φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวเนินเขามัณฑะเลย์และชมหมู่วัดทางตะวันออก
เขียนเมื่อ 2015/08/27 14:41
#อาทิตย์ 26 ก.ค. 2015

หลังจากตอนที่แล้วที่ได้ไปงานบรรยายดาราศาสตร์และชมภายในมหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์ https://phyblas.hinaboshi.com/20150825

ต่อไปก็ได้เวลาเที่ยวชมโบราณสถานกันแล้ว โดยเป้าหมายวันนี้คือเนินเขามัณฑะเลย์ (
) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองแล้วก็วัดที่อยู่ใกล้ๆ

เนินเขามัณฑะเลย์สูง ๒๔๐ เมตร มีชื่อเสียงเพราะเป็นเขาที่เต็มไปด้วยวัดและเจดีย์ ที่สำคัญที่สุดคือเจดีย์ซูเตาน์ปยี (
) ซึ่งอยู่ตรงยอด

ที่นี่หากเทียบกันแล้วก็คล้ายกับดอยสุเทพของเชียงใหม่ คือเป็นโบราณสถานบนเขาที่มีความสำคัญต่อเมือง แต่ไม่ได้มีความสูงมากเท่า สามารถเดินด้วยเท้าขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตามเราเลือกที่จะนั่งรถเพื่อประหยัดแรงและเวลา

จากตอนที่แล้วพวกเราเรียกรถแท็กซีเพื่อให้เขาขับรถพาจากมหาวิทยาลัยมาเที่ยวที่นี่ รถพาเราขึ้นมาถึงจุดขึ้นลิฟต์ไปยังเจดีย์ซูเตาน์ปยีซึ่งอยู่ที่ยอด จากตรงนี้ไปต้องถอดรองเท้า ซึ่งตอนแรกเราก็ลังเลมากเพราะพื้นมันเปียกอยู่ แต่ว่าทุกคนก็ถอดกันหมด เห็นคนมากมายเดินเท้าเปล่าบนพื้นหินเขาก็เดินกันได้ ก็เลยแข็งใจยอมถอดรองเท้าเดิน ส่วนรองเท้าก็ใส่ถุงเก็บไว้บนรถแท็กซี



ขึ้นลิฟต์มาด้านบนก็มาถึงตัววิหารเจดีย์




นี่คือหน้าตาของลิฟต์ที่เราขึ้นมา



เมื่อเข้ามาถึงเขาจะขอเก็บค่าถ่ายรูปสำหรับคนที่หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา ต้องจ่าย ๑๐๐๐ จ๊าด



บรรยากาศบนนี้








ตรงนี้เป็นเส้นทางที่คนใช้เดินขึ้นเขามาจากด้านล่าง




และเป็นทางไปเข้าห้องน้ำ



ด้านนอกนั้นเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดี



มองลงไปไกลออกไป




เห็นพระราชวังมัณฑะเลย์ที่ไปมาเมื่อวานด้วย





เมื่อชมเจดีย์ซูเตาน์ปเยเสร็จแล้วเราก็กลับมาขึ้นรถแล้วก็ลงจากเขาไปเลย ไม่ได้แวะเจดีย์ย่อยๆตามทาง นอกจากเจดีย์ซูเตาน์ปเยแล้ววิหารหรือเจดีย์ที่สำคัญจริงๆนั้นไม่ได้อยู่บนเขาแต่อยู่ด้านล่างแถวตีนเขา

ซึ่งมีอยู่ ๕ วัด ได้แก่
- เจดีย์เจาตอจี (
)
- เจดีย์ซันดามูนี (
)
- เจดีย์กูโธดอ (
)
- วิหารอะตูมะชี (
)
- วิหารชเวนันดอ (
)

เริ่มจากที่แรกคือเจดีย์เจาตอจี เป็นวิหารเจดีย์ที่เริ่มสร้างในปี 1853 โดยพระเจ้ามินดง แต่การสร้างล่าช้าเนื่องจากปัญหาภายใน กว่าจะเสร็จก็คือปี 1878



เช่นเดียวกับเจดีย์ซูเตาน์ปเย ต้องถอดรองเท้าเพื่อเข้าไปเดิน ภายในสวยงามมาก





ยักษ์



เพดานสวย



ตามทางเดินมีขายของมากมาย




วิหารด้านในซึ่งประดับด้วยสีเขียวสวย





ภายในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ทำจากหินอ่อน



วัดนี้ค่อนข้างกว้างมากและยังมีส่วนที่ยังไม่ได้เดินอยู่อีก ซึ่งต้องผ่านบริเวณด้านนอกวัดที่พื้นค่อนข้างแย่ แต่ว่าเราไม่มีรองเท้าแตะใส่ก็เลยไม่ได้ไป พอแค่นี้





ถัดมาไปต่อกันที่เจดีย์ซันดามูนี ที่นี่สร้างในปี 1874 โดยพระเจ้ามินดงเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับเจ้าชายกะเนาน์มินธา (
) น้องชายของเขาที่ถูกสังหารในจลาจลปี 1866



ภายในมีเจดีย์ที่มีพระไตรปิฎกบันทึกอยู่มากมาย




เจดีย์ตรงกลางสีทองสวยงามโดดเด่นสร้างเลียนแบบมาจากเจดีย์ชเวซีโกนที่พุกามซึ่งเดี๋ยวเราก็จะไปเที่ยวที่นั่นด้วยเช่นกัน



มองฝ่าหมู่เจดีย์ขึ้นไปยังสามารถเห็นเจดีย์บนเนินเขามัณฑะเลย์ได้ด้วย



พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารใต้เจดีย์





จากนั้นถัดมาก็ต่อกันที่เจดีย์กูโธดอ ที่นี่สร้างในปี 1859 โดยพระเจ้ามินดง โดยสร้างเป็นที่ระลึกการสังคายนาพระไตรปิฎก โดยบรรจุพระไตรปิฎกลงในเจดีย์ ๗๒๙ หลัง ถือเป็นพระไตรปิฎกที่ใหญ่ที่สุดในโลก



เจดีย์บรรจุพระไตรปิฎกมากมายในวัดนี้




ภายในอาคาร



แมวน่ารัก



แบบจำลองขนาดย่อของที่นี่



เจดีย์ใจกลางเป็นสีทองข้างในนี้คล้ายกับเจดีย์ซันดามูนี



เดินเล่นบริเวณลานรอบเจดีย์ ฝนเริ่มปรอยทำให้บางทีก็ไม่ต้องกางร่ม แต่พื้นลื่นต้องระวัง






ถัดมาก็ไปชมวิหารอะตูมะชี ที่นี่สร้างในปี 1857 โดยพระเจ้ามินดง แต่ก็ถูกไฟไหม้ในปี 1890 จนส่วนยอดพังเหลือแต่ฐาน จากนั้นพอปี 1996 จึงสร้างขึ้นมาใหม่โดยเปลี่ยนเป็นใช้ปูนสร้าง ดังนั้นที่เห็นอยู่ปัจจุบันจึงเป็นแค่ของที่สร้างใหม่ อาคารดั้งเดิมใช้ไม้สักแต่ว่าของใหม่ใช้ปูนจึงต่างไปจากเดิมมาก




ภายในหลังคาประดับสวยงามมาก





จากนั้นฝั่งตรงข้ามเป็นวิหารชเวนันดอ แต่ว่าเราเดินเท้าเปล่าไม่ไหวแล้วก็เลยตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่เข้าไป แต่ว่าคนขับรถก็ใจดีมาก ให้ยืมรองเท้าแตะ ส่วนเขาก็เดินเท้าเปล่าแทนทำให้เราสามารถไปชมที่นี่ได้



วิหารชเวนันดอถูกสร้างขึ้นในปี 1880 โดยพระเจ้าธีบอ อาคารถูกสร้างโดยรื้อมาจากส่วนหนึ่งของพระราชวังมัณฑะเลย์เพื่อมาสร้างใหม่ตรงนี้ ในขณะที่พระราชวังมัณฑะเลย์ได้ถูกระเบิดพังไปแล้วแต่วิหารแห่งนี้กลับเหลือรอดอยู่ จึงถือเป็นร่องรอยที่สำคัญของสถาปัตยกรรมของพระราชวังที่ยังหลงเหลืออยู่



ที่นี่โดดเด่นตรงงานแกะสลักไม้ซึ่งวิจิตรสวยงาม



ชมในวิหารเสร็จแล้ว จากนั้นพอเดินเลยจากตรงนี้ต่อไปอีกก็เห็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆ ชื่อว่ามหาวิทยาลัยปริยัตติศาสนา (
) แต่เราก็ไม่ได้เดินเข้าไปในนี้





การเที่ยวในวันนี้ก็ถือว่าจบลงเท่านี้แล้ว แต่ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหน่อย นั่นคือเนื่องจากการที่ต้องเดินเท้าเปล่าจนเจ็บเท้ามาเยอะทำให้เกิดความคิดว่าควรซื้อรองเท้าแตะ เพราะเที่ยววันต่อไปก็ยังมีเป้าหมายที่เป็นวัดอีกเยอะ ต้องถอดรองเท้าบ่อยๆ

ว่าแล้วจึงขอให้เขาไปช่วยหาที่แวะซื้อรองเท้าแตะ ระหว่างทางผ่านมุมตะวันออกเฉียงใต้ของคูเมืองก็แวะถ่ายรูปสักหน่อย แล้วก็ไปแวะร้านรองเท้าระหว่างทางกลับเพื่อซื้อรองเท้าแตะ ได้ซื้อมาในราคา ๑๘๐๐ จ๊าด ถูกดี



กลับมาถึงโรงแรมก็ไม่ได้ออกไปไหนแล้ว คืนนี้ไม่ทานข้าวเย็นทานแต่ขนมที่เตรียมมาจากบ้านแทน ซึ่งก็เพียงพอ อีกทั้งโรงแรมยังให้กาแฟมาชงดื่มฟรีด้วย

ในคืนนี้เราทำการซื้อตั๋วรถบัสสำหรับเดินทางไปเนปยีดอทันทีโดยซื้อผ่านทางเคาน์เตอร์โรงแรม ราคาค่าโดยสารคนละ ๕๓๐๐ จ๊าด และก็ให้เขาช่วยจัดหาแท็กซีมาสำหรับขับรถเที่ยวตอนเช้าด้วย ราคา ๓๐๐๐๐ จ๊าด ราคานี้รวมค่าที่ให้เขาไปส่งที่ท่ารถเพื่อขึ้นรถไปเนปยีดอตอนบ่ายด้วย

โดยแท็กซีจะมารับตอนเจ็ดโมงเช้าดังนั้นจึงตัดสินใจตื่นเช้า แต่ก็ไม่ได้นอนเร็วเป็นพิเศษ

ก่อนนอนเล่นเกมอาเตอลีเยของอาช่าต่ออีกหน่อย ถึงตรงทีเพิ่งได้เจอกับมาริออนที่ทางหลวงเลียบแม่น้ำ https://phyblas.hinaboshi.com/20150813



จบเรื่องราวของวันที่ ๒ ลง วันต่อไปจะย้ายเมืองแล้ว การเดินทางที่สนุกๆรออยู่

เรื่องราวของวันต่อมา https://phyblas.hinaboshi.com/20150829


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> พม่า
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文