φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



ปราสาทฟุกุยามะ ปราสาทโบราณแห่งสุดท้ายที่ถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่สอง
เขียนเมื่อ 2013/03/24 02:11


#พุธ 23 ม.ค. 2013


หลังจากจบการเที่ยวญี่ปุ่นในวันที่ ๖ ลง https://phyblas.hinaboshi.com/20130317

นี่เป็นเช้าวันที่ ๗ ของการเที่ยว เข้าสู่ครึ่งหลังของการเที่ยวแล้ว


การท่องเที่ยว ๑๒ วันของเราแบ่งออกเป็นครึ่งแรกกับครึ่งหลังอย่างพอดี ครึ่งแรก ๖ วันเป็นช่วงที่พำนักอยู่เกียวโตและไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย Kansai WIDE area pass และ Kansai thru pass ทำให้นั่งรถไฟฟรีไปไหนอย่างอิสระ

ส่วนครึ่งหลังจะเป็นการเที่ยวไกลและย้ายที่พักไปเรื่อยๆ โดยเที่ยวกับเพื่อนเป็นหลัก ไม่ได้ใช้พาสอะไร จ่ายค่าเดินทางตามจริงทุกอย่าง ทำให้อาจไม่ได้เที่ยวแหลกมากแบบครึ่งแรก จำนวนสถานที่เที่ยวต่อวันและความละเอียดในการเข้าชมสถานที่ต่างๆอาจลดลงด้วยเล็กน้อย

จากวันที่ 23 ไปจนถึงวันที่ 25 เป็นเวลา ๓ วันนี่จะเป็นการเที่ยวในจังหวัดฮิโรชิมะ (広島県) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสถานที่เที่ยวน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเมืองฮิโรชิมะ (広島市) ซึ่งดังไปทั่วโลกไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อในฐานะที่เป็นเมืองแรกที่โดนระเบิดปรมาณูถล่มในปี 1945 ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

เดิมทีแผนท่องเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากที่เพื่อนชวนเราไปเที่ยวฮิโรชิมะด้วยกัน เราจึงเริ่มคิดที่อยากจะมาญี่ปุ่น และแผนเที่ยวที่อื่นๆค่อยตามมาทีหลัง เราเริ่มวางแผนเที่ยวต่างๆมากมาย มีหลายแผนที่ผุดขึ้นมาแล้วก็ยกเลิกไป แผนเที่ยวฮิโรชิมะเองก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากที่ตั้งใจตอนแรก แต่ยังไงก็เป็นแผนที่ไม่มีวันยกเลิกเพราะเป็นเป้าหมายตั้งแต่เริ่มต้น

จากที่ตอนแรกวางแผนจะมาญี่ปุ่นเพื่อเที่ยวกับเพื่อน กลายเป็นว่าเราแค่มาขออาศัยหอเพื่อนเพื่อประหยัดค่าที่พักแล้วก็เที่ยวเองซะมากกว่า ระยะเวลาที่ลุยเที่ยวคนเดียวยาวกว่าที่ได้เที่ยวด้วยกันเสียอีก เพราะช่วง ๖ วันแรกเพื่อนไม่ค่อยว่างด้วย แล้วก็สถานที่เที่ยวของเราบางที่ค่อนข้างจะเฉพาะทางไปสักหน่อย ถ้าไปด้วยกันเขาอาจเบื่อได้ เช่นที่ไปตามรอยสถานที่ที่เป็นฉากในอนิเมะ คนทั่วไปคงไม่มีใครสนใจไป

ที่สำคัญคือ ๖ วันแรกเราไปไหนมาไหนด้วยพาสตลอด ซึ่งทำให้ขึ้นรถไฟฟรี แต่เพื่อนซึ่งเป็นคนที่เรียนอยู่ไม่สามารถซื้อพาสได้ เพราะพาสนี้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คนที่จะใช้พาสได้ต้องถือวีซาท่องเที่ยวเท่านั้น วีซานักเรียนซื้อพาสไม่ได้

ก็เรียกว่าเดิมทีเราตั้งใจจะมาญี่ปุ่นเพราะอยากมาเที่ยวฮิโรชิมะกับเพื่อน แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเราไปเพลิดเพลินกับการเที่ยวคนเดียว ๖ วันแรกมากกว่าเสียอีก

การเที่ยวฮิโรชิมะกับเพื่อน ๓ วันนี้ก็สนุกมากเช่นกัน แต่สนุกคนละแบบกับ ๖ วันแรก คือการเที่ยวโดยมีเพื่อนไปด้วยมีข้อดีคือมีเพื่อนคุยไม่เหงาแล้วมีปัญหาอะไรก็มีคนช่วยปรึกษากันได้ แต่ข้อเสียคือจะไปไหนตามใจเราคนเดียวไม่ได้ และก็เร่งเดินไม่ได้เต็มที่เพราะต้องมีการรอกัน

ที่จริงในฮิโรชิมะนี้ก็มีเป้าหมายที่เราจะไปตามรอยสถานที่ที่เป็นฉากในอนิเมะ แต่เพราะเพื่อนไม่ได้ดูอนิเมะก็เลยกลัวเขาจะเบื่อถ้ามัวแต่ไปที่แบบนั้นมากเกินไป เพราะบางที่มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเลย เลยไม่ได้เน้นเท่าไหร่ บางที่ก็ตัดไป ไว้ครั้งหน้าอาจมีใหม่อีกกับเพื่อนที่ชอบอนิเมะเหมือนกันค่อยไปเที่ยวที่เหล่านั้นแบบเต็มที่



จังหวัดฮิโรชิมะเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่และประชากรเยอะที่สุดในภูมิภาคจูโงกุ (中国地方) ซึ่งประกอบไปด้วย ๕ จังหวัดทางตะวันตกสุดของเกาะฮนชู เกาะหลักของญี่ปุ่น

ตำแหน่งของจังหวัดฮิโรชิมะตั้งอยู่ฝั่งเหนือของทะเลเซโตะ (瀬戸内海) ซึ่งเป็นทะเลที่อยู่ระหว่างเกาะฮนชูและเกาะชิโกกุ ในบริเวณทะเลนี้มีหมู่เกาะเล็กๆมากมายทำให้เป็นทะเลที่สวยงาม ทำให้ฮิโรชิมะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย

ในจังหวัดฮิโรชิมะมีเมืองอยู่หลายเมืองที่ถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะ ที่เด่นๆที่เราไปก็มีของอนิเมะเรื่องทามายุระ (たまゆら) ซึ่งใช้ฉากหลักอยู่ที่เมืองทาเกฮาระ (竹原市) และเรื่องคามิจุ (かみちゅ!) ซึ่งใช้ฉากหลักอยู่ที่เมืองโอโนมิจิ (尾道市) และยังมีอยู่ตอนนึงที่มาใช้ฉากในเมืองฟุกุยามะ (福山市)

นอกจากนี้ในเมืองอื่นก็ยังมีอนิเมะเรื่องอื่นๆที่ใช้ฉากในจังหวัดฮิโรชิมะ แต่เป็นเรื่องที่ไม่เคยดู และก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ผ่านไปได้ง่ายก็เลยแวะแค่นี้ สำหรับเรื่องคามิจุนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดูแล้วติดใจนัก ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาตามรอย ทั้งเมืองฟุกุยามะและโอโนมิจินี้ที่แวะมาก็เพราะตั้งใจจะมาอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับอนิเมะ



เป้าหมายแรกในเที่ยวนี้อยู่ที่เมืองฟุกุยามะ (福山市) ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของจังหวัดฮิโรชิมะ การเที่ยวครั้งนี้เราเริ่มต้นจากการนั่งรถไฟชิงกันเซงจากเกียวโตไปลงที่ฟุกุยามะ และนั่งรถไฟไล่ไปทางตะวันตกเรื่อยๆ เที่ยวในเมืองที่อยู่บนเส้นทางที่ผ่าน

แผนที่จังหวัดฮิโรชิมะ สีชมพูเข้มทางขวาสุดคือเขตเมืองฟุกุยามะ ส่วนสีม่วงคือเขตเมืองฮิโรชิมะ




เมืองฟุกุยามะเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของจังหวัดฮิโรชิมะ รองจากเมืองฮิโรชิมะ เป็นเมืองหนึ่งที่มีรถชิงกันเซงจอด โดยอยู่กลางเส้นทางระหว่างฮิโรชิมะกับโอกายามะ สถานีฟุกุยามะเป็นสถานีที่สำคัญรองจากสถานีฮิโรชิมะ ชิงกันเซงส่วนใหญ่จะจอดที่สถานีนี้ด้วย แต่ชิงกันเซงด่วนบางคันก็จะข้ามสถานีนี้ไปโดยจอดแค่ที่ฮิโรชิมะกับโอกายามะ

ที่นี่มีสถานที่เที่ยวที่สำคัญคือปราสาทฟุกุยามะ (福山城) ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆสถานีรถไฟ

ปราสาทฟุกุยามะเริ่มสร้างขึ้นในปี 1619 และสร้างเสร็จในปี 1622 ในสมัยเอโดะ เคยเป็นที่ทำการแคว้นของแคว้นบิงโงฟุกุยามะ (備後福山藩)

ช่วงยุคที่มีคำสั่งให้รื้อถอนปราสาทต่างๆหลายๆแห่งใสช่วงยุคเมย์จิ ปราสาทฟุกุยามะรอดมาได้โดยไม่โดนรื้อถอน ทำให้ตอนหลังได้ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ

แต่แล้วในวันที่ ๘ สิงหาคมปี 1945 เมืองฟุกุยามะก็ได้ถูกโจมตีอย่างหนักทางอากาศโดยสหรัฐฯ ตัวอาคารหลักรวมทั้งส่วนประกอบอื่นๆส่วนใหญ่ของปราสาทก็ได้ถูกทำลายเรียบ เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากการถล่มระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมะเพียง ๒ วัน นับเป็นปราสาทแห่งสุดท้ายที่ถุกถล่มในสงครามโลกครั้งที่สอง

มีเพียงป้อมฟุชิมิ (伏見櫓) เท่านั้นเป็นส่วนประกอบเดียวของตัวปราสาทที่เหลือรอดมาได้และได้ถูกตั้งให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ

หลังจากนั้นหอหลักที่เห็นอยู่ในปัจจุบันคือที่ถูกสร้างใหม่ด้วยโครงสร้างที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กในปี 1966 รวมทั้งส่วนประกอบอื่นๆก็ถูกสร้างใหม่เช่นกัน



ปี 1945 เป็นช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งญี่ปุ่นกำลังเสียเปรียบอย่างหนักในการรบ กองทัพสหรัฐฯได้มาตั้งฐานทัพตามหมู่เกาะต่างๆใกล้กับญี่ปุ่น และได้ส่งทัพอากาศมาโจมตีญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องไม่มีว่างเว้น แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงไม่ยอมแพ้และยืนหยัดสู้เรื่อยๆ

จนกระทั่งสหรัฐฯได้นำระเบิดปรมาณูมาถล่มที่ฮิโรชิมะในวันที่ 6 สิงหาคม และตามมาด้วยที่นางาซากิในวันที่ 9 ญี่ปุ่นจึงประกาศยอมแพ้ในวันที่ 15 สิงหาคม

ในการโจมตีทางอากาศแต่ละครั้งก็ได้สร้างความเสียหายให้ญี่ปุ่น มีของโบราณที่สมบัติทางวัฒนธรรมต่างๆถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก

ปราสาทที่หอหลักถูกกองทัพสหรัฐฯถล่มในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้นมีทั้งหมด ๗ แห่ง เรียงตามลำดับเหตุการณ์
- 14 พ.ค. 1945 ปราสาทนาโงยะ ในเมืองนาโงยะ จังหวัดไอจิ ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศ
- 29 มิ.ย. 1945 ปราสาทโอกายามะ ในเมืองโอกายามะ จังหวัดโอกายามะ ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศ
- 9 ก.ค. 1945 ปราสาทวากายามะ ในเมืองวากายามะ จังหวัดวากายามะ ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศ
- 29 ก.ค. 1945 ปราสาทโองากิ ในเมืองโองากิ จังหวัดกิฟุ ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศ
- 2 ส.ค. 1945 ปราสาทมิโตะ ในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศ
- 6 ส.ค. 1945 ปราสาทฮิโรชิมะ ในเมืองฮิโรชิมะ จังหวัดฮิโรชิมะ ถูกทำลายโดยระเบิดปรมาณู
- 8 ส.ค. 1945 ปราสาทฟุกุยามะ ในเมืองฟุกุยามะ จังหวัดฮิโรชิมะ ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศ

แต่หลังจากถูกทำลายไปแล้วปราสาทแต่ละแห่งได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ยกเว้นแค่ปราสาทมิโตะเท่านั้นที่ไม่มีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่

ปราสาทอีก ๖ แห่งที่เหลือนั้นเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมมาทั้งหมด
โดยวันที่ 17 เราได้ไปเที่ยวปราสาทวากายามะ https://phyblas.hinaboshi.com/20130122
วันที่ 18 ได้ไปเที่ยวปราสาทโอกายามะ https://phyblas.hinaboshi.com/20130203
และวันที่ 20 ไปเที่ยวปราสาทโองากิ https://phyblas.hinaboshi.com/20130217
ส่วนปราสาทฮิโรชิมะและปราสาทนาโงยะก็ได้ไปเที่ยวในวันหลังจากนี้

แม้จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ยังไงก็ไม่มีค่าเท่าของเก่า ของโบราณที่ถูกทำลายไปแล้วนั้นไม่มีใครเอาคืนมาได้ จะเห็นว่าญี่ปุ่นสูญเสียอะไรไปมากมายกับสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไม่เพียงแค่ปราสาทเหล่านี้เท่านั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้า

แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงเหลือปราสาทที่มีหอหลักอยู่ ๑๒ แห่ง หนึ่งในนั้นคือปราสาทฮิโกเนะ (彦根城) ในเมืองฮิโกเนะ จังหวัดชิงะ ซึ่งเราได้ไปเที่ยวมาแล้วเมื่อวันที่ 20 https://phyblas.hinaboshi.com/20130225

นอกจาก ๑๒ แห่งนี้แล้ว ปราสาทส่วนใหญ่ที่เห็นในญี่ปุ่นปัจจุบันนี้เป็นของสร้างใหม่เลียนแบบของเก่าทั้งสิ้น เป็นเรื่องน่าเสียดายที่รัฐบาลสมัยเมย์จิสั่งให้รื้อปราสาททิ้งไปหลายสิบแห่ง แล้วก็ยังมาถูกทำลายไปกับสงครามโลกอีก

แม้ว่าปราสาทฟุกุยามะจะเป็นปราสาทหลังสุดท้ายที่ถูกทำลายจากสงคราม แต่มีปราสาทอีกหลังที่ถูกทำลายไปหลังจากนั้นโดยอัคคีภัยในปี 1949 คือปราสาทมัตสึมาเอะ (松前城) ในเมืองมัตสึมาเอะ (松前町) จังหวัดฮกไกโด ซึ่งปราสาทนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าปราสาทฟุกุยามะเหมือนกัน ช่างบังเอิญ



เป้าหมายการมาเที่ยวฟุกุยามะนี้ก็แค่เพื่อจะมาปราสาทนี้แห่งเดียวเลย ที่จริงฟุกุยามะยังมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจอีกแต่เนื่องจากเวลาจำกัดจึงต้องเลือกเอาเฉพาะที่ไปสะดวก

มารู้เอาตอนหลังว่าบริเวณสถานีฟุกุยามะและปราสาทฟุกุยามะนี้ถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะเรื่องคามิจุ (かみちゅ!) ด้วย ตอนแรกรู้แค่ว่าเมืองที่ใช้เป็นฉากของเรื่องคือเมืองโอโนมิจิซึ่งอยู่ข้างๆกัน แต่ว่ามีอยู่ตอนหนึ่งที่ตัวเอกสองคนคือโชวกิจิกับมิโกะได้นั่งรถไฟหนีมาเที่ยวกันแถวนี้



หลังจากลองไปดูภาพในอนิเมะแล้วเอามาเปรียบเทียบกับภาพที่ตัวเองถ่ายก็พบว่ามีบางส่วนที่ตรงกันอยู่ โชคดีที่ยังพอจะมีภาพให้เทียบได้ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจมาตามรอยแต่แรก แต่ก็มีแค่ไม่กี่ภาพเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่ไม่คาดคิด



พูดถึงเมืองฟุกุยามะแล้วยังทำให้นึกถึงบุคคลมีชื่อเสียงคนหนึ่ง นั่นคือคุณฟุกุยามะ จุง (福山潤) นักพากย์ชื่อดังที่มีผลงานมากมาย ไม่มีใครในวงการอนิเมะไม่รู้จัก

บ้านเกิดของเขาอยู่ที่เมืองฟุกุยามะนี้เอง นอกจากนี้ยังใช้นามสกุลเหมือนกับชื่อเมืองด้วย เพียงแต่ว่าเขาไปเติบโตใช้ชีวิตอยู่ที่โอซากะ

ผลงานพากย์ของมีอยู่มากมายจนเกินกว่าจะยกมาได้หมด ขอยกที่เด่นๆเท่าที่นึกออกมา เพื่อไม่ให้ยาวเกินขอลงแต่รูป ดูชื่อที่ชื่อรูปเอาได้






นอกจากนี้พูดถึงฟุกุยามะแล้วยังอาจนึกถึงคนดังได้อีกสองคนคือฟุกุยามะ โยชิกิ (福山芳樹) ซึ่งเป็นนักร้องซึ่งพากย์เสียงร้องเพลงให้กับตัวละครเนกกิ บาซาระในอนิเมะเรื่องมาครอส 7

และอีกคนคือฟุกุยามะ มาซาฮารุ (福山雅治) ก็เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดงชื่อดัง

แต่ว่าทั้งสองคนนี้ไม่ได้เกิดที่เมืองฟุกุยามะ แค่นามสกุลฟุกุยามะเฉยๆ ดังนั้นจึงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรที่จะต้องกล่าวถึง (แล้วจะเขียนถึงทำไมแต่แรก?)



หลังจากนอกเรื่องไปซะไกล กลับมาเข้าสู่บันทึกการเดินทางต่อดีกว่า

เช้าวันที่ 23 ม.ค. เรารีบออกจากหอพักแต่เช้าเช่นทุกวัน เพื่อไปขึ้นชิงกันเซงฮิการิรอบ 7:20



การเดินทางครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้ใช้พาสอะไรจึงมีแต่จะต้องจ่ายเต็มราคา แพงถึง 7870 เยน เป็นการจ่ายเงินก้อนเดียวที่ราคามหาศาลมาก

แล้วรถไฟก็มา



บรรยากาศในรถไฟชิงกันเซงวันนี้



มื้อเช้าซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อในสถานี นี้ราคา ๑๑๖ เยน เป็นเมลอนปังแบบที่ชานะชอบกินเป็นประจำ เอามาทานบนรถไฟ



ภาพที่ถ่ายระหว่างทางขณะที่นั่งผ่านบริเวณจังหวัดเฮียวโงะ ท้องฟ้ากำลังสวย





เข้าเขตจังหวัดโอกายามะ






เข้ามาในเขตเมืองฟุกุยามะแล้ว ภาพช่วงก่อนถึงสถานี





แล้วก็มาถึงสถานีฟุกุยามะเวลา 8:41 ใช้เวลาเดินทาง ๘๑ นาที



มองไปยังทางชานชลาฝั่งตรงข้ามจะเห็นปราสาทฟุกุยามะอยู่ด้านหลัง น่าเสียดายที่โดนบังอยู่เลยเห็นแค่ปลายยอดแหลมด้านบนกับฐานหินที่มองเห็นผ่านกระจกด้านล่าง



แค่เดินออกมาจากตัวสถานีก็เห็นฐานหินของปราสาทอยู่ตรงหน้าทันที ที่เห็นอยู่ด้านบนคือหอนิโนมารุ (二の丸) ซึ่งตั้งอยู่มุมตะวันออกเฉียงใต้



ทางขึ้นสู่ตัวปราสาทเองก็อยู่ด้านหน้าสถานีนี่เอง



ซึ่งตรงนี้เรียกว่าเป็นทางเข้าฝั่งทิศใต้



ขึ้นบันไดมาถึงก็จะเจอป้อมฟุชิมิ (伏見櫓) ซึ่งเป็นป้อมเดียวของปราสาทนี้ที่รอดจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ และได้กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ



ฉากปราสาทที่เห็นในอนิเมะเรื่องคามิจุก็แสดงให้เห็นมุมมองที่มองจากฝั่งใต้ของปราสาท และทางซ้ายของรูปเห็นป้อมฟุชิมินี้ด้วย จะเห็นว่าหน้าตาเหมือนกัน และอยู่ในตำแหน่งที่ขึ้นบันไดไปถึงแล้วเจอทันที



รูปปั้นของมิตสึโนะ คัตสึนาริ (水野勝成) ไดเมียวผู้สั่งให้สร้างปราสาทนี้ขึ้น เป็นผู้ครองแคว้นบิงโงฟุกุยามะในยุคแรก



แล้วก็เดินมาถึงตัวหอหลักของปราสาท




เทียบกับภาพตัวปราสาทที่ปรากฏในอนิเมะดู แน่นอนว่ายังไงก็คงไม่มีทางถ่ายจากมุมสูงได้แบบในภาพนี้



ภาพถ่ายจากอีกด้าน



ข้างในตัวปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์เช่นเดียวกับปราสาทแห่งอื่นๆ แต่ตอนที่ไปยังไม่เปิด ต้องรอถึงเก้าโมงเช้า ก็เห็นมีคนอื่นมานั่งรออยู่เช่นกัน



แต่เรามาก่อนเวลาเปิดแค่แป๊บเดียว รอแค่สักพักประตุก็เปิดออก แล้วก็เข้าไปได้
 


ค่าเข้า ๒๐๐ ก็ถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับปราสาทอื่น ตอนแรกกะว่าถ้าแพงก็อาจจะไม่เข้าเหมือนกัน
นี่คือบัตรเข้าชม




ด้านในห้ามถ่ายรูปจึงไม่ได้ถ่ายอะไรมา แต่ก็คือเต็มไปด้วยพวกของโบราณต่างๆเช่นเดียวกับปราสาทอื่นๆ ที่สำคัญคือชั้นบนสุดที่เป็นหอสังเกตการณ์ สามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์และถ่ายรูปได้







เห็นโบสถ์หลังนี้ดูสวยเด่นดี



มองไปทางฝั่งนี้เห็นตัวสถานีรถไฟอย่างชัดเจน



แล้วก็ลงจากตัวปราสาทแล้วเดินกลับออกจากอีกทาง

มองปราสาทจากอีกมุม



ตรงนี้คือบริเวณทางขึ้นปราสาทฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทางที่เราใช้เดินลง



ซึ่งปรากฏในอนิเมะด้วย แต่ว่าในอนิเมะมีร้านไทยากิตั้งอยู่ ส่วนของจริงเป็นแค่ตุ้ขายน้ำอัตโนมัติ

 

เรากลับออกมาจากปราสาทแล้วก็รีบไปยังสถานีเพื่อขึ้นรถไฟไปต่อ




ตอนที่กลับเข้าไปในสถานีก็ลองหาอะไรกิน เพราะเพื่อนบอกว่าหิวขึ้นมา ก็ไปเจอร้านอุดงราเมงน่าอร่อย



เห็นมีอาหารชื่อว่าฟุกุยามะราเมง (福山ラーメン) เป็นอาหารประจำถิ่นของที่นี่ เราก็คิดว่าไหนๆก็มาถึงฟุกุยามะก็น่าจะลองทานอาหารประจำท้องถิ่นดู ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป แค่ ๔๗๐ เยน



ปัญหามีอยู่อย่างเดียว คือมันเป็นร้านแบบยืนกิน ไม่มีที่นั่ง ให้ยืนกินตลอดเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน ก็เลยได้แต่ตัดใจ เก็บท้องไว้ก่อน ที่จริงก็อยากจะลองทานแบบยืนทานดูบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในโอกาสที่เจ็บเท้าอยู่แบบนี้

เมื่อหาร้านที่ถูกใจอย่างอื่นทานไม่เจอก็ได้แต่ออกเดินทางต่อไปก่อน เพื่อไปยังเมืองต่อไปเผื่อว่าจะมีอะไรที่ถูกใจกว่านี้

ได้เวลามารอรถที่ชานชลา คราวนี้รถไฟที่นั่งเป็นรถไฟธรรมดา ต่างจากตอนขามาที่นั่งชิงกันเซง ตัวชานชลาจะอยู่ระดับต่ำกว่า เป็นด้านใต้ของรางชิงกันเซง



แต่ภาพสถานีที่ปรากฏในอนิเมะหน้าตาแบบนี้ เห็นรูปที่คนไปถ่ายมาแล้วตรง แต่เราไม่มีได้ถ่ายติดมาด้วยเพราะรอรถอยู่คนละฝั่งกับในภาพ



รถไฟรอบต่อไปมาตอนเวลา 9:38 เมื่อรถไฟมาก็ได้เวลาเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไปคือเมืองโอโนมิจิ เมืองที่สวยงามที่สุดที่ได้ไปมาตลอดเที่ยวนี้ https://phyblas.hinaboshi.com/20130405





ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "kamichu!" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "kamichu!"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「かみちゅ!」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて「かみちゅ!」の製作者に帰属します。




-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> ฮิโรชิมะ
-- ท่องเที่ยว >> ปราสาท >> ปราสาทญี่ปุ่น

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文