๒ ชั่วโมง ๓๙ นาที ถือว่านานมาก และค่าใช้จ่ายคือ ๔๐๘๐ เยน แพงเกือบเท่านั่งชิงกันเซงแล้ว แต่พอคิดว่าได้นั่งพักชมวิวบนรถไฟไปเรื่อยๆสองชั่วโมงกว่าแบบนี้มันก็คุ้ม

ที่สำคัญคือเส้นทางที่จะผ่านนั้นคือจังหวัดมิเอะ เป็นจังหวัดที่เรามีความผูกพันด้วยตั้งแต่ก่อนมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว เนื่องจากเมื่อก่อนเคยแปลไดอารีท้องฟ้าที่มีคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมิเอะเขียนขึ้น

เพราะอย่างนั้นก็เลยคิดว่ายังไงก็อยากจะนั่งรถไฟผ่านชมทิวทัศน์ของจังหวัดมิเอะดู จึงได้เลือกเส้นทางนี้

แผนที่แสดงเส้นทาง



เส้นสีม่วงด้านล่าง คือเส้นทางที่ใช้รถไฟของคินเทตสึ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เราใช้ อักษร Ⓐ ถึง Ⓗ เป็นสถานีที่ผ่านทางทั้งหมด
เส้นสีน้ำเงินด้านบน คือเส้นทางของชิงกันเซง ผ่านสถานีแค่สองสถานีคือจุด Ⓜ และ Ⓟ
เส้นสีแดงด้านบน คือเส้นทางที่ผ่านจังหวัดกิฟุ ตามเส้นทางเต็มไปด้วยสถานที่ที่เคยแวะไปเที่ยวมาแล้ว แสดงด้วยอักษร Ⓘ ถึง Ⓞ
เส้นสีน้ำตาลตรงกลาง คือเส้นทางที่ผ่านทางรถไฟสายคุซัตสึ

Ⓐ สถานีเกียวโต (京都駅) เมืองเกียวโต
Ⓑ สถานียามาโตะยางิ (大和八木駅) เมืองคาชิฮาระ
Ⓒ สถานีนาบาริ (名張駅) เมืองนาบาริ
Ⓓ สถานีทสึ (津駅) เมืองทสึ
Ⓔ สถานีชิโรโกะ (白子駅) เมืองสึซึกะ
Ⓕ สถานีคินเทตสึยกกะอิจิ (近鉄四日市駅) เมืองยกกะอิจิ
Ⓖ สถานีคุวานะ (桑名駅) เมืองคุวานะ
Ⓗ สถานีนาโงยะ (名古屋駅) และสถานีคินเทตสึนาโงยะ (近鉄名古屋駅) เมืองนาโงยะ
Ⓘ สถานีอิชิยามะ (石山駅) เมืองโอทสึ เคยไปเที่ยว เล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20130303
Ⓙ สถานีคุซัตสึ (草津駅) เมืองคุซัตสึ จุดเชื่อมต่อรถไฟสายคุซัตสึกับสายบิวาโกะ
Ⓚ สถานีโอวมิฮาจิมัง (近江八幡) เมืองโอวมิฮาจิมัง เคยไปเที่ยว เล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20130301
Ⓛ สถานีฮิโกเนะ (彦根駅) เมืองฮิโกเนะ เคยไปเที่ยว เล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20130225
Ⓜ สถานีไมบาระ (米原駅) เมืองไมบาระ สถานีของชิงกันเซง จุดเปลี่ยนรถไฟที่สำคัญ
Ⓝ สถานีโองากิ (大垣駅) เมืองโองากิ เคยไปเที่ยว เล่าไปใน https://phyblas.hinaboshi.com/20130217
Ⓞ สถานีกิฟุ (岐阜駅) เมืองกิฟุ เมืองหลักของจังหวัดกิฟุ
Ⓟ สถานีกิฟุฮาชิมะ (岐阜羽島駅) เมืองฮาชิมะ สถานีของชิงกันเซง
Ⓠ สถานีทสึเงะ (柘植駅) เมืองอิงะ จุดเชื่อมต่อรถไฟสายคุซัตสึกับสายหลักคันไซ



เนื่องจากว่าต้องขึ้นรถด่วนแบบบังคับจองที่นั่ง เมื่อคืนตอนกลับมาถึงสถานีเกียวโตจึงได้รีบซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าแล้ว



ภาพตั๋วซึ่งถ่ายตอนเช้าก่อนออกเดินทาง ด้านบนคือตั๋วที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง โดยเดินทางจากสถานีเกียวโตไปยังสถานีคินเทตสึนาโงยะ ราคา ๒๕๒๐ เยน ตั๋วนี้ไม่ได้มีกำหนดเวลา จะนั่งตอนไหนก็ได้ ต่อให้ตกรถไฟเที่ยวที่เล็งไว้ก็ตาม

ส่วนด้านล่างเป็นตั๋วสำหรับขึ้นรถด่วนจากสถานียามาโตะยางิไปยังสถานีคินเทตสึนาโงยะ ราคา ๑๕๖๐ เยน ตั๋วอันล่างนี่แค่เอาไว้สำหรับให้คนตรวจตั๋วดูตอนที่เราอยู่บนรถไฟ ถ้าหากขึ้นรถด่วนโดยไม่มีตั๋วก็จะโดนเรียกเก็บเงิน ดังนั้นต้องเก็บไว้ให้ดี จะเห็นว่าในตั๋วมีเวลาเขียนไว้ และเลขที่นั่งก็กำหนดไว้ชัด ต้องขึ้นรอบนี้และนั่งตรงนี้เท่านั้น ตั๋วนี้ใช้เสร็จเขาก็ไม่มีการเก็บไป ดังนั้นเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ ในขณะที่ตั๋วอีกอันจะต้องหยอดคืนตอนถึงปลายทาง เก็บกลับไปไม่ได้

เราไปถึงสถานีเกียวโตตอนเช้าตรู่เช่นเดียวกับที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้แบกกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดมาด้วย โดยเพื่อนเราก็นั่งรถเมล์มาด้วยกันมาส่งถึงสถานี



เนื่องจากต้องนั่งรถไฟเป็นเวลานานเราจึงเลือกรอบที่เช้าที่สุดเท่าที่จะเช้าได้ นั่นคือรอบที่ออกจากสถานีตอนเวลา 6:55 นั่นทำให้ต้องตื่นแต่เช้ามากเพื่อขึ้นรถเมล์รอบที่้เช้าที่สุดที่ผ่านจากแถวหอพักไปยังสถานีรถไฟ

รอบรถเมล์สามารถดูได้จากเว็บ นี่คือตารางเวลารอบรถเมล์สาย 5 ที่ผ่านมาที่ป้ายคิตาชิรากาวะเบ็ตโตวโจว (北白川別当町) ซึ่งเป็นสถานีข้างๆหอพัก และมีปลายทางที่สถานีเกียวโต http://www.city.kyoto.jp/kotsu/busdia/hyperdia/079031.htm

จะเห็นว่าเช้าที่สุดคือ 6:13 และจะไปถึงสถานีเกียวโตเวลา 6:45 ซึ่งเป็นเวลาก่อนรถไฟออกแค่ ๑๐ นาทีเท่านั้น พอลงจากรถเมล์แล้วเราต้องรีบเต็มที่เพื่อไปที่ชานชลา ก็นับว่าเสี่ยง ถ้ารถเมล์เกิดมีปัญหาขึ้นมา หรือว่าเราเกิดหลงทางในสถานีขึ้นมาหาชานชลาไม่เจอก็จบเห่

แต่ก็คิดว่าการจราจรของญี่ปุ่นไว้ใจได้อยู่แล้วว่าตรงเวลาและไม่ทำให้เราผิดหวังง่ายๆ ดังนั้นจึงมีแต่ต้องเสี่ยงกับมันดู และเนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าเวลาค่อนข้างฉุกละหุก ดังนั้นเมื่อคืนจึงจำเส้นทางที่จะเดินทางจากหน้าสถานีไปจนถึงชานชลาของคินเทตสึไว้เป็นอย่างดีแล้ว พอมาถึงก็สามารถตรงดิ่งไปได้เลยโดยไม่ต้องกลัวหลงทาง

รถเมล์มาถึงตรงเวลา จากนั้นเราก็รีบตรงดิ่งไปยังที่ตรวจตั๋วของคินเทตสึทันที ระหว่างที่กำลังรีบเดินก็ยังอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปไปด้วย พอถึงที่ตรวจตั๋วก็บอกลาเพื่อนแล้วก็เข้าไปในชานชลา



ข้างในชานชลามีรูปปั้นเซนโตะคุง (せんとくん) ซึ่งเป็นตัวละครยุรุเคียระของจังหวัดนาระ มีหน้าตาเป็นเณรซึ่งมีเขากวางงอกออกมา เนื่องจากนาระมีชื่อเสียงเรื่องวัดและเรื่องกวาง นี่จึงเป็นตัวละครที่เกิดจากการผสมผสานสองอย่างเข้าด้วยกันบอกถึงความเป็นนาระอย่างดี แต่ก็มีคนวิจารณ์ว่าไม่เหมาะที่เณรมีเขากวางแบบนี้ แต่สุดท้ายตัวละครนี้ก็ยังเป็นที่นิยมและใช้กันมาเรื่อยๆ



ขบวนรถไฟที่จะนั่งมาจอดรออยู่แล้วเพราะที่นี่เป็นต้นทาง เราก็รีบถ่ายรูปนึงแล้วก็รีบเข้าไปนั่ง



รถไฟที่จะนั่งนี้มีสถานีปลายทางอยู่ที่สถานีคาชิฮาระจิงงูมาเอะ (橿原神宮前) แต่เราจะนั่งไปลงแค่สถานียามาโตะยางิ ซึ่งก็อยู่เกือบสุดทางแล้ว และก็น่าจะเป็นสถานีที่มีคนลงเยอะสุดเพราะเป็นจุดเปลี่ยนรถที่สำคัญ



ช่วงที่รถเพิ่งออกยังไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลยเนื่องจากฟ้ายังมืดๆ ถึงถ่ายไปก็ไม่ชัด มาเริ่มถ่ายเอาตอนช่วงที่ใกล้ถึงแล้ว ตอนนั้นเข้าสู่เขตจังหวัดนาระไปแล้ว




ระหว่างทางขณะที่รถไฟจอดตามสถานีต่างๆ แต่ละสถานีมีเด็กผู้หญิงกลุ่มนึงทยอยกันขึ้นมาเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าแต่ละคนจะรู้จักกัน แต่กลับขึ้นมาจากคนละสถานี เหมือนกับว่าบ้านอยู่กันคนละที่ค่อนข้างไกลแต่กลับนัดกันไปทำอะไรด้วยกัน ยิ่งผ่านสถานีไปมากขึ้นเรื่อยๆเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายเราลงจากรถที่สถานียามาโตะยางิ เด็กกลุ่มนี้ก็ยังนั่งอยู่ต่อ ไม่รู้ว่าจะไปลงสถานีไหน และมาทำอะไรกัน

แล้วก็มาถึงสถานียามาโตะยางิ



มีเวลาเปลี่ยนรถ ๙ นาที เรารีบเดินไปที่จุดขึ้นรถที่จะเปลี่ยนซึ่งจะมุ่งหน้าไปนาโงยะ จะเห็นว่าในจอเขียนว่า 8:03 นั่นคือเวลาขึ้นรถ



ตรงที่รอรถมีที่ขายตั๋วรถด่วนด้วย สำหรับคนที่ยังไม่ซื้อตั๋วแต่ต้องการขึ้นรถด่วนพิเศษ



แล้วเราก็มารอรถ



รออยู่สักพักรถก็มา รถไฟขบวนนี้มีชื่อว่ารถด่วนพิเศษเออร์แบนไลเนอร์ (アーバンライナー, URBAN LINER) วิ่งจากสถานีโอซากะนัมบะ (大阪難波駅) ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองโอซากะ ไปยังสถานีคินเทตสึนาโงยะ มีอยู่สองแบบคือแบบจอดมากกับแบบจอดน้อย แบบจอดน้อยนี่จะแทบไม่แวะจอดที่สถานีไหนเลยนอกจากสถานีหลักมากๆจริงๆ ส่วนที่เรานั่งเป็นแบบจอดมาก จะจอดหลายสถานีมากกว่า แต่ก็ยังถือว่าจอดน้อยอยู่ถ้าเทียบกับรถธรรมดาที่จอดทุกสถานี



แล้วเราก็ขึ้นไปนั่งบนรถไฟตามที่นั่งที่เขียนอยู่ในบัตร เป็นที่นั่งติดหน้าต่างซ้าย ซึ่งก็น่าเสียดายที่ทำให้ไม่ได้มองทิวทัศน์ทะเลซึ่งน่าจะอยู่ด้านขวา แต่ก็ทำให้ได้เห็นภูเขาเต็มที่ตลอดทาง ก็ดีไปคนละแบบอยู่

ระหว่างทางก็พยายามถ่ายรูปไปเรื่อยๆ








แล้วก็เริ่มเข้าสู่เขตจังหวัดมิเอะแล้ว



รถหยุดจอดครั้งแรกที่สถานีนาบาริ (名張駅) เมืองนาบาริ (名張市) เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกสุดของจังหวัดมิเอะ



แล้วรถก็วิ่งต่อไป



ถึงสถานีทสึ (津駅) เมืองทสึ (津市) เมืองหลักและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดมิเอะ



แล้วต่อมาอีกไม่ไกลก็ถึงสถานีชิโรโกะ (白子駅) เมืองสึซึกะ (鈴鹿市) นี่เป็นสถานีหลักของเมืองนี้สำหรับรถไฟของคินเทตสึ เมืองนี้มีรถไฟอีกสายที่ผ่านคือรถไฟของอิเสะเทตสึโดว (伊勢鉄道) มีสถานีที่ชื่อเหมือนกับเมือง คือสถานีสึซึกะ (鈴鹿市) ซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากกว่า



หลังผ่านสถานีตรงนี้ไปแล้วเราเริ่มสังเกตว่าแถวนี้มีหิมะตกค้าง ดูเหมือนจะเป็นหิมะที่ตกเมื่อคืน เช่นเดียวกับที่ตกที่เกียวโต



 

เริ่มเข้าเขตเมืองยกกะอิจิ (四日市市)





ถึงสถานีคินเทตสึยกกะอิจิ (近鉄四日市駅)





แล้วรถไฟก็ออกเดินทางต่อ




ยิ่งผ่านไปก็ยิ่งเห็นหิมะกองมากขึ้นเรื่อยๆ











แล้วก็มาถึงสถานีคุวานะ (桑名駅) เมืองคุวานะ (桑名市) เป็นสถานีสุดท้ายที่จะจอดก่อนจะถึงปลายทางที่นาโงยะ




หลังจากออกจากสถานีไปก็ยังเห็นหิมะอยู่เรื่อยๆ แต่พอยิ่งใกล้ปลายทางหิมะก็น้อยลงเรื่อยๆ ระหว่างทางรถไฟก็วิ่งข้ามเขตจากจังหวัดมิเอะเข้าสู่จังหวัดไอจิ













พอเข้าเขตเมืองนาโงยะก็พบว่าแทบไม่เห็นหิมะแล้ว ก็เลยไม่ได้ถ่ายต่อ จนในที่สุดก็มาถึงสถานี

รถไฟจอดปลายทางที่สถานีคินเทตสึนาโงยะ



บรรยากาศภายในสถานี



ออกมาที่ห้องขายตั๋ว




แล้วเราก็ส่งข้อความติดต่อเพื่อนผ่านทางเฟสบุ๊กเพื่อให้เขามาหาตรงนี้ สักพักก็หากันเจอ จากนั้นเราเอาสัมภาระไปฝากไว้ในตู้ฝากของภายในสถานีแล้วก็ออกเดินทางไปเที่ยว ตอนเย็นเที่ยวเสร็จค่อยกลับมาเอาของ ค่าฝากสัมภาระคือ ๖๐๐ เยน



บริเวณนี้เป็นย่านสถานีรถไฟ มีสามสถานีคือสถานีนาโงยะ สถานีคินเทตสึนาโงยะ สถานีเมย์เทตสึนาโงยะ

สถานีคินเทตสึนาโงยะก็คือสถานีที่เรานั่งมา เป็นสถานีของคินเทตสึ



ส่วนสถานีเมย์เทตสึนาโงยะนั้นก็อยู่ใกล้ๆกัน เป็นสถานีของนาโงยะเทตสึโดว (名古屋鉄道) หรือเรียกย่อๆว่าเมย์เทตสึ (名鉄) เป็นบริษัทรถไฟเอกชนท้องถิ่นที่มีเส้นทางเดินรถอยู่ในบริเวณจังหวัดไอจิและจังหวัดกิฟุ ตอนนี้เรายังไม่ได้ใช้บริการของรถไฟสายนี้ จะมาใช้ในภายหลัง

และนี่คือสถานีนาโงยะ อยู่ข้างๆกัน เป็นสถานีของ JR ตึกสถานีนี้เป็นตึกแฝดสูง ๒๔๕ เมตร เป็นตึกสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในโลก



นอกจากนี้ยังมีตึกสูงๆเด่นๆอยู่ในบริเวณอีกหลายแห่ง อย่างตึกนี้คือตึกมิดแลนด์สแควร์ (ミッドランド スクエア) เป็นตึกที่สูงที่สุดในนาโงยะ สูง ๒๔๗ เมตร



ส่วนนี่คือตึกโมดกากุเองสไปรัลทาวเวอร์ส (モード学園スパイラルタワーズ) สูง ๑๗๐ เมตร



ที่เมืองนาโงยะนี้เป็นฉากของอนิเมะบางเรื่องอยู่ด้วย เช่นเรื่อง 電波女と青春男 (denpa onna o seishun otoko) และเรื่อง うさぎドロップ (usagi drop)




นี่เป็นภาพจากในเรื่อง うさぎドロップ (usagi drop) ตอนที่ ๒ จะเห็นตึกแฝดสถานีนาโงยะ และตึกสูงอีก ๒ ตึกในสองรูปบน แต่รูปนี้ต้องถ่ายจากมุมที่ไกลออกไป ถึงจะเห็นตึกทั้งหมดนี้ในภาพเดียวกันได้



ส่วนภาพเกาะกลางถนนตรงนี้จากเรื่อง 電波女と青春男 (denpa onna o seishun otoko) ตอนที่ ๑ ก็เอามาจากตรงหน้าสถานีนาโงยะนั่นเอง เปรียบเทียบภาพกันดู เสียดายไม่ได้ถ่ายมุมเดียวกันกับในเรื่อง




ทางเดินบริเวณสถานี




นี่คือตุ๊กตานานะจัง (ナナちゅん人形) เป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งของที่นี่เหมือนกัน เป็นหุ่นขนาดยักษ์ สูง ๖๑๐ ซ.ม. หนัก ๖๐๐ ก.ก. เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 1973 เสื้อผ้าที่ใส่อยู่นั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามช่วงเวลา



เดินเล่นรอบๆบริเวณสถานีแค่สักพักเราก็ลงไปยังรถไฟใต้ดิน การเที่ยวในวันนี้โดยหลักๆแล้วจะใช้รถไฟใต้ดิน นาโงยะเป็นเมืองที่มีเครือข่ายรถไฟใต้ดินระโยงระยางไปทั่ว การคมนาคมจึงสะดวกมาก



เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์พอดี เพื่อนเลยแนะนำให้ใช้บัตรนี้ในการเดินทางตลอดวันนี้ บัตรโดนิจิเอโกะ (ドニチエコきっぷ) เป็นบัตรสำหรับนั่งรถไฟใต้ดินและรถเมล์ภายในนาโงยะได้เท่าไหร่ก็ได้ภายในหนึ่งวัน แต่ใช้ได้แค่ในวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ราคา ๖๐๐ เยน นั่งแค่ไม่กี่รอบก็คุ้มแล้ว



ด้านหลังบัตร มีวันที่เขียนไว้ด้วย



บรรยากาศภายในสถานีรถไฟใต้ดิน



แล้วรถไฟก็มา ได้เวลาออกเดินทางกันได้



เป้าหมายแรกจะเป็นที่ไหน ติดตามกันต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20130707



ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "usagi drop" และ "denpa onna o seishun otoko" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "usagi drop" และ "denpa onna o seishun otoko"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「うさぎドロップ」と「電波女と青春男」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて「うさぎドロップ」と「電波女と青春男」の製作者に帰属します。




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> มิเอะ
-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> ไอจิ
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文