φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



สนามบินนานาชาติจูบุ ลาก่อนญี่ปุ่น แล้วจะกลับมาอีกแน่นอน
เขียนเมื่อ 2013/07/28 02:33
แก้ไขล่าสุด 2021/09/28 16:42


#จันทร์ 28 ม.ค. 2013

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แม้ว่าอยู่ญี่ปุ่นจะมีความสุขแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน ได้แต่เก็บความประทับใจทั้งหมดไว้ในใจ และกลับมาเขียนบันทึกลงบล็อกให้สามารถกลับมาระลึกถึงได้ทุกเมื่อ

นี่เป็นตอนสุดท้ายของบันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกช่วงวันที่ 17 ~ 28 ม.ค. 2013 แล้ว ในที่สุดก็เขียนมาจบจนได้ หลังจากที่เขียนมายาวมากทั้งหมดรวม ๔๘ ตอน

นับจากวันที่กลับจากญี่ปุ่นจนมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลาครึ่งปีพอดี เขียนมายาวนานจริงๆ



เมื่อเที่ยวเสร็จหมดทุกอย่างตามแผนจนมาจบที่วัดไดจุ แล้วก็ไปซื้อของฝากที่อิออนมอล แล้วก็ทานซูชิที่ร้านฮามะซูชิเป็นมื้อสุดท้ายเสร็จ https://phyblas.hinaboshi.com/20130725

ก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินเพื่อจะนั่งเครื่องบินกลับบ้าน


ตอนขามาเรานั่งเครื่องบินมาลงทางโอซากะ คือสนามบินนานาชาติคันไซ (関西国際空港) แต่ตอนขากลับเรากลับจากสนามบินฝั่งนาโงยะ ซึ่งสนามบินของที่นี่คือ สนามบินนานาชาติจูบุ (中部国際空港) ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า Chubu Centrair International Airport จึงมักเรียกย่อๆว่าเซ็นแทรร์ (セントレア, Centrair) คำว่า Centrair เป็นคำประสมมาจากคำว่า central และ airport คำว่า central แปลว่าศูนย์กลาง เพราะว่าที่นี่ตั้งอยู่ในภาคกลาง ถือเป็นศูนย์กลางของญี่ปุ่น

แม้จะชื่อว่าเป็นสนามบินของนาโงยะ แต่ตัวสนามบินไม่ได้อยู่ในเมืองนาโงยะ แต่อยู่ในเมืองโทโกนาเมะ (常滑市) ซึ่งอยู่ในจังหวัดไอจิเช่นเดียวกับนาโงยะ โดยอยู่ทางใต้ของเมืองนาโงยะ

สนามบินแห่งนี้เริ่มเปิดใช้งานเมื่อปี 2005 แทนสนามบินนานาชาติแห่งเก่าของนาโงยะ คือสนามบินนาโงยะ (名古屋空港) ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเมืองกว่ามาก

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะที่ถูกทำขึ้นจากการถมเช่นเดียวกับสนามบินนานาชาติคันไซ เกาะตั้งอยู่ในอ่าวอิเสะ (伊勢湾)



เพื่อนมาส่งเราที่สถานีมิกาวะอันโจว (三河安城駅) ซึ่งเป็นสถานีใกล้บ้านเพื่อนที่สุด และเป็นสถานีที่เรามาลงเมื่อคืน



เครื่องบินที่จะขึ้นเป็นรอบ 16:55 ขณะที่มาถึงสถานีเป็นเวลาเกือบบ่ายโมง มีเวลาอีกราวๆสี่ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง

การเดินทางโดยรถไฟจากที่นี่ไปสนามบินต้องเรียกว่าเป็นเส้นทางที่อ้อมมากทีเดียว เพราะต้องย้อนกลับไปที่นาโงยะ ทั้งๆที่จริงๆแล้วที่นี่ใกล้สนามบินมากกว่านาโงยะเสียอีก แต่ไม่มีเส้นทางรถไฟมาโดยตรงจึงช่วยไม่ได้

เราต้องนั่งรถไฟจากที่นี่ไปลงที่สถานีคานายามะ (金山駅) ซึ่งอยู่ก่อนถึงสถานีนาโงยะ เพื่อจะมาเปลี่ยนรถเป็นรถของเมย์เท็ตสึ เพราะเส้นทางไปสนามบินนั้นมีแต่รถไฟของเมย์เท็ตสึเท่านั้นที่เข้าถึงได้ ไม่มีรถไฟของ JR ไปถึง

ค่าเดินทางแบ่งเป็นสองช่วงเนื่องจากเป็นรถไฟคนละบริษัทกัน จากสถานีมิกาวะอันโจวไปสถานีคานายามะคือ ๔๖๐ เยน และจากสถานีคานายามะไปสนามบินจูบุคือ ๗๙๐ เยน รวมแล้วเป็น ๑๒๕๐ เยน

หลังจากบอกลาเพื่อนแล้วเราก็เดินเข้าสถานีไป




ยืนรอรถ



แล้วก็มาต่อรถด่วนที่สถานีคาริยะ (刈谷駅) เหมือนเมื่อคืน เพื่อกลับไปยังนาโงยะ



แล้วรถด่วนก็มา ขบวนนี้ปลายทางอยู่ไกลถึงสถานีโองากิ (大垣駅) เมืองโองากิ (大垣市) จังหวัดกิฟุ ซึ่งเราก็ได้ไปมาแล้ว เล่าถึงในหน้า https://phyblas.hinaboshi.com/20130217



เรามาลงที่สถานีคานายามะในเมืองนาโงยะ



เดินออกไปเพื่อไปเปลี่ยนเป็นนั่งรถไฟของเมย์เท็ตสึเพื่อไปยังสนามบิน



ตารางรถขณะนั้น ขบวนต่อไปที่จะไปยังสนามบินมาตอน 13:49 เป็นรถกึ่งด่วน (準急)



ถ้าพลาดขบวนนี้ก็มีคันต่อไปตอน 13:54 แต่เป็นแบบด่วนพิเศษ (特急) ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก ๓๕๐ เยน ซึ่งก็ไม่ได้แพงนัก แต่ก็ไม่ได้จำเป็น เพราะยังเหลือเวลา

แล้วรถไฟก็มาตามตามเวลา รถไฟขบวนนี้เคยพูดถึงไปในหน้า https://phyblas.hinaboshi.com/20130219

เพราะเป็นรถไฟที่ปรากฏในอนิเมะเรื่องชมรมคนไร้เพื่อน ขอเอาภาพในอนิเมะมาลงเทียบให้ดูอีกครั้ง




พอเข้าไปบนรถคนค่อนข้างแน่น แต่พอรถไฟออกห่างตัวเมืองไปเรื่อยๆคนก็เริ่มน้อยลงจนเริ่มโล่ง



ภาพระหว่างทาง ไม่ได้ถ่ายมามากนัก



ภาพตอนกำลังจะข้ามสะพานเพื่อข้ามไปยังเกาะสนามบิน



ถึงเกาะสนามบินแล้ว



ตอนที่ใกล้ถึงเราลองไปเดินดูแถวท้ายขบวน เจอห้องคนขับที่ว่างๆเลยถ่ายมาด้วย



แล้วก็มาถึง ผู้คนก็ทยอยกันออกไป ขณะนั้นเวลาประมาณสองโมงครึ่ง เหลืออีกประมาณสองชั่วโมงครึ่งก่อนขึ้นเครื่อง



บรรยากาศบริเวณชานชลา



มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นรถไฟขบวนด่วนพิเศษที่เตรียมจะออกเพื่อไปที่สถานีชินอุนุมะ (新鵜沼駅) ในเมืองคาคามิงาฮาระ (各務原市) จังหวัดกิฟุ โดยผ่านนาโงยะ



หน้าทางเข้าชานชลา



ห้องโถงในสถานี



ประตูสู่สนามบิน ทางซ้ายเป็นส่วนในประเทศ (国内線)



เราต้องเข้าประตูทางขวาซึ่งเป็นระหว่างประเทศ (国際線) แต่ที่จริงมันก็เชื่อมถึงกันได้อยู่ดี



ระหว่างทางก็ไกลอยู่เหมือนกัน แต่มีทางเดินเลื่อน



เข้ามาถึงบริเวณสนามบินแล้ว




เห็นคนเต็มเลย ตอนแรกก็ภาวนะว่าจะไม่ใช่เป้าหมายเดียวกับเรา ไม่อยากต่อคิวยาว



แต่ข่าวร้าย ปรากฏว่าเป็นแถวที่เราต้องเข้าจริงๆด้วย แสดงว่ามีคนจะไปลงกรุงเทพฯไม่น้อยเลย



เราสังเกตเห็นป้ายที่แสดงบอกว่าเป็นระหว่างประเทศ (国際線) ด้านล่างมีเขียนว่ามหาวิทยาลัยนันซัง (南山大学) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของเพื่อนเราเองซึ่งไม่ได้ดังแถมเป็นเอกชน ทำให้งงเหมือนกันว่ามหาวิทยาลัยนี้มาเกี่ยวอะไรด้วยถึงได้มีชื่ออยู่ด้านล่าง



มองไปอีกทางเห็นลิฟต์ แล้วที่หน้าจอมีบอกเวลาของที่ต่างๆในโลก



ที่เราสะดุดมากที่สุดก็คือกล่องนี้ มีเขียนว่า ゴミ箱ではありません แปลว่า "นี่ไม่ใช่ถังขยะ" อ่านแล้วก็เกิดสงสัยว่าแทนที่จะบอกแค่ว่านี่ไม่ใช่ถังขยะ น่าจะเขียนบอกให้ชัดเจนไปเลยดีกว่ามั้ยว่ามันคืออะไร คิดแล้วก็ขำอยู่



หลังจากนั้นเราก็เข้าแถวคิวนานมาก ในที่สุดก็ได้ฝากกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่อง แล้วก็เดินเข้าไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ขณะนั้นเวลาเลยสามโมงครึ่งไปแล้ว เหลืออีกชั่วโมงครึ่งก่อนขึ้นเครื่อง

เจอศุลกากรตรงนี้ น่าสนใจดีมียุรุเคียระด้วย ชื่อว่าคัสตอมคุง (カスタムくん) เป็นตัวละครประจำศุลกากร มีต้นแบบจากสุนัขที่ใช้ตรวจหายาเสพติด แต่พอเรายกกล้องขึ้นถ่ายปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็รีบบอกให้หยุดถ่ายทันที แต่ก็กดไปแล้วแล้วเขาก็ไม่ได้บอกว่าให้ลบ ก็เลยขอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกละกัน



ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกแล้วก็มาถึงห้องรอขึ้นเครื่อง



ก็มีพวกร้านขายของหนีภาษี เอ้ย ปลอดภาษีอยู่ตามทางเดิน แต่เราดูแล้วก็ไม่ได้ซื้ออะไร




เรารีบเดินมาตรงประตูที่จะขึ้นเครื่อง



16:55 น. TG647 กรุงเทพฯ



คนมารอเยอะแล้ว



เดินเล่นดูในห้องรอขึ้นเครื่อง มีสนามเด็กเล่นด้วย



แล้วก็มีตู้กาจาปงให้หยอดด้วย



ยิ่งใกล้เวลาเครื่องออกก็ยิ่งเห็นคนแน่น ดูแล้วคงเต็มเครื่อง คนไปกรุงเทพฯเยอะจริงๆ ส่วนใหญ่ก็คนญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด



ได้เวลาขึ้นเครื่อง





ภาพตัวสนามบิน ถ่ายระหว่างทางเดินไปขึ้นเครื่อง
 


ขึ้นนั่งบนเครื่องแล้ว ได้นั่งริมหน้าต่าง



แล้วเครื่องก็เริ่มออกวิ่ง




เริ่มเห็นทะเล



เห็นตะวันยามใกล้ตกดินอยู่ด้านหลังก้อนเมฆก่อให้เกิดแสงบันไดนางฟ้าสวยงาม



แล้วเครื่องก็ออกบินขึ้น นี่เป็นภาพแผ่นดินญี่ปุ่นภาพสุดท้ายที่เราได้เห็น



ได้เวลาบอกลาญี่ปุ่นจริงๆแล้ว ลาก่อน แล้วจะกลับมาอีกแน่นอน แต่ต่อให้กลับมาอีกกี่ครั้งก็ตาม ยังไงครั้งแรกนี้ก็ถือเป็นครั้งสำคัญที่ประทับใจและจะไม่มีวันลืมไปตลอด

ในที่สุดบันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นอันแสนยาวก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านมาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> ไอจิ
-- ท่องเที่ยว >> รถไฟ

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
มอดูลต่างๆ
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- manim
-- opencv
-- pyqt
-- pytorch
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
ภาษา javascript
ภาษา mongol
ภาษาศาสตร์
maya
ความน่าจะเป็น
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

ที่มาของอักษรไทยและความเกี่ยวพันกับอักษรอื่นๆในตระกูลอักษรพราหมี
การสร้างแบบจำลองสามมิติเป็นไฟล์ .obj วิธีการอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ลองทำได้ทันที
รวมรายชื่อนักร้องเพลงกวางตุ้ง
ภาษาจีนแบ่งเป็นสำเนียงอะไรบ้าง มีความแตกต่างกันมากแค่ไหน
ทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา
เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

ไทย

日本語

中文