φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวชมหมู่วัดทางตะวันตกของมัณฑะเลย์
เขียนเมื่อ 2015/08/29 19:57
#จันทร์ 27 ก.ค. 2015

หลังจากที่เมื่อวานไปเที่ยวหมู่วัดทางตะวันออกของเมืองมัณฑะเลย์แล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20150827

เข้าสู่วันที่ ๓ ของการเที่ยวพม่า เป้าหมายของวันนี้คือการเที่ยวหมู่วัดทางตะวันตกของเมือง ซึ่งได้แก่
- วัดมะหามูนี (
)
- เจดีย์ธะจะธีหา (
)
- เจดีย์เอนดอยา (
)
- เจดีย์ชเวจีมยิน (
)



เช้านี้ตื่นเช้ามาตอนตีห้าครึ่ง พอหกโมงก็ขึ้นไปทานอาหารชั้น ๖ อาหารวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อวานนิดหน่อย



ชมทิวทัศน์รอบโรงแรม ตรงนี้มองออกไปสวยดี




MOE โรงแรมโมเอะ?



พอทานเสร็จก็ลงมาเตรียมตัวออกเดินทาง รถแท็กซีมารับตอนเจ็ดโมงเช้า ขณะที่แแกนั้นฝนไม่ตกแล้วแต่ยังมีร่องรอยของฝนอยู่ และตอนสายๆฝนก็เริ่มตกลงมาปรอยๆอีกแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเที่ยว

วันนี้มีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งเช้าเท่านั้นเอง เป้าหมายของวัดนี้อยู่ที่วัดที่อยู่ทางตะวันตกของเมือง และสถานที่อื่นๆในระแวกนั้น

ที่แรกคือวัดมะหามูนี อยู่ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มาก ถูกสร้างขึ้นในปี 1784 - 1785 สมัยพระเจ้าโบดอพะยา (
) หรือที่คนไทยเรียกว่าพระเจ้าปดุง แต่ก็ถูกไฟไหม้ในปี 1884 จึงมีการสร้างใหม่

ภายในประดิษฐานพระมหามัยยมุนี พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ และเป็นที่มาของชื่อวัด พระนี้ถูกนำมาจากยะไข่ในปี 1784  หลังจากที่กองทัพพม่าภายใต้การนำทัพของลูกชายของพระเจ้าปดุง เจ้าชายธะโดมินซอ (
) สามารถตีเมืองยะไข่แตกได้

วัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องพิธีล้างพระพักต์ล้างหน้าพระมหามัยยมุนี ซึ่งทำทุกวันเวลาตีสี่ เราไม่ได้ไปชมเพราะมันเช้าเกินไป ขอแค่ไปชมแบบสบายๆก็พอ

ทางเข้าหน้าวัด



ทางเดินเข้าไปนั้นเต็มไปด้วยร้านค้า




มีขายแผ่นเพลงด้วย



สองฝั่งของวัดมีน้ำพุสวยๆอยู่




แต่ที่จริงตอนแรกคนขับไม่ได้พาเราไปเข้าทางประตูหน้า แต่เป็นประตูด้านข้างซึ่งค่อนข้างเล็กและเงียบกว่า





ที่นี่ต้องจ่าย ๑๐๐๐ จ๊าดสำหรับคนที่ถือกล้องถ่ายรูปด้วย

อาคารวิหารเจดีย์ใจกลางวัด



บริเวณใต้วิหารเจดีย์ใจกลาง




ทางเข้าห้องใจกลางซึ่งมีพระมหามยมุนีอยู่



โฉมหน้าพระมหามยมุนี



นี่คือภาพของพระมหามยมุนีเปรียบเทียบปี 1901 กับปี 1935 คนมาปิดทองเรื่อยๆพอเวลาผ่านไปก็เต็มไปด้วยทอง



เดินดูภายในบริเวณวัดส่วนอาคารรอบๆวิหารใจกลาง










นี่คือรูปหล่อสำริดที่ถูกนำมาจากไทยโดยพรุะเจ้าบุเรงนองตอนที่ตีกรุงศรีอยุธยาในปี 1563 แต่มีบันทึกว่ารูปหล่อพวกนี้เอามาจากนครวัดในกัมพูชาอีกที



ชมเสร็จก็กลับมาขึ้นรถเพื่อไปชมวัดต่อไป



ก่อนจะไปชมวัดต่อไประหว่างทางแวะดูโบถส์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในมัณฑะเลย์โบสถ์เซ็นต์โจเซฟ (St. Joseph)



ลองเข้ามาดูในบริเวณ




ประตูปิดอยู่เลยเข้าในอาคารไม่ได้ แต่มองจากด้านนอกเข้าไปได้



ด้านข้างมีประตูเปิดอยู่



เข้ามาดูด้านในได้



ขึ้นชั้น ๒ ได้



แต่ประตูที่จะเข้าไปในห้องด้านในก็ปิดอยู่จึงไปต่อไม่ได้



จะเจอก็แต่ห้องเก็บอุปกรณ์



จากนั้นกลับมาขึ้นรถแล้วไปต่อ ข้างๆไม่ไกลจากโบสถ์นั้นมีวัดจีนด้วย แต่ไม่ได้แวะ เมืองนี้มีชาวจีนอพยพมาเยอะ โดยเฉพาะจากมณฑลยูนนาน





จากนั้นก็มาถึงเป้าหมายถัดไปคือเจดีย์ธะจะธีหา ที่นี่ก็เป็นวิหารเจดีย์ที่สวยมากอีกแห่ง



ภายใน





ห้องด้านในสุดใจกลางมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่




ในนี้ติดแอร์เย็นสบาย



ภายในบริเวณวัดรอบๆเจดีย์






มีพระนอนอยู่ด้วย



คนที่นี่เขานิยมแบกของไว้บนหัวแบบนี้





ถัดมาต่อกันที่เจดีย์เอนดอยา ตรงนี้เป็นทางเข้าหน้าวัด แต่ที่จริงแล้วตอนแรกคนขับเขาพาเราเข้าด้านข้างทำให้ต้องหยิบรองเท้าแล้วอ้อมมาถ่ายด้านหน้าอีกที




เจดีย์ที่นี่ก็เป็นเจดีย์สีทองสวยอีกแห่ง สร้างโดยพระเจ้าพุกามแมงในปี 1847



รอบๆเจดีย์ภายในบริเวณวัด








เสร็จแล้วก็มาต่อกันที่วัดแห่งสุดท้ายคือที่เจดีย์ชเวจีมยิน



เจดีย์ใจกลางของที่นี่อยู่หาตำแหน่งถ่ายให้ชัดค่อนข้างยาก ไม่ว่าด้านไหนก็มีตัวอาคารบังอยู่



ภายในอาคารวิหารกลาง



ในบริเวณวัดและอาคารรอบๆ










ชอบอาคารตรงนี้ที่มีมังกรประดับอยู่ตามเสาสวยดี





ชมวัดหลายแห่งมาจนหมดแล้วก็มาปิดท้ายที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมมัณฑะเลย์ (
) ที่นี่เป็นแค่พิพิธภัณฑ์เล็กๆที่ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก



ที่จริงดูเหมือนว่าจะมีค่าเข้าชมด้วย แต่ว่าตอนที่ไปนั้นคนเฝ้าไม่อยู่ก็เลยไม่ต้องจ่าย เข้าชมกันเองตามสบาย



ส่วนจัดแสดงในชั้น ๑ ไฟในส่วนจัดแสดงไม่ได้เปิดอยู่ก็เลยต้องเปิดเอง




ชั้น ๓ ของที่นี่เป็นห้องสมุด สามารถขึ้นไปชมได้



จากชั้น ๓ สามารถมองไปข้างนอกก็สวย



เห็นคูเมืองและกำแพงเมืองได้สวยด้วย



หลังจากนั้นเราก็กลับขึ้นรถเพื่อให้เขาไปส่งที่โรงแรมเพื่อเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางไปยังเมืองเนปยีดอเมืองหลวงของพม่าต่อไป https://phyblas.hinaboshi.com/20150831


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> พม่า

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
-- บันทึกในฮ่องกง
-- บันทึกในมาเก๊า
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文