φυβλαςのβλογ
บล็อกของ phyblas



เที่ยวเมืองซะกายน์ เจดีย์มากมายบนเนินเขา
เขียนเมื่อ 2015/09/18 23:28
# อาทิตย์ 2 ส.ค. 2015

"ฟ้าลุ่มอิรวดีคืนนี้มีแต่ดาว..."

เป็นเนื้อเพลงที่คิดว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราคงไม่มีใครไม่รู้จัก หรือแม้แต่คนรุ่นเราเองก็อาจพอเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างเพราะมันเคยดังมากในอดีต เพลงนี้คือเพลง "ผู้ชนะสิบทิศ"

หากใครเคยฟังเพลงนี้ก็คงรู้จักชื่อแม่น้ำอิรวดีกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายหลักของพม่า ลากผ่านเมืองสำคัญหลายเมือง

อิรวดีนั้นเป็นชื่อที่คนไทยเรียก แต่ในภาษาพม่าแม่น้ำนี้เรียกว่า "เอยาวะดี" (
)

จากวันก่อนๆเราได้เห็นแม่น้ำอิรวดีมาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ข้ามแม่น้ำนี้ไปสักที วันนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะได้บุกข้ามแม่น้ำนี้ไป

อย่างไรก็ตามเราคงไม่มีโอกาสได้ร้องเพลงนี้เพราะช่วงที่ไปฟ้ามีเมฆอยู่ตลอด บางเวลาก็มีฝนเทลงมา คงได้แต่ร้องว่า "ฟ้าลุ่มอิรวดีเช้านี้มีแต่เมฆ..."



ย่างเข้าสู่วันที่ ๙ ของการเที่ยวหลังจากที่เมื่อวานเดินทางจากพุกามกลับมาสู่มัณฑะเลย์อีกครั้ง https://phyblas.hinaboshi.com/20150916

เป้าหมายวันนี้คือการเที่ยวเมืองที่อยู่ข้างๆมัณฑะเลย์ทั้งหมด ๓ เมืองก็คือเมืองซะกายน์ (
) อังวะ () และอมรปุระ ()

วันนี้ตื่นเช้าตอนหกโมง จากนั้นราวๆเจ็ดโมงครึ่งก็ไปโรงอาหารทานข้าว จากนั้นแปดโมงก็มารอรถเพื่อไปเที่ยวสำหรับวันนี้

เมืองแรกของวันนี้ที่จะไปก็คือเมืองซะกายน์ ซึ่งเป็นเมืองเดียวในแผนเที่ยววันนี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิระวดี

ซะกายน์เป็นเมืองเอกของเขตซะกายน์ซึ่งเป็นเขตที่มีขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ไปถึงชายแดนตอนเหนือของพม่า

นอกจากนี้ซะกายน์ยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีความสำคัญเพราะเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน โดยในระยะแยกสะกาย์เคยถูกใช้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรซะกายน์ซึ่งมีตัวตนอยู่ในช่วงสั้นๆปี 1315 ถึง 1364

ช่วงยุคหลังจากที่อาณาจักรพุกามถูกโจมตีโดยจักรวรรดิมองโกลจนต้องถึงคราวล่มสลายลงแผ่นดินแตกเป็นแคว้นต่างๆมากมาย อาณาจักรซะกายน์เป็นหนึ่งในนั้น

ที่มาของอาณาจักรซะกายน์นั้นแรกเริ่มเดิมทีแตกตัวออกมาจากอาณาจักรอีกแห่งหนึ่งที่เพิ่งตั้งตัวขึ้นมา คืออาณาจักรปินยา (
)

เรื่องมีอยู่ว่าในปี 1313 อาณาจักรปินยาได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยพระเจ้าธีหะธู (
) ซึ่งได้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์องค์แรก และเขายังได้วางตัวรัชทาญาติ คืออูซะนา ()

ซึ่งนั่นทำให้ซอยุน (
) ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของพระเจ้าธีหะธูไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงเดินทางข้ามแม่น้ำอิรวดีไปก่อตั้งอาณาจักรใหม่ของตัวเองขึ้นแยกตัวจากอาณาจักรปินยาโดยแบ่งแผ่นดินของอาณาจักรปินยาออกไปครึ่งหนึ่ง กลายเป็นสองอาณาจักรซึ่งแยกกันปกครอง โดยที่ปินยาและซะกายน์ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกันโดยมีแค่แม่น้ำอิรวดีคั่นเท่านั้น

อาณาจักรปินยาและซะกายน์อยู่มาได้ไม่นานเท่าไหร่ พอถึงปี 1364 ก็ถูกโจมตีโดยชาวไทใหญ่จนแตกล่มสลายไปทั้งคู่

แต่หลังจากนั้นหลานของซอยุนชื่อธะโดมินพะยา (
) ก็ได้ฟื้นฟูอาณาจักรใหม่ขึ้นมาอีกครั้งที่เมืองอังวะ ตั้งเป็นอาณาจักรอังวะขึ้นมา และกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองดินแดนตอนเหนือของพม่าอีกระยะหนึ่งก่อนจะถูกผนวกรวมกับอาณาจักรที่ก่อตั้งโดยราชวงศ์ตองอู

ซะกายน์นั้นนอกจากถูกใช้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรซะกายน์ในช่วงปี 1315 ถึง 1364 แล้ว หลังจากนั้นในสมัยราชวงศ์อลองพญาก็ได้ถูกนำกลับมาใช้เป็นเมืองหลวงอีกเป็นระยะเวลาสั้นๆ คือช่วงปี 1760 ถึง 1765 ก่อนจะย้ายเมืองหลวงไปอังวะ

อังวะถือเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สำคัญกว่าซะกายน์เพราะถูกใช้เป็นเมืองหลวงยาวนานกว่า ซึ่งมันก็เป็นเป้าหมายที่จะแวะไปในวันนี้เช่นกัน แต่สำหรับตอนนี้จะพูดถึงซะกายน์ก่อน



รถพาเราลงใต้มาเรื่อยๆจนมาถึงสะพานที่จะข้ามแม่น้ำอิรวดี สะพานนี้มีชื่อว่าสะพานอิรวดี หรือสะพานยะดะนาโบน เป็นสะพานใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2008 เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำอิรวดี จากที่เดิมทีแถวนี้มีสะพานอยู่แค่แห่งเดียวที่ใช้ข้ามแม่น้ำคือสะพานอังวะ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 1934 และใช้มาโดยตลอด



จากตรงนี้จะมองเห็นฝั่งตรงข้าม



ที่เห็นนี้คือเนินเขาซะกายน์ ซึ่งมีเจดีย์อยู่มากมายดูสวยงาม



ในเมืองซะกายน์นั้นมีเจดีย์อยู่เยอะมาก เต็มไปหมด หลายอันสวยๆ แต่เนื่องจากช่วงนี้ไปเที่ยวเจดีย์โน่นนี่มาเยอะแยะแล้วก็เลยดูแล้วเริ่มจะรู้สึกเฉยๆแล้ว





เป้าหมายแรกของเราไม่ได้อยู่ที่เนินเขาซะกายน์ แต่เริ่มจากที่เจดีย์เกาน์มูดอ (
) หรือชื่อเต็มว่ายาซะมะนีซูลาเกามูดอ () โดยคำว่า "ยาซะมะนีซูลา" มาจากภาษาบาลี "ราชมณีจุฬา"



ที่นี่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองซะกายน์ไปทางเหนืออีกหน่อย สร้างขึ้นในปี 1636 โดยพระเจ้าธาลุน (
) แห่งราชวงศ์ตองอู มีรูปแบบออกแนวศรีลังกา หลังคารูปคล้ายโดมขนาดใหญ่ดูแล้วสวยเด่น

ห้องน้ำที่นี่ถ้าเข้าต้องเสีย ๑๐๐ จ๊าด



เดินเข้ามาในวิหารด้านใน ประดับด้วยสีเขียวสวยงามมาก





ผ่านเข้ามาถึงตรงใจกลางที่มีเจดีย์ รอบเจดีย์มีกั้นรั้วอยู่ไม่ให้เข้า



สังเกตดูมีบันไดด้วย



บริเวณรอบๆตัวเจดีย์







ชมเสร็จแล้วจากนั้นกลับเข้ามายังตัวเมือง ระหว่างทางเจอวัดและเจดีย์สวยๆประปรายตามทางมากมาย




รถพาเราขึ้นไปยังเนินเขาซะกายน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเจดีย์สวยๆอีกหลายอัน แต่เป้าหมายหลักที่ขึ้นมาก็คงจะเป็นการชมทิวทัศน์

ระหว่างทางก่อนที่จะไปยังส่วนยอดคนขับได้แนะนำให้เรารู้จักสถานที่สวยๆอีกแห่งที่บอกว่าน่าไป นั่นคือสำนักสงฆ์นานาชาติธีตากู (
) ก่อตั้งโดยธีตากูซะยาดอ () พระสงฆ์ชาวพม่า




เข้ามาด้านใน




อาคารเจดีย์ตรงกลางสวยมาก



ประตูสวยแต่เข้าไม่ได้






จากนั้นขึ้นเขาต่อ มายังสถานที่ที่ชื่อ ถ้ำอูมินธนแซ (
)



สถานที่นี้ถูกเรียกว่าเป็นถ้ำแต่ความจริงไม่ใช่ถ้ำแต่เป็นวัดแห่งหนึ่ง ที่เรียกว่าเป็นถ้ำเพราะว่าตัวอาคารทำเป็นลักษณะแนวยาวแล้วมีพระพุทธรูปอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก

ทางเข้าเป็นทางเดินยาวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเป็นตลาดขายของ




ขึ้นไปเรื่อยๆก็มาถึงอาคารหลัก จากตรงนี้ไปต้องถอดรองเท้า



ทางเข้าสู่ถ้ำที่มีพระพุทธรูปจำนวนมาก



ภายในประดับด้วยสีเขียวสวยงามมาก




ถัดจากนั้นยังมีทางเดินต่อขึ้นไปอีก




ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดีทีเดียว






ขึ้นไปด้านบนต่อมีเจดีย์




กลับลงมาหน่อยตรงนี้มีอีกเจดีย์



เราชมที่นี่เสร็จก่อนเพื่อนผู้ร่วมเดินทางก็เลยนั่งพักภายในวัดระหว่างทางที่ตัวเองเดินขึ้นแล้วก็หยิบอาช่าขึ้นมาเล่นต่อระห่วางรอ ไปถึงตรงช่วงที่เจอลานันกำลังเล่นดนตรีอยู่กลางทาง https://phyblas.hinaboshi.com/20150819



แต่เล่นอยู่สักพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่าเขาเข้าไปนานผิดปกติทำไมถึงไม่ออกมาสักที พอลองกลับเข้าไปใหม่ก็พบว่าที่นี่มีทางออกอีกทาง และเขาก็เดินออกไปจากตรงนั้นตั้งนานแล้วและไปรออยู่ที่รถ กลายเป็นว่าต่างคนต่างรอ นี่เป็นความผิดพลาดของเราเองที่คิดว่าคนเดินออกจะต้องออกมาตรงนี้แน่ๆเลยรอตรงนี้ ดีที่เริ่มเอะใจไม่งั้นคงเสียเวลาไปมากกว่านี้



เป้าหมายต่อไป รถขับต่อมาอีกหน่อยจนถึงวัดอีกแห่งที่อยู่บนเนินเขาแห่งนี้ นั่นคือเจดีย์ซุนอูโปนญาชิน (
)



หน้าวัดขายของอยู่มากมาย นักท่องเที่ยวเยอะกว่าถ้ำอูมินธนแซพอสมควรเลย



เข้ามาด้านในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่



ผ่านเข้ามาก็จะเห็นเจดีย์สีทองขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของที่นี่



เดินชมรอบๆเจดีย์







ตรงนี้เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวย ชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำอิรวดี



เราเดินเสร็จเร็วแล้วก็รอเพื่อนผู้ร่วมเดินทางเดินชมเก็บรายละเอียดต่ออีกเช่นเคย คราวนี้บอกตำแหน่งที่รออย่างชัดเจนไม่ต้องกลัวหากันไม่เจอแล้ว ระหว่างนั้นก็นั่งเล่นอาช่าต่อ มาจนถึงตรงที่อาช่าได้เจอกับโอดีเลียในหอสมุดกลางป่าแล้ว



เมื่อเพื่อนผู้ร่วมเดินทางชมที่นี่เสร็จเราก็กลับขึ้นรถ การเที่ยวในซะกายน์จบลงเท่านี้ หลังจากนี้จะไปต่อกันที่เมืองอังวะ เมืองหลวงเก่าอีกแห่ง https://phyblas.hinaboshi.com/20150920


-----------------------------------------

囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧囧

ดูสถิติของหน้านี้

หมวดหมู่

-- ท่องเที่ยว >> ศาสนสถาน >> วัด
-- ต่างแดน >> อุษาคเนย์ >> พม่า
-- ท่องเที่ยว >> ภูเขา

ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาของบทความไปลงที่อื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตโดยเด็ดขาด หากต้องการนำบางส่วนไปลงสามารถทำได้โดยต้องไม่ใช่การก๊อปแปะแต่ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เขียนในลักษณะการยกข้อความอ้างอิง และไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ต้องให้เครดิตพร้อมใส่ลิงก์ของทุกบทความที่มีการใช้เนื้อหาเสมอ

สารบัญ

รวมคำแปลวลีเด็ดจากญี่ปุ่น
python
-- numpy
-- matplotlib

-- pandas
-- pytorch
maya
การเรียนรู้ของเครื่อง
-- โครงข่าย
     ประสาทเทียม
javascript
บันทึกในญี่ปุ่น
บันทึกในจีน
-- บันทึกในปักกิ่ง
บันทึกในไต้หวัน
บันทึกในยุโรปเหนือ
บันทึกในประเทศอื่นๆ
เรียนภาษาจีน
qiita
บทความอื่นๆ

บทความแบ่งตามหมวด



ติดตามอัปเดตของบล็อกได้ที่แฟนเพจ

  ค้นหาบทความ

  บทความแนะนำ

เรียนรู้วิธีการใช้ regular expression (regex)
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกวางตุ้ง
การใช้ unix shell เบื้องต้น ใน linux และ mac
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาจีนกลาง
g ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง "ก" หรือ "ง" กันแน่
ทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง
ค้นพบระบบดาวเคราะห์ ๘ ดวง เบื้องหลังความสำเร็จคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หอดูดาวโบราณปักกิ่ง ตอนที่ ๑: แท่นสังเกตการณ์และสวนดอกไม้
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโบราณปักกิ่ง
เที่ยวเมืองตานตง ล่องเรือในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
บันทึกการเที่ยวสวีเดน 1-12 พ.ค. 2014
แนะนำองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
เล่าประสบการณ์ค่ายอบรมวิชาการทางดาราศาสตร์โดยโซวเคนได 10 - 16 พ.ย. 2013
ตระเวนเที่ยวตามรอยฉากของอนิเมะในญี่ปุ่น
เที่ยวชมหอดูดาวที่ฐานสังเกตการณ์ซิงหลง
บันทึกการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต - ทุกอย่างเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติคันไซ
หลักการเขียนทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ทำไมจึงไม่ควรเขียนวรรณยุกต์เวลาทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อนอก
เหตุผลอะไรที่ต้องใช้ภาษาวิบัติ?

ไทย

日本語

中文