φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



อาราชิยามะ สะพานสวย วัดโบราณ และป่าไผ่
เขียนเมื่อ 2013/03/15 01:27
#อังคาร 22 ม.ค. 2013

หลังจากเดินเที่ยวที่ย่านกิอง (祇園) เสร็จ https://phyblas.hinaboshi.com/20130313

ก็กลับมาขึ้นรถไฟของบริษัทเอกชนท้องถิ่นฮังกิว (阪急) สายฮังกิวเกียวโต (阪急京都線) จากสถานีคาวารามาจิ (河原町駅) ไปยังสถานีโอมิยะ (大宮駅)
 
แล้วเดินไปที่สถานีชิโจวโอมิยะ (四条大宮駅) ต่อรถไฟของบริษัทรถไฟเอกชนท้องถิ่นเคย์ฟุกุ (京福) สายหลักอาราชิยามะ (嵐山本線) หรือที่เรียกย่อๆว่ารันเดง (嵐電) ไปยังสถานีอาราชิยามะ (嵐山駅)



อาราชิยามะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของเกียวโต ตั้งอยู่ค่อนไปทางตะวันตกของตัวเมือง เป็นที่ที่มีธรรมชาติสวยงาม ในฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระบานสวยมากมายและในฤดูใบไม้ร่องก็จะมีใบไม้แดง นอกจากนี้ยังป่าไผ่ที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากธรรมชาติแล้วก็ยังมีย่านโบราณที่ดูสงบริมฝั่งแม่น้ำ ทั้งยังมีวัดเก่าแก่ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และก็มีสะพานยาวสวยที่ถูกสร้างได้อย่างเข้ากับธรรมชาติ และที่นี่มีจุดชมทิวทัศน์ที่สามารถมองลงมาเห็นตัวเมืองเกียวโตเป็นมุมกว้างได้

ด้วยความที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเพียบพร้อมทำให้ที่นี่เป็นสถานที่หนึ่งที่ใครมาเกียวโตไม่ควรที่จะพลาดมาเลย แม้จะไม่ได้มาช่วงฤดุใบไม้ผลิหรือฤดุใบไม้ร่วงธรรมชาติก็ยังสวยงาม ป่าไผ่เขียวสวยตลอดปีน่าไปเดินชม

เนื่องจากมีอะไรน่าชมอยู่มากจึงควรเผื่อเวลาในการมาไว้มากสักหน่อย ซึ่งเราก็พลาดตรงที่กว่าจะมาถึงที่นี่ก็เกือบจะสี่โมงเย็นเข้าไปแล้ว ทำให้การเดินเที่ยวที่นี่ต้องเป็นไปอย่างรีบเร่ง ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจเดินได้ทั่ว น่าเสียดาย แต่สาเหตุที่ทำให้ไม่อาจเดินได้ทั่วก็ไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว มาจากปัยหาเรื่องที่ขาที่กำลังเจ็บอยู่ด้วย ดังนั้นต่อให้เผื่อเวลามากก็อาจเดินไม่ไหวก็เป็นได้เหมือนกัน

นอกจากนี้เป้าหมายการมาที่นี่ก็คือการมาตามรอยอนิเมะเรื่องเคย์อง ซึ่งถูกใช้ในภาค ๒ ตอนที่ ๔ ซึ่งพวกยุยมาทัศนศึกษาที่เกียวโตและได้เที่ยวตามที่ต่างๆ เช่นเดียวกับศาลเจ้าคิตาโนะเทมมังงู (北野天満宮) ซึ่งไปมาก่อนหน้า https://phyblas.hinaboshi.com/20130309



เราไปถึงสถานีคาวารามาจิเวลา 15:10



ขึ้นรถไฟรอบ 15:15 ซึ่งเป็นรถไฟแบบกึ่งด่วน (準急) ก็คือจอดน้อยกว่ารถไฟแบบธรรมดา แต่จอดบ่อยกว่ารถไฟด่วน หน้าตาของขบวนรถไฟจะเห็นว่าเหมือนกับที่ขึ้นที่สายโควโยวเอง (甲陽園線)



นั่งแค่ ๒ สถานี ใช้เวลาแค่ ๓ นาทีก็ไปถึงสถานีโอมิยะซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนตอน 15:18



ชื่อสถานีโอมิยะนี้ชื่อเหมือนกับโอมิยะที่เมืองไซตามะ (さいたま市) ซึ่งเป็นสถานีสำคัญเพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของชิงกันเซงหลายสาย

จากนั้นก็เดินขึ้นมาจากใต้ดิน



แล้วเดินไปยังสถานีชิโจวโอมิยะของเคย์ฟุกุซึ่งสถานีอยู่บนดิน จะเห็นว่าสถานีของเคย์ฟุกุนี้ใช้ชื่อว่าสถานีชิโจวโอมิยะ ซึ่งต่างจากของฮังกิวที่ใช้ชื่อว่าโอมิยะเฉยๆ แต่ก็อยู่ใกล้กันจนใช้เป็นจุดเปลี่ยนรถได้ทั่วไป



ที่ชานชลาขณะรอรถ



แล้วรถไฟก็มาถึงก่อนเวลาออกสักพักเนื่องจากเป็นต้นทาง



เราก็ขึ้นไปรอบนรถ สักพักรถก็ออกเวลา 15:30



ใช้เวลาเดินทาง ๒๒ นาที ถึงสถานีอาราชิยามะเวลา 15:52



อาคารสถานีดูจากภายนอกแทบดูไม่ออกว่าเป็นสถานีรถไฟเพราะไม่มีป้ายบอกชัดเจน




รอบๆสถานีเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆเต็มสองข้างทาง







ฉากนี้ถูกใช้ในอนิเมะด้วย ตอนฉากที่พวกยุยนั่งรถมาถึงตอนแรกสุด ลองเอาภาพมาเทียบกันดู




แผนที่ของที่นี่ ทางซ้ายล่างที่เป็นภูเขาแล้วมีรูปลิงก็คือสวนลิงอาราชิยามะ (嵐山モンキーパーク) ซึ่งตั้งอยู่บนเขาอิวาตะ (岩田山)



ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญที่พวกยุยมาเที่ยวกัน ดังที่เห็นในอนิเมะ มีป้ายทางแยกว่าทางซ้ายไปสวนลิง ทางขวาไปวัดเทนริว ซึ่งพวกยุยก็เลือกไปสวนลิงก่อนทันที ป้ายนี้จริงๆเราก็จำได้ว่ามีเห็นอยู่ แต่ไม่ได้ถ่ายไว้เพราะจำไม่ได้ว่ามันถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะด้วย



แต่เราไม่ได้ไปสวนลิง แต่เดินไปทางขวาเพื่อเข้าวัดเทนริว (天龍寺) ซึ่งเป็นวัดนิกายเซนซึ่งเก่าแก่และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ทางเดินเข้าตัววัด



ระหว่างทางจะเจอพวกวัดย่อยๆตามทางหลายแห่ง สวนสวยๆมากมาย









อาคารด้านหน้าสุดของตัววัดก่อนถึงทางเข้าบริเวณตัววัดจริงๆ เป็นอาคารที่ใช้ฟังธรรมเรียกว่าฮัตโตว (法堂) คำว่าฮัตโตวนี้สำหรับวัดนิกายเซน ถ้าเป็นวัดนิกายอื่นจะใช้คำว่าโควโดว (講堂) มากกว่า



แล้วก็มาถึงประตูทางเข้าวัด ซึ่งตรงนี้ต้องจ่ายเงินค่าบัตรผ่านเข้า ๕๐๐ เยนจึงจะผ่านไปได้



ด้านหน้าจะเห็นว่ามีส่วนหนึ่งของอาคารหลักกำลังปิดซ่อมอยู่ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ทำให้เสียทัศนียภาพด้านในไปด้วย



ที่ผนังมีติดภาพของที่นี่ใน ๔ ฤดุ ทางซ้ายสุดเป็นของฤดูหนาว ขาวโพลนสวยงาม ถ้าตอนที่เรามามีหิมะก็คงได้เห็นแบบนี้ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้นได้ง่ายนักกับเกียวโต พูดถึงฤดูหนาวทุกคนคงนึกถึงหิมะ ดังนั้นฤดุหนาวที่ไม่มีหิมะจะว่าไปก็จืดชืดลงไปเยอะเลย



บัตรผ่านเข้าชมวัด



เมื่อซื้อบัตรผ่านก็จะได้แผ่นพับแนะนำสถานที่ในวัดมาด้วย มีแผนที่ให้ดูด้วย




ภายในตัววัดนั้นบริเวณกว้างขวางเป็นสวนสวย ด้านขวาในรูปคืออาคารหลัก เรียกว่าไดโฮวโจว (大方丈) ถูกสร้างขึ้นในปี 1899




เดินตรงเข้ามาแล้วเลี้ยวขวาก็จะเห็นบ่อโซวเงง (曹源池)



สวนบริเวณรอบๆบ่อนี้เรียกว่าสวนโซวเงนจิเทย์เอง (曹源池庭園)



ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็สวยงาม



มองจากมุมนี้จะเห็นตัวอาคารหลักและหมู่เมฆที่สะท้อนบนผิวน้ำสวยงาม




สวนสวยในบริเวณ



อาคารนี้เรียกว่าอาคารทาโฮวเดง (多宝殿) ถูกสร้างขึ้นในปี 1934



ภายในบริเวณสวนมีทางลาดเนินเล็กๆซึ่งอยู่ทางด้านซ้าย สามารถเดินขึ้นไปเพื่อชมทิวทัศน์จากด้านบนได้




มองทิวทัศน์ด้านล่างจากด้านบน



อาคารทาโฮวเดง จากตรงนี้มองเห็นได้ชัด




สวนบริเวณใกล้ประตูออกฝั่งเหนือ






เดินไปเรื่อยๆก็มาถึงทางออกฝั่งเหนือ ซึ่งเป็นทางออกไปทางป่าไผ่ ประตูนี้ปิดตอนสี่โมงครึ่ง เราไปถึงตอนนั้นก็เหลืออีกไม่ถึงสิบนาทีปิดแล้ว แต่ตอนแรกก็ลังเลที่จะออกไปทางนี้เพราะไม่แน่ใจว่าจะกลับไปที่เดิมได้ยากหรือเปล่า ถ้าออกไปก็จะเดินกลับเข้ามาในบริเวณวัดเพื่อออกทางเดิมไม่ได้แล้ว



แต่ก็เพราะเพื่อนบอกว่าป่าไผ่ที่นี่สวยมาก ยังไงก็ควรจะไปชมให้ได้ ในเมื่อป่าไผ่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ยังไงก็ควรออกไปดู ต่อให้ขากลับอาจจะลำบากสักหน่อยก็ตาม

เราก็เลยออกมาทางนี้เลย มองกลับยังประตูวัด



พอออกมาจะเห็นป้ายเขียนบอกทางไปยังสถานีรถไฟพิเศษสายท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรถไฟสำหรับชมทิวทัศน์ ลากผ่านบริเวณที่มีธรรมชาติสวยงาม ข้ามไปจนถึงเมืองคาเมยามะ (亀岡市) แต่ว่าช่วงฤดูหนาวจะไม่เปิด 30 ธันวาคมถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์จะปิดให้บริการ เรามาช่วงนี้เลยไม่มีโอกาส



เดินไปทางซ้าย (ตะวันตก) ก็จะเป็นป่าไผ่ที่สวยงาม




ป่าไผ่นี้ยังถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะเรื่องนิเซโมโนงาตาริ (偽物語) ด้วย



โดยใช้ในฉากที่อารารางิกับฮาเนกาวะเดินกลับบ้านกันในตอนที่ ๕ ไม่รู้ว่าไปเดินผ่านป่าไผ่แบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่อยู่กลางเมือง เสียดายในภาพเป็นตอนกลางคืน แต่ถ้ามาเดินที่นี่ตอนกลางคืนจริงๆคงน่ากลัวพอดูเลย

ภาพที่ปรากฏในอนิเมะ






เราเดินไปสักพักก็ไม่ได้เดินต่อแล้วเพราะทางลาดชันเดินลำบาก แล้วก็ทางนี้เป็นทางตรงกันข้ามกับที่จะกลับไปยังทางเดิมด้วย



กลับมาเดินผ่านประตูวัดอีกทีพบว่าปิดไปเรียบร้อยแล้วเพราะตอนนั้นเลยสี่โมงครึ่งแล้ว



เดินต่อมาทางตะวันออกแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางเหนือจะเจอศาลเจ้าโนโนมิยะ (野宮神社)



เป็นแค่ศาลเจ้าเล็กๆ ข้างในไม่มีอะไรมาก




เดินต่อไปอีกจะเจอรางรถไฟ ซึ่งเป็นรางรถไฟสายหลักซันอิง (山陰本線) ของ JR สายเดียวกับที่เรานั่งกลับตอนวันที่ไปเที่ยวชนบทจังหวัดเกียวโต https://phyblas.hinaboshi.com/20130215



แล้วเราก็เดินย้อนกลับไปทางใต้ และเลี้ยวซ้ายไปทางตะวันออกเพื่อกลับไปยังบริเวรเดิมที่จากมา



กลับมายังย่านร้านค้าแถวๆสถานี จะเห็นว่าฟ้ามืดลงไปเยอะ ร้านอะไรต่างๆก็เริ่มเปิดไฟ






เดินไปตามถนนนี้ไปทางใต้นิดเดียวก็จะเห็นแม่น้ำคัตสึระ (桂川) และสะพานโทเงตสึ (渡月橋) ซึ่งทอดข้ามผ่าน



สะพานโทเงตสึยาว ๑๕๕ เมตร กว้าง ๑๑ เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี 1934 โดยใช้เสาและคานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่รั้วเป็นไม้เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบ เป็นสะพานที่ให้รถวิ่งผ่านได้มีสองเลน

พวกยุยก็มีข้ามสะพานนี้ไปเหมือนกัน



ทิวทัศน์จากบนสะพาน สวยงามมาก







เมื่อข้ามมาถึงฝั่งใต้แล้วมองกลับไปยังตัวสะพาน




มุมนี้จะเหมือนที่ปรากฏในอนิเมะ




ย่านบริเวณฝั่งใต้ติดกับสะพาน





เดินเลียบไม่น้ำไปทางตะวันตก



จะมีเส้นทางไปสู่สถานที่สำคัญอีกแห่ง



นั่นก็คือสวนลิงที่พวกยุยมาเที่ยวกันนั่นเอง



ซึ่งอยู่บนเขาอิวาตะ แล้วด้านบนก็มีที่เลี้ยงลิง ทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่ดี



ที่นี่ต้องขึ้นเขาไปอีกสูงพอสมควรจึงจะถึง และต้องเสียค่าเข้า ๕๕๐ เยน น่าเสียดายว่าปิดตั้งแต่สี่โมงครึ่ง เราไปถึงตอนห้าโมงจึงไม่มีสิทธิ์ขึ้น แต่ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าถ้ามีเวลาแล้วจะได้ขึ้นอยู่ดี เพราะตอนนั้นเท้ากำลังเจ็บจริงๆ อาการยิ่งเดินก็ยิ่งแย่ลงทุกที ถึงขึ้นได้ก็คงตัดสินใจไม่ขึ้นอยู่ดี เพราะยังต้องเก็บเท้าเอาไว้เที่ยวพรุ่งนี้ต่อ



ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากเพราะอดไปถ่ายฉากที่เห็นตัวเมืองเกียวโตสวยๆจากด้านบนอย่างที่ปรากฏในอนิเมะ น่าอิจฉาพวกยุย



ห้าโมงกว่า เย็นมากแล้ว ได้เวลาเดินทางลาจากที่นี่ แต่ว่าตอนกลับเราไม่ได้ไปขึ้นสถานีรถไฟสถานีเดิม แต่ขึ้นสถานีรถไฟอีกแห่งซึ่งอยู่ฝั่งใต้ ฝั่งนี้เองก็มีสถานีเราจึงไม่ต้องข้ามสะพานกลับไปฝั่งเหนือ

แต่ก็ต้องเดินไปอีกนิดหน่อย ระหว่างทางเป็นย่านที่อยู่อาศัยธรรมดาซึ่งบรรยากาศดูเงียบๆ



เดินสักพักก็มาถึงตัวสถานี สถานีนี้เป็นรถไฟของฮังกิว ซึ่งต่างจากสถานีทางฝั่งเหนือซึ่งเป็นสถานีของเคย์ฟุกุ



ฮังกิวสายนี้มีชื่อว่าสายฮังกิวอาราชิยามะ (阪急嵐山線) เป็นสายสั้นๆที่เชื่อมอาราชิยามะเข้ากับสายหลักของฮังกิว



จะเห็นว่ารถไฟเป็นสีแดงเลือดหมูแบบเดียวกับที่เรานั่งจากคาวารามาจิ ฮังกิวใช้รถไฟหน้าตาแบบนี้เหมือนกันทุกสาย



ในรถไฟคนแน่นมากเพราะเป็นเวลาเย็น คงมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยที่มาเที่ยวที่นี่แล้วกลับเวลาเดียวกัน



แล้วก็จบการเที่ยวตามรอยเคย์องลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ว่าการเที่ยวในวันนี้ยังไม่จบ แม้ฟ้าจะมืดลงแล้วก็ยังเหลือเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้อยู่อีกที่ ติดตามต่อกันได้ https://phyblas.hinaboshi.com/20130317



ในบทความนี้มีการนำภาพจากอนิเมะ "k-on!!" และ "nisemonogatari" มาใช้อ้างอิงเพื่อการวิจัยศึกษาภาพเปรียบเทียบ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้จัดทำ "k-on!!" และ "nisemonogatari"
この記事では、比較研究を目的としてアニメ「けいおん!!」と「偽物語」の画像を引用しています。画像の著作権はすべて「けいおん!!」と「偽物語」の製作者に帰属します。



-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ต่างแดน >> ญี่ปุ่น >> เกียวโต
-- ท่องเที่ยว >> ตามรอย
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文