φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวชมหมู่เจดีย์ตอนใต้ของพุกาม
เขียนเมื่อ 2015/09/12 13:07
# พฤหัส 30 ก.ค. 2015

หลังจากที่เที่ยวชมเจดีย์ต่างๆในเขตเมืองเก่าเสร็จแล้ว https://phyblas.hinaboshi.com/20150910

ก็ได้เวลาออกนอกกำแพงเมือง ตอนที่ออกเราออกทางประตูทิศใต้ ซึ่งประตูกำแพงนั้นเหลือแต่ซาก ผิดกับทางทิศตะวันออก

หมู่เจดีย์ทางตอนใต้ของเมืองซึ่งเราไปชมได้แก่
- เจดีย์มิงกะลาเซดี (
)
- เจดีย์มะนูหา (
)
- เจดีย์นันพะยา (
)
- เจดีย์ลอกะนันดา (
)
- เจดีย์ดัมมะยาซีกา (
)
- เจดีย์ชเวซันดอ (
)
- เจดีย์ดัมมะยันจี (
)

เจดีย์แรกที่เจอซึ่งอยู่ทางใต้ของกำแพงเมืองก็คือเจดีย์มิงกะลาเซดี หรือมังคลาเจดีย์ เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่พอสมควร สร้างโดยพระเจ้านะระธีหะปะเต (
) เริ่มสร้างในปี 1274 โดยใช้แรงงานอย่างกดขี่ในการสร้าง จนมีคนกล่าวกันว่า "เมื่อเจดีย์สร้างเสร็จกษัตริย์ก็จะตาย"



วิหารด้านหน้าเจดีย์



ภายใน




ตัวเจดีย์สามารถปีนขึ้นไปด้านบนได้



แต่ก็ไม่สามารถขึ้นไปได้จนสุดเพราะเขามีรั้วกั้นอยู่



ถึงอย่างนั้นแค่นี้ก็ถือว่าเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดีมากแล้ว จากตรงนี้มองเห็นเจดีย์รอบๆ มองเห็นไปถึงเจดีย์ที่อยู่ด้านในกำแพงเมืองเก่า



ทางโน้นเป็นแม่น้ำอิรวดี





ถัดมาเราลงมาทางใต้ต่อเจอเจดีย์มะนูหา ชื่อที่นี่ตั้งตามกษัตริย์มอญแห่งอาณาจักรสะเทิม ซึ่งถูกพามาที่เมืองพุกามหลังจากที่พระเจ้าอโนรธาพิชิตสะเทิมได้






และข้างๆกันนั้นเป็นเจดีย์นันพะยา




เจดีย์นี้มีขนาดเล็กแต่พอเข้ามาข้างในก็พบงานแกะสลักบนหินซึ่งประณีตและอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างดีเห็นได้ชัดเจน







จากนั้นนั่งรถลงใต้มาไกลเลย ไปจนถึงย่านเมืองใหม่ของพุกาม ตรงนี้มีเจดีย์ลอกานันดา ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม้น้ำอิรวดี สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงสมัยพระเจ้าอโนรธา



สีทองอร่ามสวยงาม



ลานรอบๆเจดีย์




แถวใกล้ๆเจดีย์เป็นย่านชุมชนริมฝั่งน้ำ






เสร็จแล้วก็เคลื่อนไปทางตะวันออก ไปยังเจดีย์สีทองอีกแห่งคือเจดีย์ดัมมายาซิกา



เจดีย์นี้ก็สีทองเหมือนกัน ถูกสร้างขึ้นในปี 1196 เป็นเจดีย์อีกแห่งที่มีขนาดใหญ่



เจดีย์นี้ประกอบไปด้วยวิหารเจดีย์เล็กอยู่ที่ ๔ มุมล้อมรอบเจดีย์ใหญ่ตรงกลาง



วิหารเจดีย์แต่ละมุมก็มีพระพุทธรูปอยู่



ส่วนเพดาน



ในจังหวะที่มาถึงเจดีย์นี้ฝนตกเบาลงมากจนแทบจะหยุด เราก็เลยนั่งเล่นอยู่ตรงที่นั่งหน้าปราสาทตากลมสบายๆระหว่างรอเพื่อนผู้ร่วมเดินทางเก็บรายละเอียดซึ่งใช้เวลานานกว่า



ระหว่างนั้นก็หยิบอาช่าขึ้นมาเล่นต่ออีกหน่อย ยังคงกำลังต่อสู้ลุยอยู่ภายในโรงงานแก้ว
https://phyblas.hinaboshi.com/20150815



แต่ว่าเล่นไปได้แค่นิดเดียวฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นมาอีกก็เลยต้องรีบเก็บ



จากนั้นมาต่อที่เจดีย์ชเวซันดอ ซึ่งเป็นอีกแห่งที่มีขนาดใหญ่



เจดีย์นี้สามารถปีนขึ้นไปได้จนถึงสุด ทำให้เป็นจุดชมทิวทัศน์ชั้นเยี่ยมสำหรับเมืองนี้ไปเลย



ทางมันชันปีนลำบาก แต่ก็คุ้มกับที่เหนื่อยในการปีนขึ้นไป



ภาพที่ถ่ายจากด้านบนสุดของเจดีย์นี้ เห็นอะไรได้มากมาย





มองไปทางฝั่งย่านเมืองเก่า เห็นเจดีย์หลักๆที่ไปมาแล้วเช่นธะบยินญูและอานันดา




มองไปยังแม่น้ำอิรวดี




เจดีย์ดัมมายาซิกาที่เห็นจากตรงนี้ดูสวยงามมาก



ส่วนทางนี้คือเจดีย์ดัมมายันจี ซึ่งเรากำลังจะไปเป็นที่หมายต่อไป





แล้วเราก็ลงจากเจดีย์ชเวซันดอแล้วเดินทางต่อมาที่เจดีย์ดัมมายันจี



ที่นี่เป็นวัดที่มีอาคารขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม สร้างโดยพระเจ้านะระธู (
) ซึ่งครองราชย์ปี 1167 - 1171 โดยสร้างเพื่อไถ่บาปที่เขาฆ่าบิดาของตัวเองคือพระเจ้าอะเลาน์ซีธู () เพื่อชิงราชบัลลังก์เมื่อปี 1167 แต่เขาก็ถูกลอบสังหารในปี 1171 ก่อนที่เจดีย์จะสร้างเสร็จสมบูรณ์




รายละเอียดที่ช่องหน้าต่างวัด


เดินเข้าไปสำรวจด้านใน




ภายในส่วนลึกเป็นที่อยู่ของค้างคาว ได้ยินเสียงดังกังวานมาชัดเจน เราจึงไม่กล้าเข้าไปด้านในลึก



ตอนที่กำลังจะออกไปก็เจอคนญี่ปุ่นกลุ่มเดิมที่มาถ่ายทำสารคดีกำลังยืนขวางประตูทางออกอยู่ เราทักทายพวกเขาอีกรอบแล้วก็บอกว่าขออนุญาตเดินออก ตอนที่ออกไปแล้วเรามีหันกลับมาถ่ายรูปเขาอีกหน่อย





การเที่ยวในวันนี้ก็จบลงเท่านี้แล้ว ที่จริงยังมีอีกเจดีย์ที่อยู่ในแผนคือเจดีย์ซูลามะนี (
) หรือ จุฬามณี แต่ว่าคนขับแท็กซีบอกว่าเส้นทางไปลำบากก็เลยขอไม่ไปทำให้ตัดทิ้งไป

ดังนั้นคนขับจึงพากลับมาส่งที่โรงแรม มาถึงเราก็ไปซื้อตั๋วรถบัสเพื่อไปมัณฑะเลย์สำหรับวันมะรืน ราคาคนละ ๙๐๐๐ จ๊าด มีรถมารับถึงที่เพื่อไปส่งที่ท่ารถ



จากนั้นเข้าไปพักในห้องสักพักจนถึงประมาณทุ่มนึงจึงออกมาหาอะไรทานข้างนอก ก็เจอร้านนี้




สั่งข้าวอบกะทิและกับข้าว ค่ากับข้าว ๓๕๐๐ กิน ๒ คน และข้าวอบกะทิคนละจานจานละ ๑๐๐๐ จ๊าด รวมเป็นมื้อนี้จ่ายทั้งหมด ๕๕๐๐ จ๊าด ถูกกว่าเมื่อวานหน่อยนึง



โต๊ะข้างๆกำลังดูโทรทัศน์กันอยู่





จากนั้นกลับมายังโรงแรมแล้วก็มานั่งเล่นเน็ตที่ล็อบบีเนื่องจากในห้องไม่มีเน็ต นั่งอยู่จนดึกดื่นเกินห้าทุ่มจึงกลับห้อง

เนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นวันชิวๆ รายการเที่ยวหลวมมากดังนั้นไม่ต้องตื่นเช้า คืนนี้เลยนอนค่อนข้างดึก ประมาณเกือบตีหนึ่งได้ ก่อนนอนเล่นอาช่าต่อ ไปจนถึงตอนที่เดินทางกลับมายังฟิร์ซแบร์กและเอาคฑาไปฝากแฮรีพร้อมรายงานผลสำรวจโรงแก้ว



จบวันที่เที่ยวหนักอีกวัน แต่วันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันที่สบายกว่านี้มากเพราะวันนี้ได้เที่ยวเจดีย์ไปเกือบหมดแล้ว พรุ่งนี้เหลือเจดีย์ให้เที่ยวอีกเพียง ๒ แห่งเท่านั้น https://phyblas.hinaboshi.com/20150914


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> พม่า

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文